คำฟ้องและคำให้การ
คดีได้ความว่า จำเลยนำสายพานมอบไว้กับโจทก์เพื่อขาย โดยโจทก์เป็นนายหน้า แต่ยังขายไม่ได้ จำเลยจึงขอให้โจทก์จ่ายเงินค่าสายพานนี้ให้ก่อน ๒๐,๗๓๒ บาท เพื่อจำเลยจะได้ไปซื้อยางรถยนตร์ ถ้าผู้ซื้อสายพายได้มาซื้อตามที่นัดไว้ จำเลยก็ไม่ต้องชำระเงินคืนให้แก่โจทก์ แต่ถ้าผู้ซื้อไม่มาซื้อสายพานจำเลยต้องชำระเงินคืน ต่อมาขายสายพานไม่ได้ จำเลยไม่นำเงินมาชำระโจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยชำระ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกัน ให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวแล้ว เป็นสัญญายืมใช้สิ้นเปลืองระหว่างโจทก์จำเลย ตาม ป.พ.พ.มาตรา๖๕๐ คือโจทก์โอนกรรมสิทธิ์ในเงินนั้นอันเป็นทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไป และปริมาณมีกำหนด ๒๐,๗๓๒ บาท ให้แก่จำเลย ๆ ตกลงว่าจะคืนเงินจำนวนเดียวกันให้แก่โจทก์ ส่วนที่ว่าถ้าโจทก์ขายสายพานได้ก็ไม่ต้องชำระเงินคืนนั้น เป็นเพียงแต่วิธีชำระคืนทางหนึ่งเท่านั้น เมื่อการให้ยืมเงินนี้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ โจทก์ก็ฟ้องร้องขอให้บังคับคดีไม่ได้
Result
จึงพิพากษายืน