Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2524 (ref. 31689)

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์เคยฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในกรณีละเมิดรายนี้จากห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างหนึ่ง แล้วถอนฟ้องไปเพราะฟ้องผิดตัว ต่อมาได้ยื่นฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดอีกห้างหนึ่งกับพวกเป็นจำเลยใหม่ในคดีนี้ แสดงว่าโจทก์เพิ่งรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนที่แท้จริงหลังจากฟ้องคดีแรกแล้ว นับถึงวันฟ้องคดีใหม่นี้ยังไม่เกิน 1 ปีคดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448ตามสัญญาวางมัดจำซื้อรถยนต์ (ชั่วคราว) ระหว่างโจทก์กับอ.ระบุว่า.ในระหว่างที่อ. ยังส่งเงินไม่ครบจะนำทรัพย์สินไปซื้อขายหรือทำนิติกรรมใดกับผู้อื่นไม่ได้หากฝ่าฝืนยอมให้ถือว่าได้ยักยอกทรัพย์สินของโจทก์แสดงให้เห็นว่าคู่สัญญาได้ตกลงให้กรรมสิทธิ์ในรถคันนี้ยังเป็นของโจทก์อยู่จนกว่าจะได้รับชำระราคาครบถ้วนดังนั้น เมื่อโจทก์ผู้ขายยังไม่ได้รับชำระราคาครบถ้วนโจทก์จึงยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ มีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ทำละเมิดได้โจทก์ฟ้องห้างหนึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์เพิ่งทราบว่ารถยนต์ที่ทำละเมิดเป็นของห้างอีกห้างหนึ่งซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่ ณ อาคารเดียวกันกับห้างจำเลยที่ 1 บุคคลภายนอกทั่วไปย่อมเข้าใจว่าห้างทั้งสองนี้เป็นห้างเดียวกัน เพราะชื่อของห้างซ้ำและเลียนกัน หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างทั้งสองก็คือจำเลยที่ 2 คนเดียวกันป้ายชื่อก็ติดตั้งอยู่ในที่แห่งเดียวกันพนักงานลูกจ้างตลอดจนเครื่องใช้ในสำนักงานก็ใช้ร่วมกัน โจทก์จึงชอบจะขอให้ศาลหมายเรียกห้างอีกห้างหนึ่งนั้นเข้ามาเป็นจำเลยร่วมได้ และศาลย่อมมีอำนาจที่จะเรียกห้างอีกห้างหนึ่งนั้นเข้ามาในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57(3)(ข) ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกันโจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องขอให้จำเลยร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ในมูลละเมิดซึ่งรถยนต์บรรทุกน้ำมันของฝ่ายจำเลยชนรถยนต์ฝ่ายโจทก์จำเลยทั้งสามสำนวนให้การต่อสู้คดีหลายประการ รวมทั้งโจทก์ในสำนวนที่สองมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันเกิดเหตุ ไม่มีอำนาจฟ้อง และฟ้องของโจทก์ทุกสำนวนขาดอายุความแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสามสำนวนเป็นบางส่วนจำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่ให้จำเลยชำระแก่โจทก์จำเลยทุกสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ฟ้องเกิน 1 ปี คดีขาดอายุความนั้น ปรากฏว่าโจทก์เคยฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในกรณีละเมิดรายนี้จากห้างหุ้นส่วนจำกัดทอร์เทรดดิ้ง แล้วถอนฟ้องไปเพราะฟ้องผิดตัว และได้ยื่นฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดทอร์เทรดดิ้งทรานสปอร์ต กับพวก เป็นจำเลยใหม่ในคดีนี้แสดงว่าโจทก์เพิ่งรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนที่แท้จริงหลังจากฟ้องคดีแรกแล้วนับถึงวันฟ้องคดีใหม่นี้ยังไม่เกิน 1 ปี คดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ทำสัญญาขายรถยนต์คันที่ถูกชนให้กับนายโอฟีไปแล้วจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ตามสัญญาวางมัดจำซื้อรถยนต์ (ชั่วคราว) ระหว่างโจทก์กับนายโอฟีระบุว่า ในระหว่างนายโอฟียังส่งเงินไม่ครบ

