Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2806/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 29,30 ได้กำหนดกฎเกณฑ์และวิธีการในการอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรของเจ้าพนักงานประเมิน และการอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลแล้ว กล่าวคือให้โอกาสแก่ผู้เสียภาษีปฏิบัติได้เป็นขั้นตอนเมื่อผู้เสียภาษีไม่เห็นด้วยกับการประเมินก็ใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์แล้วผู้เสียภาษียังไม่เห็นด้วยก็ยังมีสิทธิที่จะฟ้องร้องต่อศาลได้ภายในเวลาที่กำหนดไว้ จำนำคดีมาฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีต่อศาลโดยไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามวิธีการดังกล่าวเสียก่อนหาได้ไม่ จำเลยมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่ลูกจ้างของตนตามประมวลกฎรัษฎากรมาตรา 50 และต้องรับผิดร่วมกับลูกจ้างผู้มีเงินได้ในการเสียภาษีที่จะต้องชำระตามจำนวนเงินภาษีที่มิได้หักและนำส่งดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 54 จึงมีฐานะเช่นเดียวกับผู้มีเงินได้ มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยอุทธรณ์การประเมินของเจ้าพนกังาน จำเลยจึงต้องผูกพันเป็นลูกหนี้ตามที่เจ้าพนักงานทำการประเมินโดยผลแห่งบทบัญญัติของประมวลรัษฎากรไม่อาจจะยกขึ้นต่อสู้ได้ว่าเจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินไม่ชอบ จำเลยไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายเพราะลูกจ้างมีเงินรายได้พึงประเมินแต่ละปีไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษี ค่าภาษีอากรประจำปี พ.ศ.2508 เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ ภายในเดือนมีนาคม 2509 ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 56 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2516 มาตรา 7 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะนั้น เจ้าหนี้ยื่นฟ้องต่อศาลให้ลูกหนี้รับผิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2518 จึงเป็นการใช้สิทธิภายในกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 167 และอายุความย่อมสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 ต่อมาเมื่อลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์เด็ดขาด ศาลจึงสั่งจำหน่ายคดีของเจ้าหนี้ อายุความจึงเริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันที่ศาลสั่งจำหน่ายคดี เจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2519 หนี้ของเจ้าหนี้จึงยังไม่ขาดอายุความ

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 Section 104 ป.รัษฎากร Section 29 ป.รัษฎากร Section 30 ป.รัษฎากร Section 50 ป.รัษฎากร Section 54 ป.พ.พ. Section 167 ป.พ.พ. Section 173

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย กรุงเทพมหานครผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้เป็นเงิน ๑,๓๐๘,๖๒๐.๘๑ บาท ต่อมาเจ้าหนี้ขอลดยอดหนี้เหลือ ๑,๓๐๕,๑๒๑.๑๖ บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้บรรดาเจ้าหนี้และลูกหนี้ตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา ๑๐๔ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ แล้ว จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้โต้แย้งว่า ลูกหนี้ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ประจำปี พ.ศ. ๒๕๐๖ - ๒๕๐๘ ไว้ ณ ที่จ่าย ลูกจ้างของลูกหนี้มีเงินได้พึงประเมินแต่ละปีไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีความเห็นให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ค่าภาษีอากรเป็นเงิน ๓๔๔,๖๔๔.๓๒ บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๓๐ (๘)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต ลูกหนี้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ลูกหนี้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามทางสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฟังได้ว่าบริษัทสีลมก่อสร้าง จำกัด ลูกหนี้ประกอบการค้าประเภทรับจ้างทำซองชนิด ๑ (ค) ซึ่งตามบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวดแห่งประมวลรัษฎากร ลูกหนี้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของลูกจ้างนำส่งชำระ ณ ที่ว่าการเขตท้องที่ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๕๐,๕๒ แต่ลูกหนี้ไม่ยื่นรายการแสดงและหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในปี พ.ศง ๒๕๐๖-๒๕๐๘ รวมเป็นเงิน ๑,๓๐๘,๖๒๐.๘๑ บาท เจ้าหนี้ได้แจ้งให้ลูกหนี้ทราบ แต่ลูกหนี้ได้ยื่นหนังสือคัดค้านว่ารายได้ของลูกจ้างของลูกหนี้ไม่ถึงเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษี จึงไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เจ้าหนี้ได้ยืนยันให้ลูกหนี้นำเงินค่าภาษี ณ ที่จ่ายดังกล่าวมาชำระโดยเจ้าหนี้ได้หักยอดภาษีประจำปี

