Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2516 (ref. 30611)

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การนำสินค้าประเภทการค้า 1 ชนิด 1 แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าที่มิใช่เป็นของใช้ส่วนตัวซึ่งใช้กันตามปกติและตามสมควร เข้ามาในราชอาณาจักร โดยมิใช่นำมาขายหรือผลิตเพื่อขายประมวลรัษฎากร มาตรา 79 ทวิ ให้ถือว่าเป็นการขายสินค้า และให้ถือมูลค่าของสินค้าดังกล่าวเป็นรายรับ และให้ถือว่าผู้ที่นำสินค้านั้นเข้าในราชอาณาจักรเป็นผู้ประกอบการค้า มีหน้าที่เสียภาษีการค้าตามมาตรา 78 ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 1 ชนิด 1ฟิล์มภาพยนตร์ที่ถ่ายทำแล้วซึ่งโจทก์นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อให้เช่าฉายเสร็จแล้วส่งกลับไปนอกราชอาณาจักรนั้น เป็นสินค้าในประเภทการค้า 1 ชนิด 1(ก) แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าที่มิใช่เป็นของใช้ส่วนตัวซึ่งใช้กันตามปกติและตามสมควร ทั้งมิใช่นำมาขายหรือผลิตเพื่อขาย จึงถือว่าโจทก์ผู้ที่นำฟิล์มภาพยนตร์เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นผู้ประกอบการค้าได้ขายฟิล์มภาพยนตร์ และให้ถือมูลค่าของฟิล์มภาพยนตร์นั้นเป็นรายรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา 79 ทวิ แม้โจทก์จะประกอบการค้าประเภทการค้า 5 การให้เช่าทรัพย์สินที่มิใช่อสังหาริมทรัพย์และได้เสียภาษีการค้าในประเภทดังกล่าวถูกต้องแล้ว แต่ตามประมวลรัษฎากรซึ่งใช้บังคับขณะเกิดกรณีพิพาท ไม่มีบทยกเว้นให้โจทก์นำฟิล์มภาพยนตร์ที่ถ่ายทำแล้วเข้าในราชอาณาจักรเพื่อให้เช่าฉายได้โดยไม่ต้องเสียภาษีการค้าในประเภทการค้า 1 การขายของชนิด 1(ก) โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าในฐานะผู้นำเข้า ประเภทการค้า 1 ชนิด 1(ก) อีกด้วยเมื่อโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าในขณะเดียวกัน 2 ประเภทคือ ประเภทการค้า 1 ชนิด 1(ก) และประเภทการค้า 5 โจทก์ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าทั้งสองประเภท และไม่เป็นการซ้ำซ้อนกัน หากแต่เป็นการเสียภาษีแต่ละประเภทการค้าที่โจทก์ได้กระทำในฐานะผู้ประกอบการค้าให้ครบถ้วนตามประมวลรัษฎากร (วรรคสองวินิจฉัย โดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 17-18/2516)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าในประเภทที่ 5 คือให้เช่าทรัพย์สินที่มิใช่อสังหาริมทรัพย์ โดยนำฟิล์มภาพยนตร์ที่ถ่ายแล้วเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อให้เช่าฉาย ฉายเสร็จเก็บเงินค่าเช่าได้เป็นที่พอใจหรือครบกำหนดแล้ว ก็จะต้องส่งฟิล์มภาพยนตร์นั้นกลับคืนออกนอกประเทศ แต่เจ้าพนักงานประเมินภาษีการค้าของจำเลยกลับประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าสำหรับประเภทการค้า 1คือการขายของ ซึ่งไม่ถูกต้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการประเมินถูกต้องแล้ว ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ต้องเสียภาษีการค้าในฐานะผู้นำเข้าและผู้ให้เช่าทรัพย์สินการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ถูกต้องแล้วโจทก์จำเลยไม่สืบพยานศาลชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้า 5 การให้เช่าทรัพย์สินที่มิใช่อสังหาริมทรัพย์ ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าในหมวด 4 ภาษีการค้าและได้เสียภาษีการค้าในประเภทการค้าดังกล่าวถูกต้องแล้ว คดีมีปัญหาว่า การที่โจทก์นำเอาฟิล์มภาพยนตร์ที่ถ่ายทำแล้วเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อให้เช่าฉาย

