คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน1,050,411.05 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน498,504.79 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นจำเลยให้การว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นลูกค้าของโจทก์ ได้ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีไว้กับโจทก์สาขาพะเยาในวงเงิน 300,000 บาท ตกลงให้ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี มีกำหนดเวลา12 เดือน ภายหลังทำสัญญาแล้วได้มีการเดินสะพัดบัญชีและจำเลยได้ออกตั๋วแลกเงินสั่งจ่ายด้วย ถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2523 จำเลยเป็นหนี้โจทก์ 498,504.79 บาท ในวันดังกล่าวจำเลยทำสัญญารับว่ายังเป็นหนี้โจทก์อยู่ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยและยอมรับผิดชดใช้หนี้สินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีโดยตกลงชำระให้เป็นรายเดือน เดือนละไม่ต่ำกว่า 12,000 บาทเริ่มชำระเดือนแรกภายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2524 เดือนต่อไปชำระภายในวันที่ 13 ของเดือนและจำชำระให้เสร็จภายในกำหนด 54 เดือนหากจำเลยผิดนัดเดือนหนึ่งเดือนใดให้ถือว่าผิดทั้งหมดและยอมให้ฟ้องร้องบังคับคดีได้ตามเอกสารหมาย
จ.5 หลังจากทำสัญญาเอกสารหมาย จ.5 แล้วจำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญางวดแรกจำนวน 12,000บาท แล้วไม่ชำระให้อีกเลย คดีมีปัญหาตามฎีกาเฉพาะเรื่องอายุความว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โจทก์อ้างในฎีกาข้อแรกว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2524 ตกลงชำระหนี้ทั้งหมด 54 เดือน จะถึงงวดสุดท้ายวันที่ 13 กรกฎาคม 2528โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2531 จึงไม่เกิน 5 ปีคดีไม่ขาดอายุความ เห็นว่า เอกสารหมาย จ.5 เป็นหนังสือรับรองว่ายังเป็นหนี้โจทก์อยู่ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ย และโจทก์ฟ้องจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวซึ่งตามเอกสารหมาย จ.5 ข้อ 2 ถือได้ว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงเปลี่ยนแปลงวิธีการชำระหนี้ใหม่โดยรวมเอาเงินต้นและดอกเบี้ยค้างส่งถึงวันทำสัญญาเพื่อผ่อนคืนเป็นงวดงวดละเดือนจำนวน 54 เดือน
การฟ้องร้องจึงเป็นเรื่องต้องอยู่ภายในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166 มีอายุความ 5 ปีคดีนี้ จำเลยชำระหนี้ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.5 เพียงเดือนแรกต่อมาเดือนที่ 2 คือวันที่ 13 มีนาคม 2524 จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ตลอดมา จึงถือว่าจำเลยผิดนัดทั้งหมดทุกงวด ดังนั้นสิทธิเรียกร้องเงินคืนทั้งหมดจึงมีขึ้นแล้ว อายุความฟ้องร้องเรียกเงินจำนวนที่ค้างจากจำเลยตามเอกสารหมาย จ.5 จึงเริ่มตั้งแต่วันที่14 มีนาคม 2524 แล้ว หาใช่เริ่มนับอายุความเมื่อจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้งวดสุดท้ายดังที่โจทก์เข้าใจไม่ เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 15 กรกฎาคม 2531 จึงเกิน 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 169 ประกอบมาตรา 166 ดังนั้นฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความ..."
Result
พิพากษายืน.