Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2974/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยทั้งห้าเป็นคณะกรรมการควบคุมบริษัท ร. ตามความในมาตรา 57,59 แห่ง พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุนฯ ให้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการของบริษัทได้ทุกประการ เมื่อจำเลยได้เข้าทำการตรวจสอบฐานะการเงินและการดำเนินงานของบริษัทแล้ว จึงได้ทำรายงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมี บัญชีทรัพย์สินหนี้สินของบริษัทรวมอยู่ด้วย บัญชีที่ทำขึ้นเพื่อรายงานกิจการและสถานะทางการเงินของบริษัทดังกล่าวนั้น หาใช่บัญชีตามความมุ่งหมายของ มาตรา 1206 แห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ การกระทำของจำเลยทั้งห้าจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ มาตรา 42

Provisions the court ruled on

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ฎีกาของโจทก์ที่ศาลฎีกาสั่งให้รับไว้ คงมีเพียงว่า เอกสารหมาย จ.5 เป็นบัญชีของบริษัทราชาเงินทุน จำกัด ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1206 หรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยคดีนี้ ศาลฎีกาจึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาว่าเนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พิจารณาเห็นว่า บริษัทราชาเงินทุน จำกัด มีฐานะและการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์ของประชาชน จึงได้แต่งตั้งจำเลยทั้งห้าเป็นคณะกรรมการควบคุมบริษัทราชาเงินทุน จำกัด ตามความในมาตรา 57, 59 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์พ.ศ. 2522 ให้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการของบริษัทราชาเงินทุน จำกัด ได้ทุกประการ เมื่อจำเลยได้เข้าทำการตรวจสอบฐานะการเงิน และการดำเนินงานของบริษัทราชาเงินทุน จำกัด แล้ว จึงได้ทำรายงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามเอกสารหมาย จ.5 ซึ่งมีบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของบริษัทราชาเงินทุน จำกัด รวมอยู่ด้วยตามบัญชีดังกล่าวบริษัทราชาเงินทุน จำกัด มีทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้จำนวน 405 ล้านบาทผิดไปจากงบแสดงฐานะทางการเงินและหนี้สินของบริษัทที่ทำไว้ก่อนจำเลยเข้าดำเนินการควบคุม เนื่องจากจำเลยได้ประเมินทรัพย์สินของบริษัทราชาเงินทุน จำกัด ว่า มีหนี้สูญจำนวน 1,260 ล้านบาทพิเคราะห์แล้ว

เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1206บัญญัติไว้ว่า"กรรมการต้องจัดให้ถือบัญชีซึ่งกล่าวต่อไปนี้ไว้ให้ถูกถ้วนจริง ๆ คือ(1) จำนวนเงินที่บริษัทได้รับและได้จ่าย ทั้งรายการอันเป็นเหตุให้รับหรือจ่ายเงินทุกรายไป(2) สินทรัพย์ และหนี้สินของบริษัท" และมาตรา 1024 ได้บัญญัติไว้อีกว่า ในระหว่างผู้ถือหุ้นด้วยกันก็ดีในระหว่างผู้ถือหุ้นกับบริษัทก็ดี ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบัญชีเหล่านี้เป็นพยานหลักฐานอันถูกต้องตามข้อความที่ได้บันทึกไว้นั้นทุกประการ จากบทบัญญัติดังกล่าวนี้ จะเห็นได้ว่า บัญชีของบริษัทนั้นนอกจากจะเป็นบันทึกแสดงให้เห็นว่า บริษัทมีการรับหรือจ่ายเงินกันอย่างไร เหตุใดจึงมีการรับและจ่ายเงินนั้น ตลอดจนเป็นการแสดงให้เห็นว่า

บริษัทมีทรัพย์สินหนี้สินอย่างไร จึงเป็นการแสดงให้เห็นการดำเนินงานของบริษัทและฐานะทางการเงินของบริษัทแล้ว บัญชีดังกล่าวยังเป็นหลักฐานใช้ยันกันได้ระหว่างผู้ถือหุ้นกันเอง และระหว่างผู้ถือหุ้นกับบริษัทอีกด้วย และจากบัญชีของบริษัทนี้เอง จะเป็นหลักฐานในการคิดคำนวณกำไรขาดทุนอันมีผลในการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น นอกจากนั้น มาตรา 1213 และ มาตรา 1214 ยังกำหนดให้ผู้สอบบัญชีเข้าตรวจสอบบัญชีดังกล่าว และผู้สอบบัญชีต้องทำรายงานว่าด้วยงบดุลและบัญชียื่นต่อที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นอีกด้วย บัญชีของบริษัท จึงมีความสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัทและการควบคุมการบริหารงานของกรรมการบริษัท ด้วยเหตุนี้เองประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1206 จึงกำหนดให้กรรมการจัดให้ถือบัญชีขึ้น และมาตรา 1168(2)

กำหนดให้กรรมการต้องรับผิดชอบร่วมกัน ที่จะต้องจัดให้มีและรักษาไว้ให้เรียบร้อยซึ่งสมุดบัญชีดังกล่าวหากกรรมการละเลยไม่จัดให้ถือบัญชีตามมาตรา 1206 ก็เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 28(2) และถ้าบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท กระทำหรือยินยอมให้กระทำให้บัญชีของบริษัทเสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือปลอมหรือลงข้อความเท็จ หรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชี เพื่อลวงให้บริษัทหรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้ ก็เป็นความผิดตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยในคดีนี้

จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมานั้น ย่อมเห็นได้ว่าบัญชีทรัพย์สินเอกสารหมาย จ.5 ซึ่งเป็นบัญชีที่จำเลยทั้งห้าทำขึ้นเพื่อรายงานกิจการและสถานะทางการเงินของบริษัทราชาเงินทุน จำกัด ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น หาใช่บัญชีตามความมุ่งหมายของมาตรา 1206 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ ที่ศาลทั้งสองพิพากษาต้องกันมาให้ยกฟ้องโจทก์นั้น เป็นการชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up