Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2688/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์หลายรายการ จำเลยผิดสัญญาส่งมอบแรงมีคุณสมบัติไม่ตรงตามสัญญา โจทก์บอกเลิกสัญญารายการนี้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ผู้ออกหนังสือค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ส่งมอบเงินตามหนังสือค้ำประกันแก่โจทก์แล้ว แม้สัญญาซื้อขายครุภัณฑ์ ข้อ 4 จะกำหนดให้ผู้ซื้อมีสิทธิริบเงินตามหนังสือค้ำประกันได้ในกรณีผู้ขายละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา ข้อกำหนดแห่งสัญญาข้อนี้ก็เป็นวิธีการกำหนดค่าเสียหายวิธีหนึ่ง มีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับไว้เป็นการล่วงหน้า หากกำหนดไว้สูงเกินส่วนศาลก็ชอบที่จะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ปรากฏว่าจำเลยผิดสัญญาส่งมอบครุภัณฑ์ไม่ถูกต้องเฉพาะแม่แรงรายการเดียวและโจทก์ได้ใช้สิทธิเรียกค่าปรับในกรณีส่งมอบของล่าช้าตามสัญญาข้อ 8 และข้อ 9 จากจำเลยแล้วไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับความเสียหายอย่างใดจากการผิดสัญญาซื้อขายรายการนี้เป็นพิเศษจึงไม่ชอบที่จะริบเงินตามหนังสือค้ำประกันสัญญาไว้ทั้งหมด

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาซื้อครุภัณฑ์จากจำเลย และจำเลยได้มอบหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ จำกัด จำนวนเงิน88,590 บาท ให้โจทก์ไว้เพื่อเป็นหลักประกัน ป้องกันการละเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญา หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาหรือปฏิบัติผิดเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดของสัญญา โจทก์มีสิทธิริบหลักประกันหรือเรียกค่าปรับหรือค่าเสียหายจากจำเลยได้ธนาคารผู้ค้ำประกันยอมชำระเงินแทนทันทีโดยไม่ต้องเรียกร้องให้จำเลยชำระก่อน จำเลยส่งมอบแม่แรงไฮดรอลิก ให้โจทก์ไม่ถูกต้องตามสัญญา โจทก์แจ้งให้จำเลยส่งมอบแม่แรงไฮดรอลิก ให้ถูกต้องตามสัญญา ครบกำหนดจำเลยเพิกเฉยไม่ส่งมอบ เป็นการผิดสัญญาโจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยเฉพาะรายการซื้อขายแม่แรงไฮดรอลิกโจทก์มีสิทธิริบหลักประกัน และจำเลยมีหน้าที่ต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.2 ของราคาตามสัญญาของหน่วยสำเร็จที่ส่งมอบไม่ครบถ้วน

นับแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2529 ถึงวันบอกเลิกสัญญาเป็นเวลา 95 วัน เป็นเงิน 15,101.09 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ธนาคารผู้ค้ำประกันได้นำเงินจำนวน 88,590 บาทมาชำระแล้ว ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าปรับพร้อมดอกเบี้ยรวม16,432.91 บาท และดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน15,101.09 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยส่งมอบแรงไฮดรอลิก ให้แก่โจทก์ถูกต้องตามแบบและคุณสมบัติแห่งสัญญา จำเลยไม่ผิดสัญญาโจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย ไม่มีสิทธิเรียกค่าปรับ และไม่มีสิทธิยึดเงินค้ำประกันสัญญา ขอให้บังคับให้โจทก์คืนเงินค้ำประกันจำนวน 88,590 บาท แก่จำเลยพร้อมด้วยดอกเบี้ยและชำระราคาแม่แรงไฮดรอลิก

จำนวน 79,479.43 บาท ให้แก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ยศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชำระเงินคืนจำเลยตามฟ้องแย้งจำนวน 72,157.09 บาท พร้อมดอกเบี้ย คำขอนอกจากนี้ตามฟ้องและฟ้องแย้งให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระค่าปรับจำนวน 16,423.91(ที่ถูกคือ 16,432.91) บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์ จำเลยผิดสัญญาส่งมอบแม่แรงไฮดรอลิก10 เครื่อง ราคา 79,479.43 บาท คุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ในสัญญา โจทก์ให้โอกาสจำเลยส่งมอบใหม่ แต่จำเลยเพิกเฉยโจทก์บอกเลิกสัญญาเฉพาะรายการซื้อขายแม่แรงไฮดรอลิก กับจำเลยธนาคารกรุงเทพ