เสร็จแล้วส่งฟิล์มภาพยนตร์นั้นกลับคืนไปนอกราชอาณาจักร โจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าในฐานะผู้นำเข้าประเภทการค้า 1 ชนิด 1(ก)อีกด้วยหรือไม่ ซึ่งจะต้องวินิจฉัยตามประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2504 อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะเกิดข้อพิพาทคดีนี้ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การนำสินค้าประเภทการค้า 1 ชนิด 1แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าที่มิใช่เป็นของใช้ส่วนตัวซึ่งใช้กันตามปกติและตามสมควร เข้าในราชอาณาจักรโดยมิใช่นำมาขายหรือผลิตเพื่อขายแล้ว ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 79 ทวิให้ถือว่าเป็นการขายสินค้า และให้ถือมูลค่าของสินค้าดังกล่าวเป็นรายรับ และให้ถือว่าผู้ที่นำสินค้านั้นเข้าในราชอาณาจักรเป็นผู้ประกอบการค้า

มีหน้าที่เสียภาษีการค้าตาม มาตรา 78 ตามบัญชีอัตราภาษีการค้า ประเภทการค้า 1 ชนิด 1 ฟิล์มภาพยนตร์ที่ถ่ายทำแล้วซึ่งโจทก์นำเข้าในราชอาณาจักรเป็นสินค้าประเภทการค้า 1 ชนิด 1 (ก) แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าที่มิใช่เป็นของใช้ส่วนตัวซึ่งใช้กันตามปกติและตามสมควร ทั้งมิใช่นำมาขายหรือผลิตเพื่อขาย จึงถือว่าโจทก์ผู้ที่นำฟิล์มภาพยนตร์เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นผู้ประกอบการค้าได้ขายฟิล์มภาพยนตร์ และให้ถือมูลค่าของฟิล์มภาพยนตร์นั้นเป็นรายรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา 79 ทวิ โจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตามมาตรา 78 ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 1 การขายของรายการที่ประกอบการค้า การขายสินค้า (ฟิล์มภาพยนตร์ที่ถ่ายทำแล้วที่นำเข้า)

ชนิด 1 (ก) สินค้าและวัตถุพลอยได้นอกจากที่ระบุชนิด 2 ถึงชนิด 9 และนอกจากที่ระบุในประเภทการค้าอื่นแล้ว อัตราภาษีร้อยละ 5 ของรายรับ การที่โจทก์ประกอบการค้าประเภทการค้า 5 การให้เช่าทรัพย์สินที่มิใช่อสังหาริมทรัพย์ (ให้เช่าฟิล์มภาพยนตร์ที่ถ่ายทำแล้วไปฉาย) ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าในหมวด 4 ภาษีการค้าและได้เสียภาษีในประเภทดังกล่าวถูกต้องแล้วนั้นตามประมวลรัษฎากรที่ใช้บังคับในขณะนั้นไม่มีบทยกเว้นให้โจทก์นำฟิล์มภาพยนตร์ที่ถ่ายทำแล้วเข้าในราชอาณาจักรเพื่อให้เช่าฉายได้โดยไม่ต้องเสียภาษีการค้าในประเภทการค้า 1 การขายของชนิด 1 (ก) ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่มีมติว่า โจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าในฐานะผู้นำเข้าประเภทการค้า 1 ชนิด 1 (ก)

อีกด้วย ฉะนั้น โจทก์จึงมีหน้าที่เสียภาษีการค้าในการนำฟิล์มภาพยนตร์ที่ถ่ายทำแล้วเข้าในราชอาณาจักรในประเภทการค้า 1 การขายของ ชนิด 1 (ก) ดังที่ได้วินิจฉัยมาข้างต้นแล้ว อีกประเภทหนึ่ง เมื่อโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าในขณะเดียวกัน 2 ประเภท คือ ประเภทการค้า 1 ชนิด 1 (ก) และประเภทการค้า 5 โจทก์ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าทั้ง 2 ประเภท การที่โจทก์ต้องเสียภาษีการค้าในประเภทการค้า 1 ชนิด 1 (ก) ด้วย ตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์และข้อต่อสู้ของจำเลย จึงไม่เป็นการซ้ำซ้อนกัน หากเป็นการเสียภาษีแต่ละประเภทการค้าที่โจทก์ได้กระทำในฐานะผู้ประกอบการค้าให้ครบถ้วนตามประมวลรัษฎากรศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยกับข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน

Matter details

Panel of judges
อุดม เพชรคุปต์ · พิชัย รชตะนันทน์ · กฤษณ์ โสภิตกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up