Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2926/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พินัยกรรมตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดก กำหนดให้โจทก์ดำเนินการแบ่งแยกที่ดินมรดกให้ทายาทผู้ตายโดยให้มีถนนเข้าสู่ที่ดินทุกแปลง เมื่อโจทก์เพียงแต่โอนที่ดินใส่ชื่อทายาทของผู้ตายลงในโฉนด แต่ยังมิได้จัดการแบ่งแยกที่ดินและทำถนนการจัดการมรดกจึงยังไม่เสร็จสิ้น โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินอันเป็นมรดกของผู้ตายได้ เมื่อจำเลยเป็นผู้เช่าที่ดินพิพาท แม้จำเลยจะครอบครองที่ดินนั้นติดต่อกันมาเกิน 10 ปีก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองออกจากที่ดินที่เช่า ชำระค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ โจทก์ได้โอนที่พิพาทให้แก่ทายาทของผู้ตายแล้ว จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ ขอให้พิพากษาว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายบริวารออกไปจากที่ดินที่เช่า ชำระค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายธวัชผู้ตายได้ทำพินัยกรรมกำหนดให้โจทก์เป็นผู้จัดการแบ่งทรัพย์สินของนายธวัชให้เป็นไปตามพินัยกรรม นอกจากที่ดินแล้วนายธวัชยังมีทรัพย์สินอีกหลายอย่างที่โจทก์จะต้องจัดการ ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่นายธวัชทำพินัยกรรมยกให้แก่บุตรทั้งสามคนของตน ซึ่งตามพินัยกรรมนอกจากจะยกที่ดินให้แก่บุตรแล้วยังกำหนดให้แบ่งที่ดินโดยให้มีถนนเข้าทุกแปลงด้วย โจทก์เพียงแต่โอนที่ดินใส่ชื่อบุตรทั้งสามของนายธวัชลงในโฉนดที่ดินเท่านั้น ยังมิได้จัดการแบ่งแยกที่ดินและทำถนนเข้าที่ดินทุกแปลงตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม จึงถือว่าการจัดการมรดกของโจทก์ยังไม่เสร็จสิ้นเมื่อจำเลยไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินดังกล่าว

โจทก์อ้างว่าการทำถนนต้องผ่านบ้านของจำเลยที่ ๑ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ครอบครองอยู่ดังนั้นโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินพิพาทได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเช่าที่ดินพิพาทจากนายธวัชแม้จำเลยทั้งสองจะครอบครองที่ดินพิพาทติดต่อกันมาเกิน ๑๐ ปีก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ดังจำเลยต่อสู้ จำเลยจึงต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท และชำระค่าเช่าที่ค้างกับชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามฟ้อง

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
เสงี่ยม ทวีชัยการ · ยนต์ พิรวินิจ · พลจิตต์ ดียืน
Lower court
ศาลแพ่ง - นายปรีชา ชนานันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร จันทรศักดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up