คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้เหล็กขูดชาฟท์เป็นอาวุธแทงทำร้ายนายสมหมายที่บริเวณลำคอ โดยเจตนาฆ่า แต่นายสมหมายเพียงได้รับอันตรายถึงบาดเจ็บสาหัสขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80จำเลยให้การว่าได้กระทำไปเพื่อป้องกันตัวศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ข้อหาอื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุผู้เสียหายกับภริยาและบุตรสาวไปดูภาพยนตร์ที่วัดในหมู่บ้าน ผู้เสียหายเดินไปซื้อบุหรี่ จำเลยเข้ามาสะกิดไหล่ซ้ายของผู้เสียหายทางด้านหลังและเรียกชื่อ พอผู้เสียหายหันไป
จำเลยก็ใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหาย 1 ที ถูกที่บริเวณลำคอด้านหน้าต่ำกว่าลูกกระเดือกเล็กน้อย ลึกเข้าภายในถึงหลอดลม บาดแผลรักษาทุเลาภายในเวลาประมาณ 25 วัน ขณะเกิดเหตุมีแสงไฟส่องสว่างไปทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ จำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงที่คอผู้เสียหาย1 ที โดยมิได้มีการวิวาทต่อสู้กันแต่อย่างใด แสดงว่าจำเลยตั้งใจแทงตรงคอซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ บริเวณบาดแผลมีเส้นเลือดใหญ่ มีเลือดออกมากผู้เสียหายมีอาการใกล้ช็อก ชีพจรเดินเบาและเร็ว ความดันโลหิตต่ำ ต้องใช้เครื่องมือดูดเลือดและเสมหะออกจากลำคอ ถ้าดูดออกไม่ทัน ก็ทำให้หลอดลมอุดตัน หายใจไม่ออกทำให้ถึงตายได้ดังนี้ที่จำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์ที่มีคมถึงสามคมซึ่งถือว่าเป็นอาวุธร้ายแรงแทงผู้เสียหายโดยเลือกแทงตรงอวัยวะสำคัญ ย่อมอยู่ในวิสัยที่จำเลยอาจเล็งเห็นผลของการกระทำของจำเลยว่าอาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ เมื่อผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายเนื่องจากแพทย์ได้ทำการเยียวยารักษาไว้ทัน จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80พิพากษายืน