Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2527 (ref. 28538)

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยประสบภาวะการขาดทุนจึงเลิกจ้างโจทก์กับพวกซึ่งมีหน้าที่เป็นยาม โดยมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือเจาะจงเลิกจ้างเฉพาะโจทก์กับพวกแม้จำเลยจะมิได้ยุบเลิกกิจการยามเสียทั้งแผนก ก็จะถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหาได้ไม่เมื่อจำเลยส่งสำเนาเอกสารต่อศาล โจทก์มิได้คัดค้านความถูกต้องแท้จริงของเอกสารเหล่านั้นประการใด ถือได้ว่าโจทก์ยอมรับว่าสำเนาเอกสารนั้นถูกต้องแล้วศาลรับฟังเอกสารนั้นได้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยจ่ายสินจ้างทุกวันสิ้นเดือน ซึ่งจำเลยก็ให้การดังโจทก์ฟ้อง การที่ศาลแรงงานฯฟังข้อเท็จจริงว่ากำหนดจ่ายสินจ้างทุกวันที่ 15 และทุกวันก่อนวันสิ้นเดือน จึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงนอกประเด็น หาชอบไม่

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 93 ป.วิ.พ. Section 172 ป.วิ.พ. Section 177 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 33 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 37 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 39 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสองสำนวนเป็นลูกจ้างประจำ กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือน เว้นแต่โจทก์ที่ 11 ในสำนวนแรกจ่ายทุกวันที่ 15 และวันสิ้นเดือน ส่วนโจทก์ที่ 24 และที่ 25 ในสำนวนหลังจ่ายทุกวันที่ 15 และก่อนวันสิ้นเดือน ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองสำนวนโดยไม่มีความผิดและไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 ทำให้โจทก์ทั้งสองสำนวนได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนกาารบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสองสำนวนจำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองสำนวนเพราะจำเลยประสบภาวะการขาดทุน

จำเป็นต้องลดจำนวนยามรักษาความปลอดภัยลงเพื่อให้สามารถดำรงสถานะและให้บริการแก่ลูกค้าต่อไปได้ ซึ่งได้แจ้งสาเหตุแห่งการจะเลิกจ้างให้ลูกจ้างทราบแล้วโดยปิดประกาศให้ทราบ จึงเป็นการบอกกล่าวล่วงหน้าโดยชอบแล้ว การเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองสำนวนมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และจำเลยได้บอกกล่าวล่วงหน้าแล้ว โจทก์ทั้งสองสำนวนจึงไม่มีสิทธิเรียกเงินตามจำนวนที่ฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองสำนวนเพราะประสบภาวะการขาดทุนน มิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โจทก์ในสำนวนแรกได้ลงลายมือชื่อในบันทึกหมาย ล.1 และ ล.6 ว่าจะไม่เรียกร้องเงินใด ๆ จากจำเลยอีก โจทก์สำนวนแรกจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าส่วนกรณีโจทก์สำนวนหลัง

ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยจ่ายค่าจ้างเดือนละสองครั้งคือทุกวันที่ 15 และก่อนวันสิ้นเดือน จำเลยเลิกจ้างในวันที่ 30 ธันวาคม 2526ซึ่งเป็นวันจ่ายสินจ้าง เป็นการบอกกล่าวเลิกจ้างที่ไม่ชอบ จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าถึงวันที่ 15 มกราคม 2527 มิใช่ถึงวันที่29 กุมภาพันธ์ 2527 ตามที่โจทก์ฟ้อง พิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 23 ในสำนวนหลังคนละ 1,056 บาทแก่โจทก์ที่ 24 ที่ 25 ในสำนวนหลังคนละ 1,760 บาท คำขออื่นของโจทก์ในสำนวนหลังนอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนแรกโจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสองสำนวนยอมรับในอุทธรณ์ว่า จำเลยประสบภาวะการขาดทุนจริงและคดีได้ความต่อไปว่า เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองสำนวนแล้ว คงมียามทำหน้าที่ในปัจจุบันเพียง5-6 คนเท่านั้น จากข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองสำนวนโดยมีเหตุอันสมควรแล้ว ไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง และมิได้เจาะจงเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองสำนวน การที่จำเลยยังคงดำเนินกิจการต่อไป และมิได้ยุบเลิกกิจการยามรักษาความปลอดภัยเสียทั้งแผนก จะถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองสำนวนโดยไม่เป็นธรรมหาได้ไม่โจทก์ในสำนวนแรกมิได้โต้เถียงว่าตนมิได้ทำบันทึกหมาย ล.1 และ ล.6ให้จำเลย เมื่อจำเลยส่งเอกสารเหล่านั้นต่อศาล โจทก์ในสำนวนแรกมิได้คัดค้านความถูกต้องแท้จริงของเอกสารเหล่านั้นประการใด โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นผู้แทนโจทก์ทุกคนในสำนวนแรกยอมรับว่าลายมือชื่อในเอกสารหมาย ล.1 เป็นของตนเมื่อความจะถูกต้องหรือไม่มิได้โต้แย้งคัดค้านถือว่าโจทก์ที่ 1 ยอมรับว่าสำเนาเอกสารหมาย

