Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3054/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่ลูกหนี้ที่ 2 ทำหนังสือสัญญายินยอมให้ธนาคารผู้คัดค้านโอนเงินจากบัญชีเงินฝากประจำของลูกหนี้ที่ 2 มาชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีที่มีต่อผู้คัดค้าน โดยทำไว้ก่อน 3 เดือนที่มีการขอให้ลูกหนี้ที่ 2 ล้มละลาย แต่เมื่อผู้คัดค้านทำการโอนเงินฝากประจำดังกล่าวมาชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีโดยโอนในวันที่มีการขอให้ลูกหนี้ที่ 2 ล้มละลายซึ่งผลของสัญญายินยอมยังคงมีอยู่ ถือได้ว่าลูกหนี้ที่ 2 มีส่วนร่วมในการกระทำหรือยินยอมให้กระทำอยู่ด้วยโดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบ กรณีจึงต้องตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 115 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้เพิกถอนได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ล้มละลายเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๒๒ ต่อมาศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลาย และความปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ซึ่งทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไว้ต่อธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาคลองสาน ได้ทำหนังสือสัญญายินยอมให้ธนาคารหักบัญชีเงินฝากประจำของจำเลยที่ ๒ ชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไว้ด้วย และธนาคารได้ใช้สิทธิหักบัญชีเงินฝากประจำของจำเลยที่ ๒ จำนวนเงิน ๑๐๓,๙๖๙ บาท ๘๖ สตางค์ ชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีในวันที่มีการฟ้องขอให้จำเลยที่ ๒ ล้มละลายนอกจากนั้นภายในระยะเวลา ๓ เดือนก่อนจำเลยทั้งสองถูกฟ้องขอให้ล้มละลาย จำเลยที่ ๒ ได้นำเงินเข้าหักทอนบัญชีเพื่อชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีอีก ๑๑ ครั้ง

รวมเป็นเงิน ๔๖๐,๗๕๙ บาท ๘๐ สตางค์ การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยมุ่งหมายให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาคลองสาน ได้เปรียบเจ้าหนี้รายอื่น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการชำระหนี้ทั้งสองรายการดังกล่าวซึ่งรวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๕๖๔,๗๒๙ บาท ๖๖ สตางค์ และให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด คืนเงิน ๕๖๔,๗๒๙ บาท ๖๖ สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันยื่นคำร้องขอเพิกถอนเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ ๒ (จำเลยที่ ๒) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ยื่นคำคัดค้านว่า การนำเงินเข้าหักทอนบัญชีตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี เป็นไปตามข้อผูกพันในสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี

มิใช่เป็นการที่ลูกหนี้ที่ ๒ กระทำหรือยอมให้กระทำโดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น และสำหรับการหักบัญชีเงินฝากประจำมาชำระหนี้ก็เป็นไปตามสิทธิในสัญญายินยอมซึ่งทำกันไว้ก่อนระยะเวลา ๓ เดือนที่มีการขอให้ล้มละลาย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การที่ลูกหนี้ที่ ๒ นำเงินเข้าหักทอนบัญชีเป็นการเดินบัญชีสะพัดตามปกติ ไม่เป็นการกระทำที่มุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น แต่สำหรับการที่ผู้คัดค้านนำเงินฝากประจำของลูกหนี้ที่ ๒ มาหักบัญชีตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีในวันที่ลูกหนี้ที่ ๒ ถูกฟ้องขอให้ล้มละลาย เป็นการกระทำโดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๕ มีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนเงินฝากประจำจำนวน ๑๐๓,๙๖๙ บาท ๘๖ สตางค์ โดยให้ผู้คัดค้านส่งคืนเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การโอนบัญชีเงินฝากประจำของลูกหนี้ที่ ๒ มาชำระหนี้เบิกเงินเกินบัญชีแก่ผู้คัดค้าน เป็นการกระทำของผู้คัดค้านโดยอาศัยหนังสือสัญญายินยอมของลูกหนี้ที่ ๒ ที่ทำให้ไว้ในระยะเวลาเกินกว่าสามเดือนก่อนมีการขอให้ลูกหนี้ที่ ๒ ล้มละลายแต่ในวันที่มีการโอนเงินจำนวน ๑๐๓,๙๖๙ บาท ๘๖ สตางค์ดังกล่าว ผลแห่งสัญญาที่ว่านี้ก็ยังคงมีอยู่ กรณีถือได้ว่าเป็นการโอนหรือการกระทำซึ่งลูกหนี้ที่ ๒ มีส่วนร่วมในการกระทำหรือยินยอมให้กระทำอยู่ด้วย มิใช่เป็นการกระทำของผู้คัดค้านฝ่ายเดียว และผู้คัดค้านรู้ดีว่าลูกหนี้ที่ ๒ มีหนี้สินล้นพ้นตัวเพราะกำลังถูกฟ้องขอให้ล้มละลาย จึงถือโอกาสอาศัยสัญญาที่ลูกหนี้ที่ ๒ ทำให้ไว้โอนเงินฝากประจำของลูกหนี้ที่ ๒ มาชำระหนี้เบิกเงินเกินบัญชีแก่ผู้คัดค้านประกอบกับไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ที่ ๒ ได้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้รายอื่นซึ่งมีอยู่ทั้งหมดถึง ๑๕ รายเป็นจำนวนเงิน ๒,๖๐๐,๐๐๐ บาท

การกระทำของผู้คัดค้านและลูกหนี้ที่ ๒ ถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น ต้องตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๕ แล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำสั่งและคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
กิติ บูรพรรณ์ · ประสม ศรีเจริญ · ธรรมสถิตย์ ธีรกุล
Lower court
ศาลแพ่ง - นายประสิทธิ์ แสนศิริ
ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ สุทธิวาทนฤพุฒิ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 854/2534

การร้องขอเพิกถอนการโอนตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 115นั้น ต้องเป็นการโอนให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าหนี้อยู่ก่อนมีการโอน และการโอนเช่นนั้นทำให้เจ้าหนี้อื่น ๆ ของจำเลยเสียเปรียบ เพราะการที่จำ…

Supreme Court Judgment No. 802/2519

โจทก์จำนองทรัพย์สินไว้แก่บริษัทจำเลยเพื่อเป็นประกันหนี้เป็นจำนวนเงินไม่เกิน 40,000 บาท แล้วโจทก์เป็นหนี้ค่าเบี้ยประกันบริษัทจำเลย 99,853.90 บาท ก่อนบริษัทจำเลยจะถูกฟ้องล้มละลายเพียง 4 วัน โจทก์ได้ชำระ…

Supreme Court Judgment No. 3107/2568

แม้โจทก์มิใช่เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนยกที่ดินให้จำเลยที่ 3 แต่เมื่อโจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมาแล้วย่อมมีฐานะเป็นเจ้าหนี้เช่นกัน จึงต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิเช่นเดียวกับเจ้าห…

Supreme Court Judgment No. 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

Supreme Court Judgment No. 2050/2566

การที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคําชี้ขาดให้ผู้ร้องที่ 1 และที่ 2 เข้าทำสัญญาเงินกู้หรือบันทึกข้อตกลงค้ำประกันการชําระหนี้และสัญญาจำนำหุ้น และในสถานการณ์นี้จะสั่งให้เพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างระหว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up