Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2549 (ref. 267779)

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 1 ยินยอมให้โจทก์ที่ 1 มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า ซึ่งได้มีการดำเนินการจดทะเบียนเสร็จสิ้นแล้ว การที่โจทก์ที่ 1 ผิดข้อตกลงเกี่ยวกับการเป็นตัวแทนจำน่ายผลิตภัณฑ์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยของโจทก์ที่ 1 เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 จะต้องว่ากล่าวเอาจากอีกฝ่ายหนึ่งต่อไปฐานะที่เป็นฝ่ายผิดข้อตกลงนั้น ไม่มีผลทำให้บันทึกข้อตกลงเรื่องการเข้าร่วมเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าเสียไป โจทก์ที่ 1 ฟ้องว่า เครื่องหมายการค้าพิพาทเป็นของตนเองทั้งหมด การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ฟังว่าโจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 1 ร่วมกันเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าพิพาท ย่อมพิพากษาให้โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมในเครื่องหมายการค้าพิพาทได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 (2) และไม่ถือว่าเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น จำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะโอนเครื่องหมายการค้าให้โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยที่ 1 เมื่อเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเป็นเครื่องหมายชุด จำเลยที่ 1 จึงมีหน้าที่ต้องโอนเครื่องหมายการค้าส่วนที่เหลือด้วย ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 50

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 142 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 Section 50

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์สำนวนแรกฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งและทำการตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทำจากธัญพืชประเภทชงสำหรับมนุษย์ดื่มตรา "นิวตริเบล็นด์" (NUTRI BLEND) ไม่มีคำแปล ต่อมาโจทก์มอบให้จำเลยที่ 2 ไปจดทะเบียนเครื่องหมายกาค้า แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 สมคบกันฉ้อฉลโจทก์ โดยมอบให้จำเลยที่ 3 ไปดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นของจำเลยที่ 1 หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "นูทริมิว" (NUTRI MUNE) ไม่มีความหมาย ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" เครื่องหมายการค้า "นูทริมิว" จะต้องตกเป็นสิทธิของโจทก์ด้วยเนื่องจากเป็นเครื่องหมายชุดกับเครื่องหมายการค้า

"นิวตริเบล็นด์" แต่จำเลยทั้งสามปิดบังความจริงไว้ เมื่อโจทก์ทราบ โจทก์ได้เจรจากับจำเลยทั้งสามจำเลยทั้งสามยินยอมทะเบียนโอนเครื่องหมายการค้า คำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 ให้โจทก์เป็นเจ้าของสิทธิร่วม แต่ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ยกเลิกการเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ "นิวเตริเบล็นด์" โดยอ้างว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" ทั้งๆ ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทราบดีว่าเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" เป็นสิทธิของโจทก์แต่ผู้เดียว หรือมิฉะนั้นก็เป็นเจ้าของสิทธิร่วมกับจำเลยที่ 1 การบอกเลิกของจำเลยที่ 1 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้มีหนังสือถึงโจทก์และจำเลยที่ 1 ให้ไปจดทะเบียนรับโอนและโอนเครื่องหมายการค้า

"นูทริมิว" ตามคำขอเลขที่ 437187, 437188 และ 437189 ซึ่งเป็นเครื่องหมายชุดกับเครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 แต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉย นอกจากนี้ จำเลยทั้งสามได้แพร่กระจายข่าวการยกเลิกการใช้เครื่องหมายการค้าไปยังลูกค้าและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ "นิวตริเบล็นด์" ตกต่ำลงมากทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 30,000,000 บาท ให้จำเลยที่ 1 จัดการโอนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 358909 ทะเบียนเลขที่ ค.82475 คำขอเลขที่ 365222 ทะเบียนเลขที่ ค.112309 และคำขอเลขที่ 365223 ทะเบียนเลขที่ บ.8370 รวมทั้งเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 437187 ทะเบียนเลขที่

