Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2835/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทคืนแก่โจทก์ โดยอ้างเหตุจำเลยปลอมหนังสือมอบอำนาจไปใช้ดำเนินการจดทะเบียน แต่ข้อเท็จจริงฟังว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยทำหนังสือมอบอำนาจไปจดทะเบียนโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จึงไม่อาจบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืนแก่โจทก์ในคดีนี้ได้เพราะนอกประเด็นตามคำฟ้อง แม้จะฟังได้ว่า โจทก์ไม่ได้เป็นหนี้จำเลยและไม่ได้ขายที่ดินให้จำเลยเป็นการสมคบกันแสดงเจตนาลวงก็ตาม

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง รวม ๒ โฉนด คืนแก่โจทก์โดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมและค่าอากร หากไม่จดทะเบียนโอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากไม่สามารถจดทะเบียนโอนไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยแล้ว ขอให้ยกฟ้องและขอให้โจทก์และบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทแล้วส่งมอบคืนจำเลยในสภาพเรียบร้อย ให้โจทก์ชำระค่าเสียหายจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท และชำระค่าเสียหายเดือนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์และบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไป

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยทำหนังสือรับสภาพหนี้และหนังสือสัญญาขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้จำเลย ลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าว ไม่ใช่ลายมือชื่อโจทก์ จำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทโดยมิชอบ ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้โจทก์และบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านเลขที่ ๓๖/๒๗ หมู่ที่ ๑๖ ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๓๔๔๗ กับที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๔๖๖๙ ตำบลบางแก้ว (สำโรงฝั่งเหนือ) อำเภอบางพลี (พระโขนง) จังหวัดสมุทรปราการ ให้โจทก์ชำระค่าเสียหายแก่จำเลยเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๕ เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์และบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาท กับให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๖๒,๕๐๐ บาท คำขอจำเลยนอกจากนี้ให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษากลับให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๓๔๔๗ และที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๔๖๖๙ แก่โจทก์โดยให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมทั้งหมด หากไม่ไปโอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และหากไม่สามารถโอนได้ด้วยเหตุใด ๆ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำนวน ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องแย้งจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้รวม ๘๐,๐๐๐ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยจดทะเบียนขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทเป็นของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยว่าลักโฉนดที่ดินพิพาท ปลอมหนังสือมอบอำนาจและใช้หนังสือมอบอำนาจปลอม จดทะเบียนขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทเป็นของจำเลย ประเด็นตามคำฟ้องเป็นประเด็นเดียวกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๕๔๘๘/๒๕๓๙ ของศาลชั้นต้น ส่วนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๔๗๖๐/๒๕๓๙ ของศาลแขวงสมุทรปราการ เป็นคดีที่พนักงานอัยการฟ้องโจทก์ว่าแจ้งความเท็จ ประเด็นตามคำฟ้องคนละประเด็นกับคดีนี้ คดีนี้จึงมิใช่คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาดังกล่าว หากแต่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๕๔๘๘/๒๕๓๙ ของศาลชั้นต้น ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งจึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ คดีอาญาดังกล่าวศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้ลักทรัพย์ และโจทก์ยอมให้จำเลยทำหนังสือมอบอำนาจไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยด้วยเจตนาบางประการ โดยโจทก์ไม่ได้เป็นหนี้จำเลยและไม่ได้ขายที่ดินให้จำเลย เป็นการสมคบกันแสดงเจตนาลวง

คดีนี้จึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามคดีอาญาดังกล่าว โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทคืนแก่โจทก์ โดยอ้างเหตุว่าจำเลยปลอมหนังสือมอบอำนาจไปใช้ดำเนินการจดทะเบียน แต่ข้อเท็จจริงฟังว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยทำหนังสือมอบอำนาจไปจดทะเบียนโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทเป็นของจำเลย จึงไม่อาจบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทคืนแก่โจทก์ในคดีนี้ได้ เพราะนอกประเด็นตามคำฟ้อง แม้ข้อเท็จจริงจะฟังว่า โจทก์ไม่ได้เป็นหนี้จำเลยและไม่ได้ขายที่ดินให้จำเลยเป็นการสมคบกันแสดงเจตนาลวงก็ตาม ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทกับชดใช้ค่าเสียหายนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าโจทก์ไม่ได้ขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้แก่จำเลย การจดทะเบียนดังกล่าวเป็นการแสดงเจตนาลวง ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทจึงยังคงเป็นของโจทก์ จำเลยจึงไม่อาจขอให้ขับไล่โจทก์และให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.

Matter details

Panel of judges
ทองหล่อ โฉมงาม · ปรีดี รุ่งวิสัย · สมศักดิ์ เนตรมัย
Lower court
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายวินิตย์ ศรีภิญโญ
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายศักดิ์ชัย ทัศนชัยกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

Supreme Court Judgment No. 6444/2561

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันยักย้ายปิดบังทรัพย์มรดกของ ด. แบ่งปันกันเอง โดยจำเลยทั้งสามร่วมกันอ้างว่า ด. มีบุตร 3 คน ซึ่งเป็นความเท็จ และร่วมกันแบ่งทรัพย์มรดกของ ด. โดยไม่แบ่งปันให้แก่โจทก์และบุตร…

Supreme Court Judgment, B.E. 2555 (ref. 554427)

คำฟ้องของโจทก์ทั้งหมดบรรยายว่า โจทก์ทั้งหมดมีสิทธิได้รับการปรับอัตราค่าจ้างและได้รับบำเหน็จในส่วนที่ขาดตามมติคณะรัฐมนตรีและบันทึกข้อตกลงซึ่งเป็นสภาพแห่งข้อหา โดยมีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าจำ…

Supreme Court Judgment No. 1237/2554

การที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีทุกประเด็นแต่ไม่ได้มีคำพิพากษาในคำขอเกี่ยวกับที่ดินที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 โอนคืนให้แก่โจทก์ โจทก์จึงอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพา…

Supreme Court Judgment No. 7953/2553

การที่จำเลยทำหนังสือแจ้งผ่านองค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งภริยาโจทก์ไปร้องเรียนไว้ว่าจะซ่อมแซมทาวน์เฮาส์ของโจทก์ เป็นกรณีที่จำเลยกระทำการใดๆ อันปราศจากข้อสงสัยแสดงให้เห็นเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพหนี้ตามสิทธิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up