จำกัด ผู้ออกหนังสือค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญารายนี้ได้ส่งมอบเงินจำนวน 88,590 บาท ให้แก่โจทก์แล้วคดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า โจทก์มีสิทธิริบเงินจำนวนดังกล่าวทั้งหมดได้หรือไม่ เห็นว่าแม้สัญญาซื้อขายครุภัณฑ์ข้อ 4จะกำหนดให้ผู้ซื้อมีสิทธิริบเงินตามหนังสือค้ำประกันได้ในกรณีที่ผู้ขายละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาก็ตามข้อกำหนดแห่งสัญญาข้อนี้ก็เป็นวิธีการกำหนดค่าเสียหายวิธีหนึ่งมีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับไว้ล่วงหน้า หากกำหนดไว้สูงเกินส่วนศาลก็ชอบที่จะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 383 วรรคแรก เมื่อปรากฏว่าจำเลยผิดสัญญาส่งมอบครุภัณฑ์ไม่ถูกต้องเฉพาะแม่แรงไฮดรอลิก

รายการเดียว และโจทก์ได้ใช้สิทธิเรียกค่าปรับในกรณีส่งมอบของล่าช้าตามสัญญาข้อ 8 และข้อ 9จากจำเลยแล้ว เป็นเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยรวม 16,432.91 บาทไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับความเสียหายอย่างใดเป็นพิเศษ ที่ศาลอุทธรณ์ให้โจทก์มีสิทธิริบเงินตามหนังสือค้ำประกันสัญญาได้ทั้งหมดไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดให้โจทก์ริบได้เป็นเงิน 10,000 บาท รวมค่าปรับตามสัญญาซื้อขาย ข้อ 8และข้อ 9 จำนวน 16,432.91 บาท แล้ว โจทก์ต้องคืนเงินแก่จำเลยตามฟ้องแย้ง 62,157.09 บาทพิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 62,147.09 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

Matter details

Panel of judges
สมศักดิ์ วิธุรัติ · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมมาตร พรหมานุกูล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4932/2541

เงินประกันการเช่าตามสัญญาเช่าได้กำหนดให้โจทก์ผู้ให้เช่ามีสิทธินำค่าเช่าที่ค้างชำระหรือหนี้สินอื่นที่ค้างชำระมาหักเงินประกันค่าเช่าได้เมื่อจำเลยผู้เช่าขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากสถานที่เช่าเรียบร้อย…

Supreme Court Judgment No. 4023/2541

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามสัญญากู้ยืมเงินฉบับพิพาทระบุว่า "ถ้าผู้กู้ยืมผิดข้อตกลงในข้อหนึ่งข้อใดแห่งสัญญานี้ผู้กู้ยืมยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทั้งสิ้นบรรดาที่ผู้ให้กู้ยืมจะพึงได้รับอันเนื่องมาจากความผิด…

Supreme Court Judgment No. 8342/2540

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันตกลงทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินของจำเลยทั้งสองให้แก่โจทก์และตกลงรับเป็นผู้จัดหาที่ดิน หรือจะกระทำโดยวิธีการใดก็ตามให้โจทก์ได้ซื้อและจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์หรือ…

Supreme Court Judgment No. 8048/2540

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยตกลงชำระค่าธรรมเนียมปีละ 65,000 บาท ให้แก่โจทก์ ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย แต่โจทก์มิได้มีคำขอให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียมรายปีดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าธร…

Supreme Court Judgment No. 2026/2537

ค่าปรับที่โจทก์และจำเลยตกลงกำหนดกันไว้นั้น ถือได้ว่าเป็นเบี้ยปรับเพื่อการที่จะชดใช้หรือบรรเทาความเสียหายอันอาจจะมีหรือเกิดขึ้นไว้ล่วงหน้า ถ้าเบี้ยปรับนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ตาม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up