Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2962/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ข.เป็นบิดาโจทก์เป็นเจ้าของโรงเรียนและที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนโดยโจทก์เป็นเพียงผู้มีสิทธิดำเนินกิจการโรงเรียนเท่านั้น แม้โจทก์จะมีสิทธิใช้สอยและครอบครองที่ดินที่โรงเรียนตั้งอยู่ก็ตาม ก็เป็นการครอบครองแทน ข.เมื่อต่อมาภายหลังข.ได้แบ่งแยกที่ดินที่โรงเรียนตั้งอยู่ออกเป็น5 แปลง และยกกรรมสิทธิ์ที่ดินที่แบ่งแยกให้แก่บุตรทั้ง 4 คน รวมทั้งโจทก์และจำเลยคนละแปลง ส่วนที่เหลือเป็นของ ข. ซึ่งให้จำเลยเช่า จำเลยทำรั้วขึ้นในเขตพื้นที่ที่ดินของจำเลย ส่วนบริเวณที่จำเลยขนโต๊ะเก้าอี้และเครื่องเล่นเด็กสนามไปไว้เป็นบริเวณที่ดินของข.ซึ่งได้ให้จำเลยเช่าจำเลยย่อมมีสิทธิในที่ดินส่วนนี้ตามสัญญาเช่า เมื่อจำเลยไม่ยอมให้โจทก์ใช้ประโยชน์ในที่ดินของจำเลยและที่ดินส่วนที่จำเลยเช่าจากข. จำเลยจึงมีสิทธิที่จะกระทำการใด ๆในที่ดินได้ตามกฎหมายโดยไม่ต้องดำเนินการทางศาลก่อนการกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของโรงเรียนสุขเนตรเมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคม 2534 จำเลยขนโต๊ะ เก้าอี้เครื่องเล่น เด็กสนาม ไม้เสาเข็ม เข้าไปไว้ในบริเวณอาคารเรียนของโจทก์ และต่อมาวันที่ 15 พฤษภาคม 2534จำเลยกั้นรั้วขึงลวดหนามกลางสนามหน้าโรงเรียนเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่สามารถใช้สอยสถานที่บริเวณโรงเรียนเป็นปกติสุข และเกรงว่าอาจเกิดอันตรายแก่เด็กนักเรียน ขอให้บังคับจำเลยขนย้ายโต๊ะ เก้าอี้เครื่องเล่นเด็กสนามและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรั้วลวดหนามออกจากบริเวณโรงเรียนของโจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์รื้อถอนขนย้ายเองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องในบริเวณโรงเรียนของโจทก์จำเลยให้การว่า

โจทก์ได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงเรียนแต่ที่ดินที่ตั้งของโรงเรียนเป็นของนายแข นายประยูร นายบางและนายสำรวย มีสุข ซึ่งทุกคนต่างไม่ยินยอมให้โจทก์ใช้ที่ดินและได้แจ้งให้กระทรวงศึกษาธิการทราบแล้ว จำเลยเป็นผู้เช่าที่ดินจากนายแขและนายบาง จึงมิได้ทำละเมิดต่อโจทก์แต่เป็นการใช้สิทธิครอบครองตามสัญญาเช่าโดยบอกกล่าวโจทก์ก่อนแล้ว จำเลยกั้นรั้วในเขตที่ดินจริงแต่ไม่ได้ทำให้เด็กนักเรียนเดือดร้อนขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนรั้วออกไปจากบริเวณโรงเรียนของโจทก์ คำขออื่นให้ยก

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เดิมโรงเรียนสุขเนตรดำเนินกิจการบนที่ดินโฉนดเลขที่ 7640ซึ่งเป็นของนายแข มีสุข บิดาโจทก์จำเลยโดยโจทก์เป็นผู้ขออนุญาตเป็นเจ้าของจัดตั้งโรงเรียนและเป็นผู้ดำเนินกิจการโรงเรียนดังกล่าว ต่อมานายแขได้แบ่งแยกที่ดินโฉนดดังกล่าวออกเป็น 5 แปลง ยกให้แก่บุตร 4 คน คือโจทก์จำเลยนายบางและนายประยูรคนละแปลง ส่วนที่เหลือเป็นของนายแขแต่นายแขได้ให้จำเลยเช่า ปรากฏตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย ล.10 ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ จำเลยได้กั้นรั้วและนำอุปกรณ์โต๊ะต่าง ๆ ไปไว้ที่บริเวณสนามของโรงเรียนสุขเนตรดังโจทก์ฟ้องจริง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือไม่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามคำเบิกความของโจทก์ตอบทนายจำเลยถามค้านโจทก์ยอมรับว่า นายแข มีสุขซึ่งเป็นบิดาโจทก์เป็นเจ้าของโรงเรียนสุขเนตรและที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนโดยโจทก์เป็นเพียงผู้มีสิทธิดำเนินกิจการโรงเรียนตามใบอนุญาตเอกสารหมาย จ.1 เท่านั้นการดำเนินกิจการโรงเรียนดังกล่าวแม้โจทก์จะมีสิทธิใช้สอยและครอบครองที่ดินที่โรงเรียนตั้งอยู่ก็ตาม ก็เป็นการครอบครองแทนนายแขผู้เป็นเจ้าของที่ดินเท่านั้น เมื่อต่อมาภายหลังนายแขได้แบ่งแยกที่ดินที่โรงเรียนตั้งอยู่และยกกรรมสิทธิ์ที่ดินที่แบ่งแยกให้แก่บุตรทั้ง 4 คน คนและแปลงและโจทก์ยอมรับว่าแนวรั้วที่จำเลยทำขึ้นอยู่ในเขตพื้นที่ที่ดินโฉนดเลขที่ 3606 ซึ่งเป็นของจำเลย

ส่วนบริเวณที่จำเลยขนโต๊ะเก้าอี้และเครื่องเล่นเด็กสนามไปไว้ เป็นบริเวณที่ดินของนายแขซึ่งได้ให้จำเลยเช่า จำเลยย่อมมีสิทธิในที่ดินส่วนนี้ตามสัญญาเช่า เมื่อจำเลยไม่ยอมให้โจทก์ใช้ประโยชน์ในที่ดินของจำเลยและที่ดินส่วนที่จำเลยเช่าจากนายแขจำเลยจึงมีสิทธิที่จะกระทำการใด ๆ ในที่ดินได้ตามกฎหมายโดยไม่ต้องดำเนินการทางศาลก่อนดังโจทก์ฎีกา การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้อง จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
มหินทร์ สุรดินทร์กูร · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

Supreme Court Judgment No. 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

Supreme Court Judgment No. 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

Supreme Court Judgment No. 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

Supreme Court Judgment No. 882/2567

กรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 6 ระบุเหตุที่โจทก์สละสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยว่า ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up