พ.ศ. ๒๕๐๖ ที่ลูกหนี้ได้ชำระไว้เป็นเงิน ๓,๔๙๙.๑๒ บาท ลูกหนี้ยังคงต้องชำระอีก ๑,๓๐๕,๑๒๑.๑๖ บาท เจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้ต่อศาลแพ่งขอให้ชำระค่าภาษีที่ค้างชำระ เมื่อลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ศาลได้สั่งจำหน่ายคดี เจ้าหนี้จึงมายื่นคำของรับชำระหนี้คดีนี้ และวินิจฉัยว่า ตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๒๙,๓๐ ได้กำหนดกฎเกณฑ์และวิธีการในการอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรของเจ้าพนักงานประเมิน และการอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลแล้ว กล่าวคือให้โอกาสแก่ผู้เสียภาษีปฏิบัติได้เป็นขั้นตอน เมื่อผู้เสียภาษีไม่เห็นด้วยกับการประเมินก็ใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว

ผู้เสียภาษียังไม่เห็นด้วยก็ยังมีสิทธิที่จะฟ้องร้องต่อศาลได้ภายในเวลาที่กำหนดไว้ จะนำคดีมาฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีต่อศาลโดยไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามวิธีการดังกล่าวเสียก่อนหาได้ไม่ กรณีคดีนี้ก็เช่นเดียวกัน จำเลยมีหน้าที่จะต้องหักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่ลูกจ้างของตนตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๕๐ และจะต้องรับผิดร่วมกับลูกจ้างผู้มีเงินได้ในการเสียภาษีที่จะต้องชำระตามจำนวนเงินภาษีที่มิได้หักและนำส่งดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๔ จึงมีฐานะเช่นเดียวกับผู้มีเงินได้ มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้อุทธรณ์การประเมินของเจ้าพนักงาน จำเลยจึงต้องผูกพันเป็นลูกหนี้ตามที่เจ้าพนักงานทำการประเมินซึ่งทั้งนี้โดยผลแห่งบทบัญญัติตามประมวลรัษฎากร

ไม่อาจจะมายกขึ้นต่อสู้ได้ว่าเจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินไม่ชอบ จำเลยไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายเพราะลูกจ้างที่มีเงินรายได้พึงประเมินแต่ละปีไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี และที่ลูกหนี้ฎีกาว่า คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ขาดอายุความนั้น เห็นว่าสำหรับค่าภาษีอากรประจำปี พ.ศ. ๒๕๐๘ คิดเป็นจำนวนเงิน ๓๔๔,๖๔๔.๓๒ บาทนั้น เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๕๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๑๖ มาตรา ๗ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะนั้น เจ้าหนี้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งให้ลูกหนี้รับผิดเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๑๘ จึงเป็นการใช้สิทธิภายในกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๗ และอายุความย่อมสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๓ ต่อมาเมื่อลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ศาลจึงสั่งจำหน่ายคดีของเจ้าหนี้ อายุความจึงเริ่มนับใหม่ตังแต่วันที่ศาลสั่งจำหน่ายคดี เจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๑๙ ฉะนั้น หนี้ของเจ้าหนี้ดังกล่าวจึงยังไม่ขาดอายุความ

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ขจร หะวานนท์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · แต่ง ทองภักดี
Lower court
ศาลแพ่ง - นายสำนอง โชติเชย
ศาลอุทธรณ์ - นายสุพจน์ ถนาถะพินธุ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4082/2535

ในกรณีที่ผู้ต้องเสียภาษีอากรอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30(2) และคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินที่คณ…

Supreme Court Judgment No. 8685/2543

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8)แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้จ่ายเงินได้ต้องหักไว้ตามจำนวนที่กำหนดไว้แน่นอนตามประมวลรัษฎากร มาตรา 50(5) แล้วนำส่งต่อพนักงานเจ้าหน้…

Supreme Court Judgment No. 2510/2532

โจทก์จ่ายเงินได้ให้แก่พนักงานของโจทก์ โดยไม่ได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและนำส่งให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายจำเลยจึงได้ประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายพร้อมเงินเพิ่มและส่งหนังสือแจ้…

Supreme Court Judgment No. 1781/2531

เมื่อโจทก์ได้รับแจ้งการประเมินจากจำเลยให้เสียภาษีอากรอายุความย่อมสะดุดหยุดลงนับแต่วันดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 แม้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จะวินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์เมื่อพ้น 10 ปี น…

Supreme Court Judgment No. 6752/2567

จากบทบัญญัติตาม ป.รัษฎากร มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (3), มาตรา 50, มาตรา 50 ทวิ, มาตรา 54 วรรคหนึ่ง และมาตรา 60 เห็นได้ว่า การเก็บภาษีด้วยวิธีหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นวิธีการจัดเก็บภาษีล่วงหน้าเพื่อประโยชน์ในกา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up