คำฟ้องและคำให้การ
คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นรวมการพิจารณาพิพากษาโจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยที่ 1 รับราชการเป็นทหารอากาศเป็นอาชีพที่ไว้วางใจของประชาชน โจทก์ทั้งสองกับพวกได้มอบหมายให้จำเลยทั้งสองดำเนินการขอขยายเขตจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปยังหมู่ที่ 3 ที่ 4 โดยโจทก์กับพวกได้เฉลี่ยกันออกเงินค่าใช้จ่ายมอบให้จำเลยทั้งสองนำไปชำระแก่การไฟฟ้าจังหวัดปทุมธานี ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงการปักเสาและหม้อแปลง ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง โจทก์กับพวกจึงมอบหมายให้จำเลยทั้งสองรับเงินส่วนที่ลดลงคืนจากการไฟฟ้าจังหวัดปทุมธานี จำเลยทั้งสองรับคืนมาแล้วยักยอกไว้เป็นประโยชน์ของตนขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 353, 354ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองสำนวนโจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
การกระทำที่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 จะต้องได้ความว่าผู้กระทำการยักยอกได้กระทำลงในฐานเป็นผู้มีอาชีพและธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน มิใช่เป็นเรื่องความไว้วางใจกันเองระหว่างผู้เสียหายกับผู้กระทำความผิด ฟ้องของโจทก์ทั้งสองสำนวนเพียงแต่บรรยายอาชีพของจำเลยที่ 1 ว่ารับราชการเป็นทหารอากาศ เป็นอาชีพที่ไว้วางใจของประชาชนมิได้บรรยายถึงอาชีพหรือธุรกิจของจำเลยที่ 2 เป็นฟ้องที่ไม่แสดงให้เห็นว่ากิจการที่โจทก์ทั้งสองสำนวนกับพวกมอบหมายให้จำเลยทั้งสองไปจัดการนั้น เกี่ยวข้องกับอาชีพรับราชการทหารอากาศของจำเลยที่ 1 และเกี่ยวข้องกับอาชีพหรือธุรกิจของจำเลยที่ 2 อย่างไร พอให้เข้าใจได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจที่กล่าวในฟ้อง
กลับเข้าใจได้ว่าโจทก์ทั้งสองสำนวนกับพวกมอบหมายให้จำเลยทั้งสองดำเนินการตามฟ้องเพราะมีความไว้วางใจกันเองโดยไม่เกี่ยวกับอาชีพหรือธุรกิจของจำเลยทั้งสอง การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำผิดตามที่โจทก์ทั้งสองสำนวนบรรยายฟ้องนั้น จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำลงในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนพิพากษายืน