คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกซึ่งเป็นอาสาสมัครทหารพรานร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงสิบเอกวุฒิชัยซึ่งเป็นทหารและกำลังปฏิบัติหน้าที่เป็นสิบเวร เป็นเหตุให้สิบเอกวุฒิชัยถึงแก่ความตาย อันเป็นการฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่โดยไตร่ตรองไว้ก่อน และกระสุนปืนยังพลาดไปถูกนายเรียงพวกของจำเลยถึงแก่ความตายด้วย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33,60, 83, 288, 289(2)(4)
จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 60, 83 จำคุกตลอดชีวิต ริบปลอกกระสุนปืนและคืนอาวุธปืน กระสุนปืนฯ แก่เจ้าของโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 60, 289, 83 ลงโทษตามมาตรา 289 ซึ่งเป็นบทหนัก ให้ประหารชีวิตจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีจะเป็นความผิดฐานฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(2) นั้น ต้องเป็นกรณีฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกำลังกระทำการตามหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความเพียงว่าสิบเอกวุฒิชัยมีหน้าที่เป็นสิบเวร และกำลังดูโทรทัศน์อยู่ในเต้นท์พักผ่อน ขณะจำเลยกับพวกเข้ามาทำร้ายและฆ่าในที่สุด สิบเอกวุฒิชัยมิได้กำลังกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามหน้าที่ ทั้งนี้เนื่องมาจากพวกของจำเลยมีสาเหตุกับสิบเอกวุฒิชัยมาก่อน จึงไม่เป็นการฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(2) ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น