Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2543 (ref. 29122)

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีมีประเด็นว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ หรือโจทก์ไม่มาทำงานเองเพราะกลัวความผิดที่ยอมให้บุคคลภายนอกนำสิ่งของเข้ามาไว้ในที่ดินและอาคารของจำเลยที่ 1โดยพลการ ที่จำเลยที่ 5 จะนำ ย. มาสืบว่าโจทก์เป็นผู้นำ ภ. ซึ่งตามทางพิจารณาคือบุคคลภายนอกที่จำเลยทั้งห้าอ้างไว้ในคำให้การขนสิ่งของเข้ามาในที่ดินและอาคารของจำเลยที่ 1 โดยพลการ จึงเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี จำเลยที่ 5 นำสืบได้แต่ที่จำเลยที่ 5 จะนำสืบ ย. ว่าโจทก์เก็บค่าไฟฟ้าจาก ย. แล้วไม่นำไปชำระจนถูกการไฟฟ้าฯ ตัดไฟฟ้าในโกดังของจำเลย กับที่จำเลยที่ 5 จะนำ ว. มาสืบว่าโจทก์เบิกความเท็จว่าเป็นผู้นำ ว. มาทำงานกับจำเลยนั้น ไม่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีและไม่ใช่การนำพยานหลักฐานมาสืบสนับสนุนข้ออ้างว่าคำเบิกความของโจทก์ไม่ควรเชื่อฟังอันเป็นการพิสูจน์ต่อพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 120 ที่ศาลแรงงานกลางไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 5 นำ ว. และ ย. มาสืบในข้อหลังจึงชอบแล้ว แต่ที่ไม่อนุญาตให้นำ ย. มาสืบข้อที่ว่าโจทก์เป็นผู้นำ ภ. ขนสิ่งของ เข้ามาในที่ดินและอาคารของจำเลยที่ 1 โดยพลการนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้าง จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ปรากฏสาเหตุ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน5,508 บาท ค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 4,860 บาท ค่าจ้างขั้นต่ำค้างจ่ายจำนวน6,120 บาท ค่าเสียหายจำนวน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีและค่าชดเชยจำนวน 48,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งหาให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทแล้วให้โจทก์เป็นฝ่ายนำพยานเข้าสืบก่อน เมื่อจำเลยทั้งห้าซึ่งเป็นฝ่ายนำพยานเข้าสืบทีหลังนำพยานเข้าสืบได้ 2 ปากแล้ว ทนายจำเลยทั้งห้าแถลงว่าประสงค์จะนำนายวีระ

อักโขรัมย์ มาสืบว่าโจทก์เบิกความเท็จว่าเป็นผู้นำนายวีระมาทำงานกับจำเลย และจะนำนายหยัดวิเชียรเลียบ มาสืบว่าโจทก์เก็บเงินค่าไฟฟ้าจากนายหยัดแล้วไม่นำไปชำระจนการไฟฟ้าฯ ตัดไฟฟ้าในโกดังของจำเลย กับโจทก์เป็นผู้นำนายภูมิศักดิ์ขนของเข้ามาในโกดังของจำเลยอีกเพียง 2 ปากศาลแรงงานกลางเห็นว่าพยานทั้งสองปากที่จำเลยทั้งห้าจะนำเข้าสืบไม่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งห้านำนายวีระและนายหยัดเข้าสืบแล้ววินิจฉัยว่า พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 5 แสดงต่อโจทก์ถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโจทก์ โดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์กระทำความผิดการเลิกจ้างของจำเลยที่ 5 จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม พิพากษาให้จำเลยที่ 5 ชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 5,250 บาท

ค่าชดเชยจำนวน 48,600 บาท กับค่าเสียหาย 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีและชำระค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 4,860 บาท กับค่าจ้างขั้นต่ำค้างจ่ายจำนวน 6,084 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 4 มีนาคม 2542) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4จำเลยที่ 5 อุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 5 อุทธรณ์ว่าคำสั่งศาลแรงงานกลางให้งดสืบพยานไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า

โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งห้าเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด

จำเลยทั้งห้าให้การต่อสู้ว่าจำเลยทั้งห้าไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ โจทก์ไม่มาทำงานเอง เหตุเพราะโจทก์ยอมให้บุคคลภายนอกนำสิ่งของเข้ามาไว้ในที่ดินและอาคารของจำเลยที่ 1 โดยพลการก่อนที่บุคคลภายนอกจะมาติดต่อขอเช่า ซึ่งในที่สุดตกลงเรื่องค่าเช่ากันไม่ได้ จำเลยที่ 5สอบถาม โจทก์ปฏิเสธไม่ได้รู้เห็นเป็นใจและอ้างว่าได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว จำเลยที่ 5 จึงให้โจทก์ไปคัดสำเนาบันทึกประจำวันมาแสดง โจทก์ไม่นำมาแสดงและไม่มาทำงานตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2541 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์อ้างว่าถูกเลิกจ้าง คดีจึงมีประเด็นว่าจำเลยทั้งห้าเลิกจ้างโจทก์ หรือโจทก์ไม่มาทำงานเองเพราะกลัวความผิดที่ยอมให้บุคคลภายนอกนำสิ่งของเข้ามาไว้ในที่ดินและอาคารของจำเลยที่ 1 โดยพลการแม้ศาลแรงงานกลางจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์หรือไม่ก็ต้องพิจารณารวมไปถึงว่าโจทก์ไม่มาทำงานเองเพราะกลัวความผิดที่ยอมให้บุคคลภายนอกนำสิ่งของเข้ามาไว้ในที่ดินและอาคารของจำเลยที่ 1 หรือไม่ด้วย ที่จำเลยที่ 5 จะนำนายหยัด

