Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2847/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางที่ใช้ขนไม้แปรรูปหวงห้ามโดยโจทก์มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำของผู้ต้องหาเมื่อพิจารณา พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 64 ทวิที่บัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดรถยนต์ของกลางไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดี จนกว่าพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องหรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นของผู้กระทำความผิดหรือของผู้มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่ซึ่งตามบทบัญญัติของมาตรานี้มิได้มีข้อความระบุถึงกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด จะตีความว่าบทบัญญัติดังกล่าวมีความมุ่งหมายให้ยึดทรัพย์สินของบุคคลอื่นที่มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดไม่ได้ และรถยนต์ของกลางก็มิได้เป็นหลักฐานสำคัญแห่งองค์ความผิดเพื่อพิสูจน์ให้เห็นความผิดของผู้กระทำความผิดว่ากระทำความผิดฐานมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต พนักงานเจ้าหน้าที่จึงไม่มีอำนาจยึดรถยนต์ของกลางซึ่งเป็นของโจทก์ไว้ประกอบคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุดตามนัย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 วรรคท้าย

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 36 ป.วิ.อ. Section 85 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 64 พ.ร.บ.ป่าไม้ Section 64

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุก6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 80-2940 หนองคาย ไม่ได้ให้ความยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการที่นายแสน แสงหล้า ลูกจ้างโจทก์นำไปรับจ้างบรรทุกไม้แปรรูปหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48,73 นายแสนหลบหนีการจับกุม พนักงานสอบสวน (จำเลยที่ 2)ยึดไม้แปรรูปและรถยนต์คันดังกล่าวเป็นของกลาง และได้มอบให้จำเลยที่ 4 (เจ้าพนักงานป่าไม้) เก็บรักษาไว้แทน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนรถยนต์ของกลางและค่าเสียหายจำเลยทั้งสี่ให้การว่า ฟ้องโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2เคลือบคลุม โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์ของกลางและรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดทั้งรถยนต์ของกลางเป็นเครื่องใช้และยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้

พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจยึดไว้จนกว่าคดีถึงที่สุด โจทก์ไม่มีสิทธิขอรถยนต์ของกลางคืนศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 (กรมตำรวจ),จำเลยที่ 3 (กรมป่าไม้) และที่ 4 ร่วมกันคืนรถยนต์บรรทุก 6 ล้อยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 80-2940 หนองคาย ให้แก่โจทก์คำขออื่นให้ยก สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิขอคืนรถยนต์ของกลางหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของนายแสนผู้ต้องหา

ขณะนี้การสอบสวนเกี่ยวกับความผิดของนายแสนเสร็จสิ้นแล้วและมีคำสั่งฟ้องนายแสน แต่พนักงานอัยการไม่อาจนำตัวนายแสนส่งฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากนายแสนหลบหนีไปจนปัจจุบันนี้ โจทก์เองก็ไม่อาจยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 เพราะกรณีมิใช่ศาลมีคำสั่งริบรถยนต์ของกลาง แต่เมื่อพิจารณาพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 64 ทวิ ซึ่งบัญญัติว่า "ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดบรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะหรือเครื่องจักรกลใด ๆ ที่บุคคลได้ใช้หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือเป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามมาตรา 11 มาตรา 48 มาตรา 54 หรือมาตรา 69 ไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีได้

จนกว่าพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีหรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นของผู้กระทำความผิดหรือของผู้มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่ ซึ่งตามบทบัญญัติของมาตรานี้ มิได้มีข้อความระบุถึงกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด จะตีความว่าบทบัญญัติดังกล่าวมีความมุ่งหมายให้ยึดทรัพย์สินของบุคคลอื่นที่มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดไม่ได้ และรถยนต์ของกลางก็มิได้เป็นหลักฐานสำคัญแห่งองค์ความผิดเพื่อพิสูจน์ให้เห็นความผิดของนายแสนว่ากระทำความผิดฐานมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานไม่มีอำนาจยึดรถยนต์ของโจทก์เอาไว้ประกอบคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุดตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 วรรคท้ายจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ต้องคืนรถยนต์ของกลางให้โจทก์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2311/2543

แม้พระราชบัญญัติป่าไม้ฯ มาตรา 64 บัญญัติให้อำนาจของเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ไว้ให้ถือว่าพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาย่อมมีความหมายว่า เจ้าหน้าที่ข…

Supreme Court Judgment No. 7407/2544

การกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติศุลกากรฯ มาตรา 27 ทวิเกี่ยวกับการช่วยรับเอาไว้ซึ่งของต้องห้ามหรือต้องจำกัดซึ่งมีกฎหมายห้ามนำเข้าหรือส่งออกไว้นั้นมีประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องการนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจ…

Supreme Court Judgment No. 2289/2568

โจทก์มิได้มีคำขอให้จำเลยคืนแหวนหรือใช้ราคาแทนให้แก่โจทก์ร่วม เนื่องจากแหวนดังกล่าวอยู่ในครอบครองของผู้รับจำนำ ซึ่งยังมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการไถ่ถอนการจำนำก่อนส่งมอบคืน แม้ว่าคดีถึงที่สุดแล้วโจทก์ร่วมจ…

Supreme Court Judgment No. 1856/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะหน่วยงานของรัฐให้รับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติอ…

Supreme Court Judgment No. 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up