Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2708/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สัญญาจ้างกำหนดว่าหากถนนที่ทำการก่อสร้างชำรุดเสียหายภายใน1ปีนับแต่วันส่งมอบงานและความชำรุดเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างผู้รับจ้างต้องจัดการแก้ไขให้เรียบร้อยภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนดถ้าบิดพลิ้วไม่แก้ไขภายใน15วันผู้ว่าจ้างมีสิทธิจ้างผู้อื่นให้ทำการซ่อมแซมได้โดยผู้รับจ้างยอมเสียค่าจ้างและค่าใช้จ่ายให้ทั้งสิ้นข้อสัญญาเช่นนี้เพียงแต่ให้สิทธิผู้ว่าจ้างที่จะว่าจ้างให้ผู้อื่นซ่อมแซมได้เท่านั้นผู้ว่าจ้างอาจไม่ใช้สิทธินั้นก็ได้มิได้หมายความว่าจะต้องว่าจ้างผู้อื่นซ่อมแซมเสียก่อนแล้วจึงจะมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับจ้างได้ฉะนั้นแม้โจทก์ผู้ว่าจ้างจะมิได้จ้างให้ผู้อื่นทำการซ่อมแซมถนนพิพาทเสียก่อนก็ย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยผู้รับจ้างได้กรณีมิใช่เป็นเรื่องสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับกันได้.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างก่อสร้างถนนพิพาท ซึ่งกำหนดว่าจำเลยจะต้องรับผิด หากถนนที่จำเลยรับจ้างก่อสร้างเกิดชำรุดเสียหายภายใน 1 ปี นับแต่วันรับมอบงานโดยเกิดจากความบกพร่องของจำเลย เป็นเหตุให้ผิวถนนชำรุดหลุดล่อน หากซ่อมแซมแก้ไขจะต้องสิ้นเงินจ้างเหมา 861,178 บาท โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยแก้ไขซ่อมแซมแล้วจำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยจัดการซ่อมแซมถนนพิพาทหรือมิฉะนั้นให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 861,178 บาทจำเลยให้การว่าถนนชำรุดเพราะความบกพร่องของโจทก์เองที่เปิดถนนให้ประชาชนให้เร็วเกินไป ทั้งไม่ควบคุมน้ำหนักรถมิได้บรรทุกเกินอัตราด้วย โจทก์มิได้เสียหายดังฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า

ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม คดีไม่ขาดอายุความ และจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาก่อสร้างถนนบกพร่องทำให้ถนนชำรุดเสียหายภายใน 1 ปี นับแต่วันรับมอบงาน แต่เนื่องจากโจทก์มิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญา คือมิได้ว่าจ้างคนอื่นทำงานแทนก่อนกลับมาฟ้องทันที สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายของโจทก์ยังไม่เกิดกลับมาฟ้องทันที สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายของโจทก์ยังไม่เกิดจำเลยจึงไม่ต้องรับผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่ภายในกำหนดอายุความโจทก์อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยจัดการซ่อมแซมถนนพิพาทให้อยู่ในสภาพเดิม หากไม่จัดการก็ให้ใช้ค่าเสียหาย861,178 บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาทจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์ได้ว่าจ้างจำเลยให้ก่อสร้างถนนรายพิพาท จำเลยได้ทำการก่อสร้างถนนแล้วเสร็จตามสัญญาและส่งมอบงานให้โจทก์และรับเงินค่าจ้างไปเรียบร้อยแล้ว ต่อมาภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์ได้รับมอบงาน ปรากฏว่าผิวถนนดังกล่าวชำระหลุดล่อนเป็นบางส่วนคิดเป็นเนื้อที่ที่จะต้องทำการซ่อม 2,862 ตารางเมตร ปัญหาวินิจฉัยมีว่า การที่ถนนชำรุดเสียหายดังกล่าวนั้นจำเลยจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ ตามสัญญาจ้างเอกสารหมาย

จ.2 ข้อ 6 ได้กำหนดไว้เป็นใจความสำคัญว่า หากถนนที่ทำการก่อสร้างนั้นชำรุดเสียหายภายในกำหนด 1 ปีนับแต่วันที่ส่งมอบงาน และเหตุชำรุดเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้าง (จำเลย) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบ ปัญหาจึงมีว่าการที่ถนนดังกล่าวชำรุดเสียหายนั้นเกิดขึ้นเพราะความบกพร่องของจำเลยหรือไม่...พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักและเหตุผลรับฟังได้ว่าการที่ถนนรายพิพาทเกิดชำรุดเสียหายขึ้นนั้นเนื่องจากความบกพร่องของจำเลย โดยปล่อยให้รถเข้ามาแล่นบนถนนในขณะคอนกรีตยังบ่มไม่ได้อายุหรือยังบ่มไม่ถึงกำหนดเวลาที่จะใช้งานได้ ที่จำเลยอ้างว่าถนนเสียหายเนื่องจากความผิดของโจทก์ เพราะเมื่อรับมอบงานแล้วโจทก์เปิดให้ประชาชนใช้เร็วเกินไปนั้น

