คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยแผนกเลี้ยงสัตว์จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย
จำเลยให้การว่า โจทก์ละทิ้งหน้าที่และเคยถูกตักเตือนเป็นหนังสือมาแล้ว ในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ เวลา ๑๒.๐๐ น. ถึง ๑๒.๓๐ น. โจทก์จงใจทำผิดอีกโดยละทิ้งหน้าที่หลบไปหลับนอน จำเลยตั้งกรรมการขึ้นสอบสวน โจทก์ทราบจึงละทิ้งงานไปแล้วไม่กลับเข้าทำงานอีก จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยขอให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางพิพากษา ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า บริษัทจำเลยประกอบธุรกิจฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ โดยเก็บค่าดูจากผู้เข้าชม โดยปกติในวันทำงานจะมีเวลาทำงานระหว่าง ๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๗.๐๐ นาฬิกา พักกินอาหารกลางวันระหว่าง ๑๒.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๓.๐๐ นาฬิกา ในเทศกาลตรุษจีนมีผู้เข้าชมกิจการของจำเลยเป็นจำนวนมาก จำเลยจึงมีคำสั่งให้พนักงานทุกคนอยู่ปฏิบัติหน้าตามจุดที่กำหนดให้ในเวลาหยุดพักกลางวัน โดยแจกข้าวห่อให้กินในจุดที่ปฏิบัติงาน ซึ่งในวันทำงานปกติจะไม่มีการแจกข้าวห่อเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ เวลา ๑๒ นาฬิกาเศษ โจทก์ไปนอนพักอยู่ระเบียงที่พักคนงานซึ่งอยู่ห่างจากที่โจทก์ปฏิบัติงานประมาณ ๔๐ - ๕๐ เมตร จำเลยจึงมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์
เห็นว่า การที่มีผู้เข้าชมกิจการของจำเลยในวันเทศกาลตรุษจีนเป็นจำนวนมากนี้ แม้จะเป็นกรณีพิเศษกว่าในวันปกติธรรมดาก็ตามก็ถือไม่ได้ว่าเป็นงานฉุกเฉินโดยจะหยุดเสียมิได้ ตามความหมายของข้อยกเว้นแห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๖ แต่อย่างใด ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยออกคำสั่งโดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างแล้ว การที่โจทก์ยอมรับข้าวห่อกินในเวลาหยุดพักกลางวันจะถือว่าโจทก์ยินยอมหาได้ไม่ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าเป็นกรณีที่ลูกจ้างทำงานในหน้าที่ที่มีลักษณะต้องทำติดต่อกันไปหรือไม่ คำสั่งของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๖ วรรคท้าย จึงไม่มีผลบังคับแก่โจทก์ เมื่อจำเลยให้โจทก์ออกจากงานโดยอาศัยคำสั่งของจำเลยดังกล่าว จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ตามฟ้อง
Result
พิพากษายืน