Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3179/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของอาคารพิพาทได้ปลูกสร้างอาคารพิพาทผิดจากแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลน ที่ได้รับอนุญาตโจทก์มีคำสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้าง และดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบแปลนแล้ว แต่จำเลยฝ่าฝืนคำสั่ง โจทก์จึงมีคำสั่งให้จำเลย รื้อถอนอาคารพิพาทส่วนที่ก่อสร้างผิดแบบแปลน เป็นการแสดงแจ้งชุดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้วส่วนที่ว่า พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ไม่ได้บังคับใช้แก่อาคารที่มีการก่อสร้าง จริงก่อน พ.ศ. 2522 หรือไม่นั้นโจทก์ไม่จำต้องบรรยาย มาในฟ้อง เพราะเป็นรายละเอียดที่สามารถนำสืบ ได้ในชั้นพิจารณาฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตาม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528มิได้หมายถึงตัวบุคคล หากแต่เป็นตำแหน่งในการบริหารกรุงเทพมหานคร ซึ่งบุคคลผู้ดำรงตำแหน่ง ดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและบริหารราชการ ของกรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามกฎหมายตามมาตรา 49(1)แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว การดำเนินการในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นย่อมอยู่ในขอบเขตแห่งอำนาจ หน้าที่ดังกล่าว และอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครตามมาตรา 4,8(11) และ 14 แห่ง พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 การที่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบอำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ให้หัวหน้าเขต (ผู้อำนวยการเขตในปัจจุบัน) ปฏิบัติราชการแทนจึงเป็นการมอบอำนาจโดยชอบ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 แห่ง พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครพ.ศ. 2518 และคำสั่งนี้ยังมีผลใช้บังคับได้จนกว่าจะมี การยกเลิกหรือออกคำสั่งใหม่ตามมาตรา 81 วรรคสามประกอบมาตรา 124 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 หาใช่เป็นอำนาจเฉพาะตัวที่ไม่สามารถมอบอำนาจได้และมีวาระ หรือ ต้องมอบอำนาจกันอีกไม่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง หลังจากจำเลยก่อสร้างอาคารพิพาทผิดแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตแล้ว จำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาไปหลายแห่งเนื่องจากต้องการหนีความผิดโจทก์จึงปิดคำสั่งให้ระงับการก่อสร้าง คำสั่งให้ดำเนินการแก้ไข และคำสั่งให้รื้อถอนอาคารดังกล่าวไว้ที่หน้าอาคารพิพาท ของจำเลยโดยมีเจ้าหน้าที่ปกครอง 3 งานเทศกิจ เป็นพยาน เมื่ออาคารพิพาทนี้เป็นภูมิลำเนาแห่งหนึ่ง ของจำเลยจึงรับฟังได้ว่าจำเลยได้รับทราบคำสั่ง ให้รื้อถอนอาคารพิพาทแล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง ให้จำเลยรื้อถอนอาคารพิพาทได้

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 68 ป.พ.พ. Section 69 ป.พ.พ. Section 801 ป.วิ.พ. Section 55 ป.วิ.พ. Section 79 ป.วิ.พ. Section 172 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 Section 4 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 Section 8 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 Section 14 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2518 Section 35 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 Section 4 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 Section 49 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 Section 81 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 Section 124

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่ก่อสร้าง ต่อเติม ดัดแปลง ผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตของอาคารตึก เลขที่ 205 ตรอกหรือซอยโรงเรียนเพชรบุรี แขวงทุ่งพญาไท เขตพญาไท (เขตราชเทวี) กรุงเทพมหานคร หากจำเลยไม่รื้อถอนอาคารดังกล่าว ให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนได้เองโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายจำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายว่า อาคารส่วนที่ก่อสร้างต่อเติมผิดแบบแปลนนั้น จำเลยก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยเมื่อใด และอาคารไม่แข็งแรงทำให้เป็นอันตรายแก่ชีวิต ทรัพย์สินหรือสุขภาพของผู้อยู่ข้างเคียงหรือไม่อย่างไร ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการสู้คดีระหว่าง พ.ศ. 2530 ถึง 2532 จำเลยไม่ได้เป็นเจ้าของผู้ครอบครองอาคารพิพาทโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนอาคารพิพาทดังกล่าว

