Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3053/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่โจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันยอมยกทรัพย์สินให้แก่บุคคลภายนอกคดี ข้อตกลงดังกล่าวหาได้ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนแต่ประการใดไม่ โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดแล้ว เมื่อตามสัญญาประนีประนอมยอมความปรากฏข้อความชัดว่า จำเลยยอมแบ่งที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 40888 ให้กับ ส. ธ. พ. และโจทก์โดยระบุเนื้อที่ดินที่จะแบ่งให้แต่ละคนไว้ ส่วนที่เหลือเป็นของจำเลย และจำเลยยอมโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 42487 ให้กับ ส. ทั้งหมด หากจำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความนี้ให้บังคับคดีได้ทันที จำเลยยินยอมจะยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อแบ่งแยกที่ดินในส่วนที่จะแบ่งให้กับโจทก์และบุคคลดังกล่าว เมื่อได้รับหนังสือบอกกล่าวจากทนายความโจทก์เท่านั้น คดีได้ความว่าส. ธ. และ พ. ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้แสดงเจตนาถือเอาประโยชน์จากสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว สิทธิของบุคคลภายนอกย่อมเกิดมีขึ้น โจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญาประนีประนอมยอมความหาอาจจะเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธินั้นในภายหลังได้ไม่ ดังนี้โจทก์มีส่วนได้เสียตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยตรงได้ขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งได้ พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว หาได้บังคับ เอาแก่บุคคลภายนอกแต่อย่างใดไม่ การบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลอยู่ในวิสัยที่จำเลยปฏิบัติได้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจาก

โจทก์ฟ้องเรียกให้เพิกถอนการโอนที่ดิน ๓ แปลงของจำเลย คือ ๑) ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ ๔๕๒ ๒) ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๒๔๘๗ ๓) ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๐๘๘๘ ต่อมาโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ความว่าจำเลยยอมแบ่งที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๔๐๘๘๘ให้โจทก์ ๑ ไร่ ๒ งาน ๘๑ เศษ ๖ ส่วน ๑๐ ตารางวา ให้กับนางสุวณีย์ มุสิกรักษ์๑ ไร่ ให้กับนางสาวสุวภา ธรรมแก้ว ๑ ไร่ให้กับนายเพื่อน บุญมณี ๑ ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นของจำเลย จำเลยยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๒๔๘๗ ให้กับนางสาวสุวภา ธรรมแก้ว ทั้งหมด ที่ดินส่วนอื่นโจทก์ไม่ติดใจเรียกร้อง ที่ดินที่จำเลยยอมแบ่งให้กับโจทก์เป็นที่ดินที่จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายให้บุคคลที่สามไปแล้ว ยอมให้โจทก์ยอมรับเงินค่าที่ดินทั้งหมดจากบุคคลที่สาม ศาลได้พิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมโอนที่ดินตามสัญญาประนีประนอมยอมความ

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาโอนที่ดินตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยยื่นคำแถลงคัดค้านว่า จำเลยไม่เข้าใจความหมายตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งเป็นสัญญาขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลชั้นต้นสั่งยกคำแถลงของจำเลย จำเลยยื่นคำร้องว่าสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยโอนที่ดินให้แก่บุคคลภายนอก ซึ่งไม่ได้เป็นคู่ความในคดี ย่อมไม่ผูกพันจำเลย ขอให้สั่งระงับการโอนที่ดิน หากโอนไปแล้ว ขอให้เพิกถอนการโอน โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่า สัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอมไปแล้วนั้น ย่อมผูกพันจำเลยต้องปฏิบัติตามเพราะเป็นคำพิพากษาตามยอมไม่ใช่สัญญาธรรมดา โจทก์มีสิทธิร้องขอให้บังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้

เพราะคำพิพากษาผูกพันจำเลย หาใช่ผูกพันบุคคลภายนอกให้ต้องปฏิบัติตามไม่ ศาลชั้นต้นให้นัดพร้อม ในวันนัดโจทก์ จำเลย และบุคคลภายนอกผู้ได้รับประโยชน์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความมาศาล นางสุวณีย์ มุสิกรักษ์ นางสาวสุวภา ธรรมแก้ว และนายเพื่อน บุญมณี ต่างแถลงว่าประสงค์จะรับประโยชน์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยจะรับโอนที่ดิน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การที่จำเลยไม่ยอมโอนที่ดินเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา จึงให้จำเลยปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษาตามยอม

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นในส่วนที่เกี่ยวกับการโอนที่ดิน โฉนดเลขที่ ๔๐๘๘๘ และ ๔๒๔๗๘๗ ให้แก่นางสุวณีย์ มุสิกรักษ์ นายเพื่อน บุญมณี และนางสาวสุวภา ธรรมแก้ว ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า การที่โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้โอนทรัพย์สินแก่บุคคลภายนอก และศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดไปแล้ว จะบังคับให้คู่กรณีปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลได้หรือไม่ การที่โจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ยอมยกทรัพย์สินให้แก่บุคคลภายนอกคดี ข้อตกลงดังกล่าวหาได้ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนแต่ประการใดไม่ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความปรากฏข้อความชัดว่า จำเลยยอมแบ่งที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๔๐๘๘๘ ให้กับนางสุวณีย์ มุสิกรักษ์ นางสาวสุวภา ธรรมแก้ว นายเพื่อน บุญมณี และโจทก์ ส่วนที่เหลือเป็นของจำเลย และจำเลยยอมโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๔๒๔๘๗ ให้กับนางสาวสุวภา

ธรรมแก้ว ทั้งหมด หากจำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความนี้ให้บังคับคดีได้ทันที และตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ ๕ มีความว่า "จำเลยยินยอมจะยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา เพื่อแบ่งแยกที่ดินในส่วนที่จะแบ่งให้กับโจทก์และทายาทอื่น ๆเมื่อได้รับหนังสือบอกกล่าวจากทนายความโจทก์เท่านั้น" คดีได้ความว่านางสุวณีย์ มุสิกรักษ์ นางสาวสุวภา ธรรมแก้ว และนายเพื่อน บุญมณี ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้แสดงเจตนาถือเอาประโยชน์จากสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว สิทธิของบุคคลภายนอกย่อมเกิดมีขึ้น โจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญาประนีประนอมยอมความ หาอาจจะเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธินั้นในภายหลังได้ไม่ เห็นว่า โจทก์มีส่วนได้เสียตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยตรง ได้ขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลซึ่งได้พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว หาได้บังคับเอาแก่บุคคลภายนอกแต่อย่างใดไม่ การบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลอยู่ในวิสัยที่จำเลยปฏิบัติได้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยโอนที่ดินให้แก่นางสุวณีย์ มุสิกรักษ์ นางสาวสุวภา ธรรมแก้ว นายเพื่อน บุญมณี ตามเงื่อนไขในสัญญาประนีประนอมยอมความ ฉบับวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๒๕ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อพิเคราะห์ถึงการดำเนินคดีของจำเลยประกอบกับโจทก์เป็นบุพการีของจำเลยเอง เห็นสมควรให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกา โดยกำหนดเป็นค่าทนายความ ๑,๐๐๐ บาทแทนโจทก์

Matter details

Panel of judges
พจน์ บุญเลี้ยง · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ยนต์ พิรวินิจ
Lower court
ศาลจังหวัดสงขลา - ศาลอุทธรณ์ - นายอุดมศักดิ์ ศิริอ่อน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 768/2534

สัญญาประนีประนอมยอมความที่คู่กรณีตกลงกันต่อหน้าศาล และศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้วนั้น มีผลทำให้หนี้เดิมระงับ เกิดหนี้ใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งคู่กรณีต้องปฏิบัติตามสัญญานั้น หากโจทก์เห็นว่าคำพ…

Supreme Court Judgment No. 5671/2534

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้โจทก์จำเลยหย่าขาดและแบ่งทรัพย์สินกัน โดยมีข้อตกลงข้อหนึ่งว่าให้จำเลยโอนที่ดินที่มีชื่อบริษัท ม. ซึ่งจำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการและมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทได้ให้แก่โจทก์ จำเลยทำ…

Supreme Court Judgment No. 5478/2553

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมกำหนดไว้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ หนี้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้รวม 36,130,856.01 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 ตกลงร่วมรับผิดใ…

Supreme Court Judgment No. 7232/2552

โจทก์ไม่ได้ปฏิบัติผิดจากข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอม การที่บุคคลภายนอกนำเสาปูนมาปักหน้าประตูรั้วเหล็กก็เป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสองจะต้องไปว่ากล่าวเอาแก่บุคคลภายนอกต่อไป จึงไม่มีเห…

Supreme Court Judgment No. 2675/2551

บันทึกหลังทะเบียนการหย่า ที่ระบุว่าบ้านเลขที่ 11/1 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง พร้อมกับที่ดินปลูกสร้างบ้านยกให้แก่โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 บุตรทั้ง 3 คน นั้น เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความและ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up