จะนำทรัพย์สินไปซื้อขายแลกเปลี่ยนหรือทำนิติกรรมอย่างใด ๆ กับผู้อื่นมิได้ หากฝ่าฝืนยอมให้ถือว่าได้ยักยอกทรัพย์สินของโจทก์ สัญญาดังกล่าวแสดงว่าคู่สัญญาได้ตกลงให้กรรมสิทธิ์ในรถคันนี้ยังเป็นของโจทก์อยู่จนกว่าจะได้รับชำระราคาครบถ้วน ดังนั้น เมื่อโจทก์ผู้ขายยังไม่ได้รับชำระราคาครบถ้วน โจทก์จึงยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถคันนี้อยู่ มีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ทำละเมิดได้ที่จำเลยร่วมในสำนวนที่สามฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นหมายเรียกห้างหุ้นส่วนจำกัดทอร์เทรดดิ้งทรานสปอร์ตเข้ามาเป็นจำเลยร่วม เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57และ 172 นั้น เดิมโจทก์ฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดทอร์เทรดดิ้งเป็นจำเลยที่ 1 ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าโจทก์เพิ่งทราบว่ารถยนต์บรรทุกน้ำมันซึ่งเป็นตัวการในการละเมิดเป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัดทอร์เทรดดิ้งทรานสปอร์ต

สถานที่ตั้งของห้างก็อยู่ ณ อาคารเดียวกันกับห้างจำเลยที่ 1 บุคคลภายนอกทั่วไปย่อมเข้าใจว่าห้างทั้งสองนี้เป็นห้างเดียวกัน เพราะชื่อของห้างซ้ำและเลียนกันหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างทั้งสองก็คือจำเลยที่ 2 คนเดียวกัน ป้ายชื่อก็ติดตั้งอยู่ในที่แห่งเดียวกัน พนักงานลูกจ้างตลอดจนเครื่องใช้ในสำนักงานก็ใช้ร่วมกัน โจทก์จึงชอบจะขอให้ศาลหมายเรียกห้างหุ้นส่วนจำกัดทอร์เทรดดิ้งทรานสปอร์ตเข้ามาเป็นจำเลยร่วมได้ และศาลย่อมมีอำนาจที่จะเรียกห้างหุ้นส่วนจำกัดทอร์เทรดดิ้งทรานสปอร์ตเข้ามาในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57(3)(ข) ได้พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์ · พินิจ สังขนันท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2737/2563

คดีนี้โจทก์ฟ้องโดยยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่า โดยโจทก์เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2510 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จำเลยนำเ…

Supreme Court Judgment No. 2730/2562

การที่จำเลยทั้งสองไม่ยอมไปรับรถยนต์พิพาทคืนทั้งที่อยู่ในวิสัยที่คาดหมายได้ว่า โจทก์ไม่ดำเนินการซ่อมระบบเบรกรถยนต์พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสองอย่างแน่นอน โดยยังคงจอดรถยนต์พิพาททิ้งไว้บริเวณศูนย์บริการของโจท…

Supreme Court Judgment No. 6653/2561

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์อันเป็นการใช้สิทธิทางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งสำเนาคำร้องขอแก่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน และประกาศคำร้องขอ…

Supreme Court Judgment No. 8906/2560

โจทก์ทั้งสองกล่าวอ้างว่า ช. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 72398 ตำบลพระโขนง อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งบ้านเลขที่ 110/1 ซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว ต่อมา ช. รื้อบ้านหลังดังกล่าวและป…

Supreme Court Judgment No. 15113/2558

ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งตามมาตรา 124 แล้ว ถ้านายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายไม่พอใจคำสั่งนั้น ให้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up