ฟังไม่ขึ้น เพราะการที่จำเลยส่งมอบงานให้แก่โจทก์นั้น ย่อมหมายความว่าส่งมอบให้ในลักษณะพร้อมที่จะใช้งานได้ทันที ฎีกาจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาวินิจฉัยต่อไปก็คือจำเลยจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเท่าใด คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยจัดการซ่อมแซมถนนพิพาทให้มีสภาพดีเหมือนเดิม หากไม่ทำการซ่อมแซมก็ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 861,178 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์เป็นเทศบาลเมืองนครราชสีมา นับว่าเป็นหน่วยงานของรัฐ การดำเนินงานของโจทก์ต้องปฏิบัติไปตามระเบียบแบบแผนที่วางไว้ การคำนวณค่าเสียหายนี้เจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้จัดทำโดยมีแผนผังแสดงไว้ชัดแจ้งว่าจะต้องซ่อมแซมตรงไหนบ้าง และต้องซ่อมแซมโดยวิธีใด พร้อมกับมีใบประเมินราคาซ่อมแซมประกอบการพิจารณาอีกด้วย ซึ่งนางสุภาภรณ์ พัฒนจันทร์หุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยก็เบิกความยอมรับว่า หากต้องซ่อมแซมตามวิธีการที่โจทก์แจ้งมานั้นจะต้องเสียค่าซ่อมแซมประมาณ 800,000บาท ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้อง คดีไม่มีพฤติการณ์ที่จะส่อให้เห็นว่า จำนวนค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องให้จำเลยรับผิดนั้นเป็นจำนวนที่สูงเกินกว่าความเป็นจริง หรือเป็นการค้ากำไรแต่อย่างใด

ถ้าหากจำเลยเห็นว่าโจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินไป จำเลยก็มีทางแก้โดยจัดการซ่อมแซมเสียเอง ซึ่งโจทก์ก็เปิดโอกาสให้จำเลยทำได้ ฉะนั้นที่โจทก์เรียกร้องค่าเสียหายมาเป็นเงิน 861,178 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายเต็มตามฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยปัญหาที่จะวินิจฉัยต่อไปก็คือ การที่ถนนพิพาทเกิดชำรุดเสียหายขึ้น โจทก์จะต้องจ้างผู้อื่นให้ทำการซ่อมแซมเสียก่อนแล้วจึงจะมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเอาจากจำเลยหรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ถนนพิพาทชำรุดเสียหายขึ้นเช่นนี้ ตามปกติโจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายจากจำเลยได้ทันที แต่ในกรณีระหว่างโจทก์กับจำเลยนี้ตามสัญญาจ้างเอกสารหมาย จ.2 ข้อ 6 ได้กำหนดกันไว้ว่า หากมีการชำรุดเสียหายเกิดขึ้นภายใน 1 ปี นับแต่วันรับมอบแงาน และความชำรุดเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้าง (จำเลย) ผู้รับจ้างต้องจัดการแก้ไขให้เรียบร้อยภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ถ้าผู้รับจ้างบิดพลิ้วไม่แก้ไขภายใน 15 วัน ผู้ว่าจ้างมีสิทธิจ้างผู้อื่นให้ทำการซ่อมแซมได้ โดยผู้รับจ้างจ้างยอมเสียค่าจ้างและค่าใช้จ่ายให้ทั้งสิ้น ตามข้อสัญญาดังกล่าว หมายความว่า เมื่อมีการชำรุดบกพร่องเกิดขึ้นและจำเลยไม่ยอมซ่อมแซม

โจทก์มีสิทธิจ้างผู้อื่นทำการซ่อมแซมได้โดยจำเลยต้องเสียค่าจ้างและค่าใช้จ่ายให้ทั้งสิ้นตามสัญญาดังกล่าวเพียงแต่เป็นสิทธิของโจทก์ที่จะว่าจ้างให้ผู้อื่นซ่อมแซมได้เท่านั้น โจทก์อาจไม่ใช้สิทธินั้นก็ได้ มิได้หมายความว่าโจทก์จะต้องว่าจ้างผู้อื่นทำการซ่อมแซมเสียก่อน แล้วจึงจะมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเอาจากจำเลยได้ ฉะนั้น ในกรณีของโจทก์นี้ถึงแม้โจทก์จะมิได้ว่าจ้างให้ผู้อื่นทำการซ่อมแซม ถนนพิพาทเสียก่อนก็ตาม ก็ย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเอาจากจำเลยได้ และการที่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยทำการซ่อมแซมถนนพิพาท หากไม่ทำการซ่อมแซมก็ขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น กรณีมิใช่เป็นเรื่องสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับได้ดังที่จำเลยฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยจัดการแก้ไขซ่อมแซมถนนพิพาท หากไม่แก้ไขซ่อมแซมก็ให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 861,178 บาทนั้นชอบแล้วฎีกาจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์1,200 บาท".

Matter details

Panel of judges
เสวก จันทร์ผ่อง · สหัส สิงหวิริยะ · สาระ เสาวมล
Source
สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3052/2528

โจทก์ตกลงซื้อที่ดินและบ้านจากจำเลยโดยทำหนังสือสัญญาซื้อขายและวางเงินมัดจำไว้ เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาโจทก์ชอบที่จะเรียกร้องให้จำเลยคืนเงินมัดจำพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้ในสัญญาได้ สัญญาซื้อขายร…

Supreme Court Judgment No. 928/2521

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันทำการจัดสรรที่ดินให้โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อ แล้วจำเลยทั้งสามประพฤติผิดสัญญาโดยไม่จัดการทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำผ่านหน้าที่ดินของโจทก์และที่ดินที่จำเลยร่วมก…

Supreme Court Judgment No. 344/2515

ผู้เช่าที่ดินปลูกบ้านอยู่อาศัยทำสัญญากับผู้ให้เช่าว่าจะรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินภายในเวลาที่กำหนด และผู้ให้เช่าตกลงจะให้เงินค่ารื้อถอน แต่ผู้เช่าผิดสัญญาขายบ้านให้ผู้ซื้อรื้อไปหลังจากพ้นกำหนดแล้ว ตามส…

Supreme Court Judgment No. 5226/2567

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่าผู้รับจำนองต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ก่อนว่าให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ได้รับคำบอกกล่าวนั้นและในกรณีเป็นก…

Supreme Court Judgment No. 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up