เนื่องจากสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ นอกจากนี้ขณะที่หัวหน้าเขตมีหนังสือให้ระงับการก่อสร้าง ดัดแปลง แก้ไข ตลอดจนสั่งให้รื้อถอนอาคารพิพาทพลเรือเอกเทียม มกรานนท์ ผู้มอบอำนาจตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ไม่ได้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงไม่ใช้เจ้าพนักงานท้องถิ่น หัวหน้าเขตผู้รับมอบอำนาจตามเอกสารดังกล่าวจึงไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างดัดแปลง แก้ไขตลอดจนให้รื้อถอนอาคารพิพาทตามกฎหมายเมื่อโจทก์ยังมิได้มีคำสั่งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มาตรา 42 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง อย่างไรก็ตามจำเลยไม่ได้ก่อสร้าง ต่อเติม ดัดแปลงอาคารพิพาทให้ผิดไปจากแบบแปลนดังฟ้องและไม่เคยได้รับทราบคำสั่งเป็นหนังสือรื้อถอนอาคารส่วนที่ผิดแบบ

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารตึกเลขที่ 205ตรอกหรือซอยโรงเรียนเพชรบุรี แขวงทุ่งพญาไท เขตพญาไท(เขตราชเทวี) กรุงเทพมหานคร ในส่วนที่ก่อสร้าง ต่อเติมดัดแปลง ผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตหากจำเลยไม่รื้อถอนอาคารดังกล่าวให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนได้เอง โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของอาคารพิพาทได้ปลูกสร้างอาคารพิพาทผิดจากแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตโจทก์มีคำสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างและดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบแปลนแล้ว แต่จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งโจทก์จึงมีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารพิพาทส่วนที่ก่อสร้างผิดแบบแปลนอันเป็นการแสดงแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้วส่วนที่จำเลยฎีกาว่าพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522ไม่ได้บังคับใช้แก่อาคารที่มีการก่อสร้างจริงก่อน พ.ศ. 2522ดังนั้นจำเลยอาจก่อสร้างอาคารดังกล่าวก่อนทำการขออนุญาตหรือก่อนมีการอนุญาตก็ได้ แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายให้ชัดแจ้งในประเด็นนี้

เห็นว่าโจทก์ไม่จำต้องบรรยายข้อความที่จำเลยฎีกามาในฟ้อง เพราะเป็นรายละเอียดที่สามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการที่สองตามที่จำเลยฎีกาว่าคำว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งหมายถึงตัวบุคคลที่เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้นมิใช่หมายถึงกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นนิติบุคคล และการสั่งในตำแหน่งหน้าที่ราชการของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นอำนาจเฉพาะตัว ไม่สามารถมอบอำนาจได้ และต้องมีวาระดังนั้น เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้นคือพลตรีจำลอง ศรีเมือง มอบอำนาจให้หัวหน้าเขตมีอำนาจดำเนินการ ย่อมถือไม่ได้ว่าหัวหน้าเขตมีอำนาจ

โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมิได้หมายถึงตัวบุคคลหากแต่เป็นตำแหน่งในการบริหารกรุงเทพมหานคร ซึ่งบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและบริหารราชการของกรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามกฎหมาย ตามมาตรา 49(1) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 การดำเนินการในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นย่อมอยู่ในขอบเขตแห่งอำนาจหน้าที่ดังกล่าวและอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครตามมาตรา 4,8(11) และ 14 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522การที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบอำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522ให้หัวหน้าเขต (ผู้อำนวยการเขตในปัจจุบัน) ตามสำเนาคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 4084/2524 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2524เรื่อง

มอบอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติราชการแทน ตามเอกสารหมาย จ.25 จึงเป็นการมอบอำนาจโดยชอบโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 และคำสั่งนี้ยังมีผลใช้บังคับได้จนกว่าจะมีการยกเลิกหรือออกคำสั่งใหม่ตามมาตรา 81 วรรคสามประกอบมาตรา 124 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 หาใช่เป็นอำนาจเฉพาะตัวที่ไม่สามารถมอบอำนาจได้และมีวาระ หรือต้องมอบอำนาจกันอีกดังที่จำเลยฎีกาไม่โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการที่สามว่า จำเลยก่อสร้างต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารพิพาทผิดแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

จำเลยก่อสร้าง ต่อเติมดัดแปลงอาคารพิพาทผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายว่า จำเลยได้รับทราบคำสั่งให้รื้อถอนอาคารพิพาทแล้วหรือไม่ นายศิริวัฒน์พยานโจทก์เบิกความว่า หลังจากจำเลยก่อสร้างอาคารพิพาทผิดแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตแล้ว จำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาไปหลายแห่งเนื่องจากต้องการหนีความผิด พยานจึงปิดคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างคำสั่งให้ดำเนินการแก้ไข และคำสั่งให้รื้อถอนอาคารตามเอกสารหมาย จ.15 ถึง จ.17 ไว้ที่หน้าอาคารพิพาทของจำเลยโดยมีเจ้าหน้าที่ปกครอง 3 งานเทศกิจเป็นพยานตามเอกสารหมาย จ.20 และภาพถ่ายหมาย จ.19 ประกอบกับได้ความจากเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 21 ว่า พยานโจทก์ได้ปิดคำสั่งรื้อถอนอาคารตามเอกสารหมาย จ.17 เมื่อวันที่7 สิงหาคม 2532 และจำเลยมิได้นำสืบโต้แย้งให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงน่าเชื่อว่า ณ อาคารพิพาทนี้เป็นภูมิลำเนาแห่งหนึ่งของจำเลยจึงรับฟังได้ว่าจำเลยได้รับทราบคำสั่งให้รื้อถอนอาคารพิพาทแล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนอาคารพิพาทได้พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมบัติ เดียวอิศเรศ · สุรินทร์ นาควิเชียร · ไสว จันทะศรี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 45700)

แม้ผู้รับมอบอำนาจโจทก์จะเป็นตัวแทนได้รับมอบอำนาจทั่วไปเกี่ยวกับกิจการในสำนักงานสาขาชลบุรีของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801 วรรคหนึ่ง แต่ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ก็ไม่ถูกจำกัดอำนาจในการยื่นฟ้อง…

Supreme Court Judgment No. 1414/2540

หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ระบุถึง อ.มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกเป็นคดีนี้เท่านั้นการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1…

Supreme Court Judgment No. 3352/2529

จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นผู้ติดต่อกับต่างประเทศในด้านการทำประกันภัยต่อ ระบุตำแหน่งว่าเป็นผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ลงชื่อในสัญญาที่ท…

Supreme Court Judgment No. 779/2527

ตามพระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ.2495 มาตรา 4 จำเลยที่1มีฐานะเป็นนิติบุคคล และมาตรา 8 ให้นายอำเภอแห่งท้องที่ซึ่งสุขาภิบาลนั้นตั้งอยู่เป็นประธานกรรมการสุขาภิบาลโดยตำแหน่ง และพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2…

Supreme Court Judgment No. 2369/2526

แม้ฟ้องโจทก์จะระบุว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตึกแถวเลขที่ 60 แขวงสัมพันธวงศ์เขตสัมพันธวงศ์ แต่บรรยายฟ้องว่าตึกแถวเลขที่ 60 ที่พิพาทอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 3389 แขวงจักรวรรดิ์ เขตสัมพันธ์วงศ์ ซึ่งต่างแขว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up