Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2515 (ref. 28666)

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ในกรณีผู้เช่าซื้อค้างชำระค่าเช่าซื้อ แม้สัญญาเช่าซื้อจะระบุว่าให้คิดดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดเท่าที่กฎหมายอนุญาต แต่ก็ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยตรงว่าให้คิดดอกเบี้ยได้สูงสุดในอัตราเท่าใด จึงต้องใช้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จะนำอัตราดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีสำหรับเงินกู้ยืมมาอนุโลมใช้สำหรับเงินค่าเช่าซื้อค้างชำระ โดยมิได้กำหนดกันไว้ในสัญญาหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยผิดสัญญาชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบ โจทก์ยึดรถคืนมาแล้ว ขอให้บังคับชำระค่าเช่าซื้อกับดอกเบี้ยจำเลยต่อสู้คดีและฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ในฐานะลูกหนี้และจำเลยที่ 2ในฐานะผู้ค้ำประกันชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างกับดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ยกฟ้องแย้งจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ก่อนจำเลยผิดนัดผิดสัญญา โจทก์เรียกค่าเช่าซื้อค้างชำระได้ หลังจากนั้นเรียกได้เฉพาะค่าเสียหาย ส่วนดอกเบี้ยเงินค้างชำระ โจทก์มีสิทธิเรียกได้ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีตามสัญญา พิพากษาแก้จำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นด้วยกับศาลอุทธรณ์ที่ให้จำเลยชำระเงินค่าเช่าซื้อค้างชำระและค่าเสียหายส่วนดอกเบี้ยในเงินค้างชำระนั้น ตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 2 มีว่าถ้ามีการติดค้าง

ผู้เช่าซื้อยอมให้ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดเท่าที่กฎหมายอนุญาตให้เรียกร้องได้ ซึ่งศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์มีสิทธิเรียกร้องดอกเบี้ยได้เท่ากับร้อยละสิบห้าต่อปีศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นเรื่องจำเลยค้างชำระค่าเช่าซื้อมิใช่เป็นการกู้ยืมเงินกัน ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 654 บัญญัติให้คิดดอกเบี้ยได้อย่างสูงไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี ในกรณีที่มีการค้างชำระค่าเช่าซื้อ ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยตรงว่าให้คิดดอกเบี้ยได้สูงสุดในอัตราเท่าใด ฉะนั้น จึงย่อมตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 ซึ่งบัญญัติว่า ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กัน และดอกเบี้ยนั้นมิได้กำหนดอัตราไว้โดยนิติกรรม หรือโดยบทกฎหมายอันใดอันหนึ่งชัดแจ้งไซร้

ท่านให้ใช้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี เมื่อสัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์จำเลยกำหนดให้คิดดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดเท่าที่กฎหมายอนุญาตให้เรียกร้องได้ แต่ไม่มีกฎหมายกำหนดอัตราสูงสุดไว้ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระจากจำเลยได้เพียงในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจะนำอัตราดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีสำหรับเงินกู้ยืมมาอนุโลมใช้สำหรับเงินค่าเช่าซื้อค้างชำระโดยมิได้กำหนดกันไว้ในสัญญาหาได้ไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในเงินค้างชำระในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทุกประการ

Matter details

Panel of judges
สนับ คัมภีรยส · ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up