วิเชียรเลียบ(ตามบัญชีพยานจำเลยลงวันที่ 31 มีนาคม 2542 อันดับ 6 ระบุว่านายพยัด วิเชียรเลียบ) มาสืบว่าโจทก์เป็นผู้นำนายภูมิศักดิ์ซึ่งตามทางพิจารณาคือบุคคลภายนอกที่จำเลยทั้งห้าอ้างไว้ในคำให้การขนสิ่งของเข้ามาในที่ดินและอาคารของจำเลยที่ 1 โดยพลการ จึงเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี ชอบที่จำเลยที่ 5 จะนำสืบได้ ส่วนที่จำเลยที่ 5 จะนำสืบนายหยัดว่าโจทก์เก็บเงินค่าไฟฟ้าจากนายหยัดแล้วไม่นำไปชำระจนถูกการไฟฟ้าฯ ตัดไฟฟ้าในโกดังของจำเลย กับที่จำเลยที่ 5 จะนำนายวีระ อักโขรัมย์ (ตามบัญชีพยานจำเลยลงวันที่ 31 มีนาคม 2542 อันดับ 4 ระบุว่านายวิละ อะโขรัมย์) มาสืบว่าโจทก์เบิกความเท็จว่าเป็นผู้นำนายวีระมาทำงานกับจำเลยนั้น ไม่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีและไม่ใช่การนำพยานหลักฐานมาสืบสนับสนุนข้ออ้างว่าคำเบิกความของโจทก์ไม่ควรเชื่อฟังอันเป็นการพิสูจน์ต่อพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 120 เพราะจำเลยที่ 5 จะนำสืบ เพื่อหักล้างคำเบิกความของโจทก์ที่เบิกความตอบทนายจำเลยทั้งห้าว่า

จำเลยที่ 5 เป็นผู้รับนายวีระเข้าทำงาน และนายหยัดไม่ได้เอาเงินค่าไฟฟ้ามาให้โจทก์ โจทก์จึงไม่ได้นำไปชำระค่าไฟฟ้า เพื่อให้ศาลฟังว่าความจริงจำเลยที่ 5 ไม่ได้เป็นผู้รับนายวีระเข้าทำงานและโจทก์ได้เก็บเงินค่าไฟฟ้าจากนายหยัดไปแล้ว แต่ไม่นำไปชำระให้การไฟฟ้าฯ ตามที่จำเลยที่ 5 ต้องการเท่านั้น ซึ่งมิได้เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี ที่ศาลแรงงานกลางไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 5 นำนายวีระและนายหยัดมาสืบในข้อดังกล่าวจึงชอบแล้ว แต่ที่ศาลแรงงานกลางไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 5 นำนายหยัดมาสืบในข้อที่ว่าโจทก์เป็นผู้นำนายภูมิศักดิ์ขนสิ่งของเข้ามาในที่ดินและอาคารของจำเลยที่ 1 โดยพลการนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 5 ข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน เมื่อศาลแรงงานกลางไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 5 นำพยานที่จำเลยที่ 5สามารถนำสืบได้เข้าสืบคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางซึ่งมิได้นำพยานหลักฐานดังกล่าวมาวินิจฉัยด้วยจึงเป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบ กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยที่ 5 อีกเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 5 ให้ศาลแรงงานกลางอนุญาตให้จำเลยที่ 5 นำนายหยัดหรือพยัด วิเชียรเลียบเข้าสืบในข้อที่ว่าโจทก์เป็นผู้นำนายภูมิศักดิ์ขนสิ่งของเข้ามาไว้ในที่ดินและอาคารของจำเลยที่ 1 โดยพลการตามที่จำเลยที่ 5 ให้การต่อสู้ไว้ แล้วพิพากษาคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 5 ใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

Matter details

Panel of judges
จรัส พวงมณี · สละ เทศรำพรรณ · กมล เพียรพิทักษ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1182/2545

โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างโดยถือว่าสัญญายังไม่เลิกกัน คำฟ้องจึงไม่มีประเด็นเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายของโจทก์อันเกิดแต่การที่จำเลยบอกเลิกสัญญาตาม ป.พ.พ. มาต…

Supreme Court Judgment No. 4474/2541

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทตามหนังสือแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) จาก ป.และ จ. ป.และ จ.ได้มอบสิทธิครอบครองที่พิพาทและหนังสือแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ส.ค.1 ให้แก่โจทก์เข้าครอบครองอย่างเป็น…

Supreme Court Judgment No. 1419/2540

จำเลยรับว่าใบจองตามที่ถูกโจทก์ฟ้อง จำเลยออกทับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ ซึ่งจำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) แล้ว และก่อนฟ้องจำเลยได้โอนขายให้ ก.ไปแล้ว ส่วนโจทก์แถ…

Supreme Court Judgment No. 4833/2540

แม้ทางนำสืบของจำเลยจะแตกต่างกับคำให้การของจำเลยในเรื่องจำเลยซื้อที่พิพาทจาก ก. หรือซื้อจาก ย. ผ่าน ก. แต่ประเด็นข้อพิพาทตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดมีว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือ…

Supreme Court Judgment No. 188/2540

ตาม ป.พ.พ.มาตรา 174 เดิม ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดข้อพิพาท ได้บัญญัติว่า "การฟ้องคดี ท่านไม่นับว่าเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง หากว่าคดีนั้นได้ถอนเสีย..." ดังนั้น การที่โจทก์ถอนฟ้องเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up