คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันใช้เผือกและลอบอันเป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำประจำที่ลงกั้นทำการจับสัตว์น้ำประจำที่ลงกั้นทำการจับสัตว์น้ำในคลองหัวนาเกลืออันเป็นที่สาธารณประโยชน์โดยมิได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตาม พรบ อากรค่าน้ำ ร.ศ. ๑๒๐ ม. ๑๗ ๑๙ กฎกระทรวงซึ่งออกตามความใน พรบ อากรค่าน้ำ ร.ศ. ๑๒๐ ลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๖ ข้อ ๒๓ (๕)
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าเครื่องมือที่จำเลยใช้จับสัตว์น้ำในเรื่องนี้ไม่ใช่เครื่องมือประจำที่จำเลยไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง โจทก์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เครื่องมือที่ใช้จะว่าเป็นเครื่องมือประจำที่หรือไม่ต้องพิเคราะห์ถึงการใช้เครื่องมือนั้น ๆ เป็นราย ๆ ไปในคดีนี้ เครื่องมือที่จำเลยใช้มีเผือกลงกั้นขวางเต็มคลองในเวลาน้ำลง แล้วเอาลอยดักตามช่องเผือก คอยกู้ลอบเอาปลาจนน้ำลงหมด ไม่มีปลาเข้าลอบแล้วก็ถอนเผือกเลิกจับปลาจากที่นั้น การใช้ดังนี้เป็นการใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำประจำที่ตามกฎกระทรวงข้อ ๒๓ (๕) ทั้ง จำเลยได้เอาเครื่องมือประจำที่นี้ใข้ทำการจับปลาในที่สาธารณประโยชน์จำเลยมีความผิดตามโจทก์หาพิพากษากลับว่า จำเลยมีผิดตามพระราชบัญญัติอากรค่าน้ำ ร.ศ. ๑๒๐ ม. ๑๙ และกฎกระทรวงซึ่งออกตามความใน ม . ๑๓ แห่ง พรบ อากรค่าน้ำข้อ ๒๓ (๕) จำเลยฎีกาว่า ๑. เผือกและลอบไม่ใช่เครื่องมือจับสัตว์น้ำประจำที่ตามความมุ่งหมายแห่งกฎหมาย ๒. ที่ ๆ จำเลยจับสัตว์น้ำไม่ใช่ ที่สาธารณประโยชน์ตามกฎกระทรวงข้อ ๒๓ (๕)
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า ๑. เผือกหรือลอบจะเป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำประจำที่หรือไม่ แล้วแต่ลักษณและอาการที่ใช้จับสัตย์น้ำเป็นราย ๆ ไป และเห็นว่า โดยฉะเพราะในคดีนี้เป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำประจำที่ดังศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัย ๒. คำว่า " ที่สาธารณประโยชน์ " ตามกฎข้อ ๒๓ (๕) นี้ หมายความถึงที่สาธารณประโยชน์ในกฎข้อ ๒ (ง) และข้อ ๒(๒) (๓) ไม่ คำว่า " ที่สาธารณประโยชน์" ตามกฎข้อ ๒ (ง) นั้นเป็นคำประกบความในตอนต้นของวรรคนั้น คือ แสดงว่าเป็นที่สาธารณไม่หวงห้ามการจับสัตว์น้ำ ผิดแผกไปจากที่หวงห้ามไว้สำหรับรักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำหรือที่ซึ่ง อนุญาตให้เอกชนประมูลจับสัตว์น้ำตามที่บัญญัติไว้ในวรรคก่อน ๆ นั้น จำเลยทำการจับน้ำนี้จึงเป็นที่สาธารณประโยชน์ ตามกฎข้อ ๒๓ (๕)
Result
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์