คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์สั่งซื้อสินค้าซีเมนต์เม็ดจากต่างประเทศเข้ามาใน ราชอาณาจักรเพื่อผลิตเป็นซีเมนต์ขาย โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล แต่จำเลยที่ ๑ เรียกเก็บภาษีจากโจทก์เพื่อจำเลยที่ ๒ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน ๔๖๕,๑๐๒.๕๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์สั่งซื้อและนำซีเมนต์เม็ดเข้ามาในราชอาณาจักร โดยมีเจตนาเพื่อขายและเพื่อผลิตเป็นปูนซีเมนต์ขาย โจทก์จึงมีหน้าที่ ต้องเสียภาษีการค้า
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้า พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินตามฟ้องพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ซีเมนต์เม็ดรายพิพาทนี้ โจทก์สั่งเข้ามาสำหรับผลิตเป็นซีเมนต์ เพื่อขายโดยเฉพาะ มิใช่สั่งเข้ามาโดยมีเจตนาเพื่อขาย มีปัญหาว่า ซีเมนต์เม็ดรายพิพาทจะต้องเสียภาษีการค้าตามบทกฎหมายในประมวลรัษฎากรดังที่จำเลยฎีกาหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ไม่ได้สั่งซีเมนต์เม็ดรายพิพาทมาเพื่อขาย โจทก์ไม่ใช่ผู้ประกอบการค้าตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๗๗ คือ โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามที่ระบุในบัญชีอัตราภาษีการค้าและรายการที่ประกอบการค้าตามมาตรา ๗๘ วรรคแรก โจทก์ก็ไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามที่ระบุในบัญชีอัตราภาษีการค้าและรายการที่ประกอบการค้าตามมาตรา ๗๘ วรรคแรก และโจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้าในกรณีให้ถือว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำเข้าเป็นผู้ประกอบการค้า ตามมาตรา ๗๘ วรรค ๒ โดยนับแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๐๖/๒๕๑๒ คดีระหว่างบริษัทกระเบื้องกระดาษไทย จำกัด โจทก์ กรมสรรพากรกับพวก จำเลยและกรณีนี้เมื่อฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าซีเมนต์เม็ด ก็จะถือว่าการนำซีเมนต์เม็ดเข้ามาสำหรับผลิตเป็นซีเมนต์ผง เป็นการขายสินค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๙ ทวิ (๓) ไม่ได้ด้วย
Result
พิพากษายืน