ล.1 ถูกต้องแล้ว ศาลย่อมรับฟังสำเนาเอกสารหมาย ล.1 ได้สำหรับเอกสารหมาย ล.6 โจทก์ที่ 1 มิได้โต้แย้งคัดค้านความถูกต้องแท้จริงอีกเช่นกัน ศาลจึงรับฟังเอกสารนั้นได้ การที่ศาลแรงงานกลางรับฟังสำเนาเอกสารหมาย ล.1 และ ล.6 หาเป็นการคลาดเคลื่อนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93 ไม่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 23 บรรยายฟ้องว่าจำเลยจ่ายสินจ้างทุกวันสิ้นเดือนและกำหนดจ่ายสินจ้างนี้จำเลยหาได้ต่อสู้เป็นอย่างอื่นไม่ กลับยอมรับว่า"โดยจ่ายค่าจ้างในวันที่ 30 ของทุกเดือน" เมื่อเช่นนี้ กำหนดจ่ายสินจ้างเมื่อใดจึงไม่เป็นประเด็น ที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า กำหนดจ่ายสินจ้างทุกวันที่ 15 และทุกวันก่อนวันสิ้นเดือน จึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงนอกประเด็นหาชอบด้วยคำฟ้องและคำให้การไม่

เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 23ในวันที่ 30 ธันวาคม 2526 จึงควรได้สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าถึงวันที่31 มกราคม 2527 เป็นเวลา 32 วัน สมควรกำหนดสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเสียให้ถูกต้องโดยถือเอาค่าจ้างอัตราสุดท้ายคนละ 1,980 บาทเป็นเกณฑ์คำนวนซึ่งจะได้คนละ 2,112 บาทพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 23 ในสำนวนหลังคนละ 2,112 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

Matter details

Panel of judges
จุนท์ จันทรวงศ์ · ขจร หะวานนท์ · เพียร สุมิระ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2527 (ref. 103058)

จำเลยประสบภาวะการขาดทุนจึงเลิกจ้างโจทก์กับพวกซึ่งมีหน้าที่เป็นยาม โดยมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือเจาะจงเลิกจ้างเฉพาะโจทก์กับพวก แม้จำเลยจะมิได้ยุบเลิกกิจการยามเสียทั้งแผนก ก็จะถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม…

Supreme Court Judgment No. 6191/2540

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า โจทก์ไม่เคยกระทำผิดที่ไหน เมื่อใด และไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กล่าวหาทั้งไม่เคยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดของโจทก์เมื่อคำให้การจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าวจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 450/2540

ในการกำหนดประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานกลางนั้น ทนายจำเลยได้มาศาลและลงชื่อรับรองความถูกต้องไว้ โดยมิได้ติดใจโต้แย้งในขณะนั้นหรือในระยะเวลาต่อมาตามที่กฎหมายกำหนดขอให้กำหนดประ…

Supreme Court Judgment No. 6924/2538

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2536 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยกล่าวหาว่า โจทก์ไม่เชื่อฟังผู้บังคับบัญชาขาดงานเกิน 3 วันโดยไม่แจ้งลา ฯลฯ ซึ่งไม่เป็นความจริงจำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจท…

Supreme Court Judgment No. 2260/2537

นอกจากจำเลยจะอ้างเหตุแห่งการปฏิเสธว่าโจทก์กระทำผิดวินัยโดยกระทำประมาทเลินเล่อจงใจให้นายจ้างได้รับความเสียหาย จำเลยยังให้การว่าโจทก์ไม่มีความสามารถหรือประสบการณ์เพียงพอที่จะบริหารงาน ซึ่งศาลได้กำหนดประ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up