Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3022/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยอ้างแต่เพียงว่า จำเลยได้ ครอบครองทรัพย์พิพาทอย่างเป็นเจ้าของมาตั้งแต่วันที่โจทก์ยกทรัพย์พิพาทให้จำเลย ไม่ได้อ้างว่าจำเลยเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือ การที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยเป็นฝ่ายครอบครองทรัพย์พิพาททั้งหมด ต่อมาโจทก์จำเลยทะเลาะกัน จำเลยไล่โจทก์ออกจากบ้านซึ่งเป็นทรัพย์พิพาทชิ้นหนึ่ง พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือทรัพย์พิพาท จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทโดยการครอบครองนั้น จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย เมื่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทยังเป็นของโจทก์อยู่ จำเลยไม่มีสิทธินำทรัพย์นั้นไปจำหน่ายจ่ายโอนได้ คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่จำเลยนำทรัพย์พิพาทไปตีใช้หนี้ให้แก่บิดาจำเลยไม่ผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและเป็นเจ้าของทรัพย์พิพาท โจทก์จึงฟ้องให้จำเลยออกไปจากบ้านพิพาทและส่งมอบทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้จดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน และได้ตกลงแบ่งสินสมรสโดยจำเลยยอมแบ่งทรัพย์สินให้โจทก์รวม ๑๔ รายการ รวมทั้งบ้านพิพาท และให้โจทก์ใช้หนี้บุคคลอื่นเป็นเงิน ๒๒,๕๙๐ บาท ต่อมาจำเลยนำทรัพย์สินของโจทก์ไปยกให้บิดาจำเลย โจทก์ทางถามให้จำเลยคืนทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่โจทก์และให้จำเลยกับบริวารออกจากบ้านของโจทก์แล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยคืนทรัพย์สินตามเอกสารท้ายฟ้องให้แก่โจทก์ ให้จำเลยและบริวารออกไปจากบ้านพิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับบ้านและทรัพย์สินดังกล่าว

จำเลยให้การว่า ทำหนังสือยกทรัพย์พิพาทให้โจทก์จริงแต่โจทก์เห็นใจจำเลยซึ่งต้องรับภาระเลี้ยงดูบุตรทั้งสามแต่ผู้เดียวจึงไม่ขอรับบ้านและทรัพย์สินพิพาทและมอบคืนให้จำเลยกับบุตรเพื่อใช้และอยู่อาศัย ทรัพย์ดังกล่าวจึงตกเป็นของจำเลย ต่อมาจำเลยมอบเงินให้โจทก์ไป ๔๐,๐๐๐ บาท โจทก์สัญญาว่าจะไม่เรียกร้องเพิ่มเติมอีก การที่จำเลยนำบ้านและทรัพย์พิพาทไปชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาล จึงเป็นสิทธิของจำเลยและทรัพย์สินดังกล่าวได้เปลี่ยนไปเป็นของคนอื่นแล้ว พ้นวิสัยที่จำเลยจะปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ จำเลยได้ครอบครองทรัพย์พิพาทโดยสงบเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลาเกินกว่า ๕ ปีแล้วกรรมสิทธิ์จึงตกเป็นของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านเรือนของโจทก์ตามฟ้อง ให้จำเลยคืนทรัพย์ทั้งหมดให้แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อโจทก์จำเลยจดทะเบียนหย่ากันแล้ว โจทก์จำเลยทำหนังสือตกลงแบ่งสินสมรสโดยจำเลยยกทรัพย์สินตามฟ้องให้โจทก์ โจทก์ต้องใช้หนี้บุคคลภายนอกเป็นเงิน ๒๒,๕๙๐ บาทจำเลยไม่ได้ให้เงินจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ ต่อมาจำเลยนำบ้านพิพาทและทรัพย์สินภายในบ้าน อันเป็นทรัพย์สินที่จำเลยแบ่งให้โจทก์แล้วไปชำระหนี้ให้บิดาจำเลย ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งของศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ แต่จำเลยยังคงครอบครองบ้านและทรัพย์สินดังกล่าวอยู่ แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยฎีกาข้อแรกว่า จากการนำสืบของโจทก์ที่ได้ความว่า จำเลยเป็นฝ่ายครอบครองทรัพย์พิพาททั้งหมด ต่อมาโจทก์กับจำเลยทะเลาะกันจำเลยไล่โจทก์ให้ออกจากบ้าน

พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่า จำเลยได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือทรัพย์พิพาท โดยบอกกล่าวแก่โจทก์ว่าจะไม่ยึดถือทรัพย์พิพาทแทนโจทก์ จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทโดยการครอบครองนั้น เห็นว่า ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยอ้างแต่เพียงว่าจำเลยได้ครอบครองทรัพย์พิพาทอย่างเป็นเจ้าของมาตั้งแต่วันที่โจทก์ยกทรัพย์พิพาทให้จำเลย ไม่ได้อ้างว่าจำเลยเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือ การที่จำเลยฎีกาดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยฎีกาในข้อต่อมาว่า จำเลยได้นำทรัพย์พิพาทไปตีใช้หนี้ให้แก่บิดาจำเลย และศาลได้มีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความไปแล้ว จึงไม่อาจบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำฟ้องของโจทก์ได้นั้นเห็นว่า

เมื่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทยังเป็นของโจทก์อยู่ จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะนำทรัพย์นั้นไปจำหน่ายจ่ายโอนได้ คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังที่จำเลยอ้างไม่ผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและเป็นเจ้าของทรัพย์พิพาท ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยออกจากบ้านพิพาท และส่งมอบทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์จึงชอบแล้ว

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง
Lower court
ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายประดิษฐ์ สิงหทัศน์
ศาลอุทธรณ์ - นายสังเวียน รัตนมุง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6383/2550

ปัญหาเรื่องฟ้องซ้อนหรือไม่เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ผู้ร้องชอบที่จะยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้ การที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎ…

Supreme Court Judgment No. 73/2546

ที่จำเลยฎีกาว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินที่จำเลยขอรังวัดออกโฉนดที่ดินนั้น โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทโดยซื้อมาจาก ผ.ตั้งแต่ปี 2495 ต่อมาจำเลยได้ขอออกโฉนดที่ดินทับที่ดินพิพาท จำเลยให้การว่า…

Supreme Court Judgment No. 3208/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีก่อนวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตที่ดินของโจทก์ดังนั้น ผลของคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวจึงผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษา นับแต่วันที่ได้พิพากษาจนถึงวันที่คำพิพากษานั…

Supreme Court Judgment No. 7169/2538

ที่จำเลยฎีกาว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ยอมรับว่าต.ครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้ว ต้องฟังว่า ต.ครอบครองที่ดินพิพาทเกินกว่า 1 ปีแล้วนั้น ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ได้ความเพียงแต่ว่าเมื่อ 20 ปีม…

Supreme Court Judgment No. 7377/2538

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของจำเลยโดยโจทก์ทั้งสองอ้างว่าสิทธิบัตรดังกล่าวของจำเลยเป็นสิทธิบัตรที่ไม่สมบูรณ์เพราะขัดต่อ พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 5 และปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองซึ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up