Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3100/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จะกล่าวอ้างว่าตนเป็นเจ้าพนักงานฆ่าผู้ตายเพราะเหตุจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือผู้ตายตายอยู่ในระหว่างการควบคุมของตน ซึ่งเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 143 วรรคสามนั้นต้องได้กล่าวอ้างขึ้นในชั้นที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดเพื่อพนักงานสอบสวนจะได้เสนอสำนวนการสอบสวนความเห็นต่อพนักงานอัยการตามมาตรา 142 หรือต่ออธิบดีกรมอัยการ หรือผู้รักษาการแทนตามมาตรา 143 วรรคสามได้ถูกต้องเมื่อมิได้มีการกล่าวอ้างเช่นว่านั้น ในชั้นที่ถูกกล่าวหาแล้วการที่พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเช่นคดีอาญาธรรมดารวมทั้งการที่พนักงานอัยการออกคำสั่งฟ้อง จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่านายชำนาญ โยธา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘

จำเลยให้การปฏิเสธ และต่อสู้ว่าคดีนี้เป็นกรณีที่ความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติราชการตามหน้าที่ พนักงานอัยการต้องร้องขอต่อศาลให้ทำการไต่สวนและเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอัยการหรือผู้รักษาการแทนเท่านั้นที่จะออกคำสั่งไม่ฟ้อง แต่พนักงานอัยการมิได้ร้องขอต่อศาลให้ทำการไต่สวนและอัยการจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้ออกคำสั่งฟ้องจำเลย จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา ศาลอนุญาตให้นายประเสริฐ โยธา บิดาผู้ตายเข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ จำคุก ๒๐ ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๔๓ วรรคสาม บัญญัติว่า "ในคดีฆาตกรรมซึ่งผู้ตายถูกเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ฆ่าตาย หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ อธิบดีกรมอัยการหรือผู้รักษาราชการแทนเท่านั้นมีอำนาจออกคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง" ตามบทกฎหมายดังกล่าวพึงเห็นได้ว่ากรณีที่อธิบดีกรมอัยการหรือผู้รักษาราชการแทนมีอำนาจออกคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหานั้นจะต้องเป็นเรื่องที่ผู้ต้องหาในคดีอาญาได้อ้างขึ้นว่า ตนเป็นเจ้าพนักงานและฆ่าผู้ตายตายเพราะเหตุจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือผู้ตายตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของตนซึ่งเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ และการกล่าวอ้างดังกล่าวจะต้องกล่าวอ้างขึ้นในชั้นที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดในคดีอาญา เพื่อพนักงานสอบสวนซึ่งทำการสอบสวนเสร็จแล้วจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๔๒ กล่าวคือ

หากไม่มีการกล่าวอ้าง พนักงานสอบสวนก็จะต้องส่งสำนวนพร้อมกับผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการ เพื่อให้พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๔๓(๑)(๒) แต่ถ้าผู้ต้องหากล่าวอ้างดังกล่าวขึ้นก่อนก็จะได้ส่งสำนวนไปยังอธิบดีกรมอัยการเพื่อมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ตามมาตรา ๑๔๓ วรรคสาม ภายหลังที่ได้มีการขอให้ศาลทำการไต่สวนและมีคำสั่งตามมาตรา ๑๕๐ วรรคสามแล้ว สำหรับคดีนี้จำเลยหาได้ยกขึ้นกล่าวอ้างไม่ว่า ผู้ตายถูกจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติราชการตามหน้าที่ฆ่าตาย การที่พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเช่นคดีอาญาธรรมดารวมทั้งการที่พนักงานอัยการออกคำสั่งฟ้องจำเลย จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นข้ออื่นที่ยังไม่วินิจฉัยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

Matter details

Panel of judges
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · ศิลปชัย มัทธุรศ
Lower court
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอแม่อ - นายปัญญารัตน์ วิริยะวานิช
ศาลอุทธรณ์ - นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2411/2562

ความผิดฐานเรียก รับหรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายตาม ป.อ. มาตรา 143 เป็นความผิดต่อแผ่นดิน…

Supreme Court Judgment No. 7504/2561

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 142 เป็นกรณีที่ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สิน หรือเอกสารใด ๆ อันเจ้าพนักงานได้ยึด รักษาไว้หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็นพยานหลัก…

Supreme Court Judgment No. 563/2555

การที่จำเลยใส่ความผู้เสียหายที่ 1 ต่อผู้เสียหายที่ 3 และใส่ความผู้เสียหายที่ 1 ต่อผู้เสียหายที่ 4 ในแต่ละครั้ง ก็โดยเจตนาเพื่อเรียกเงินจากผู้เสียหายที่ 3 และที่ 4 นั่นเอง ความผิดฐานหมิ่นประมาทกับฐานเร…

Supreme Court Judgment No. 661/2554

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยกระทงละ 4 ปี รวม 3 กระทง จำคุก 12 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่าจำคุกจำเลยกระทงละ 2 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 4 ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อย เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 9 ลงโทษจำคุกจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 988/2551

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ร้อยตำรวจเอก ส. เป็นพนักงานสอบสวนในคดีที่ ต. ถูกจับกุมดำเนินคดีอาญา จำเลยเรียกและรับเงินจำนวน 5,000 บาท จาก ต. และ น. เพื่อเป็นการตอบแทนที่จำเลยจะจูงใจร้อยตำรวจเอก ส. โดยวิธีอันทุจร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up