ค.139240 และคำขอเลขที่ 437189 ทะเบียนเลขที่ บ.13874 ให้เป็นสิทธิของโจทก์แต่ผู้เดียว ห้ามจำเลยทั้งสามยุ่งเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ 200,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 30,000,000 บาท และจากค่าเสียหายวันละ 200,000 บาท หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 1 ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหารเสริมประเภทธัญพืช ต่อมานายสมชาย บุญชื่น และนายมานพ วัฒนวงศ์วิบูลย์ ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ ได้เข้าเป็นกรรมการจำเลยที่ 1 มีการประชุมวางแผนการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพ

"นิวตริ-1000", "นิวตริ-2000" และ "นิวตวิ-3000" และได้มีมติให้เติมคำว่า "BLEND" โดยใช้ภาษาไทยว่า "เบล็นด์" ต่อท้ายคำว่า "นิวตริ" จึงเกิดเป็นเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" (NUTRI BLEND) มีการมอบหมายให้นางสาวชลิตา หน่อสกูล ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ ออกแบบเครื่องหมายการค้า และให้จำเลยที่ 3 ไปดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" ในนามของจำเลยที่ 1 ขณะนั้นนายมานพและนางสาวชลิตายังเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 โจทก์เพิ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2541 จึงเป็นไปไม่ได้ที่เครื่องหมายการค้าดังกล่าวเป็นของโจทก์ ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนเครื่องหมายกาค้าเป็นชุดตามคำขอเลขที่ 365222, 365223, 437187, 437188 และ 437189 ตามลำดับ โดยใช้คำหลักในเครื่องหมายการค้าว่า

"NUTRI" จำเลยที่ 1 มอบให้บริษัทแพนสยามฟู้ดโปรดักส์ จำกัด เป็นผู้บรรจุสินค้าอาหารเสริมให้ จากนั้นจำเลยที่ 2 ร่วมกับนายมานพและนายสมชายประชุมจัดตั้งโจทก์ เพื่อเป็นบริษัทจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์ "นิวตริเบล็นด์" โดยจำหน่ายเฉพาะผู้บริโภคในประเทศไทยเท่านั้น สำหรับการจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีบริษัทแมคโครฟู้ดเทค จำกัด ซึ่งมีกรรมการเป็นชุดเดียวกับโจทก์และจำเลยที่ 1 ในขณะนั้นภายหลังจำเลยที่ 2 กับนายมานพและนายสมชายและตกลงแยกบริษัทไปบริหารกันเอง โดยจำเลยที่ 2 และนายสมชายลาออกจากการเป็นกรรมการโจทก์ ส่วนนายมานพลาออกจากการเป็นกรรมการจำเลยที่ 1 แลบริษัทแมคโครฟู้ดเทค จำกัด โจทก์เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์

"นิวตริเบล็นด์" เท่านั้น เครื่องหมายการค้าทะเบียนเลขที่ ค.112309 คำขอเลขที่ 365222 และทะเบียนเลขที่ บ.8370 คำขอเลขที่ 365223 เป็นเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนเป็นชุด หลังจากจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ ค.82475 จึงเป็นไปไม่ได้ที่เครื่องหมายการค้าดังกล่าวจะเป็นสิทธิของโจทก์ ขณะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทะเบียนเลขที่ ค.82475 เลขที่ ค.112309 และเลขที่ บ.8370 นายมานพและนางสาวชลิตาต่างเป็นพนักงานของจำเลยที่ 1 การกระทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ "นิวตริเบล็นด์" ขอนายมานพและนางสาวชลิตาจึงต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์และธุรกิจของจำเลยที่ 1 และเครื่องหมายการค้า "นูทริมิว" จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นชุดก่อนมีการจัดตั้งโจทก์

โจทก์เคยขอมีส่วนร่วมในเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" ที่จดทะเบียนไว้ โดยโจทก์จะทำการตลาดสินค้าเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" ซึ่งจำเลยที่ 1 เห็นว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการค้าของจำเลยที่ 1 จึงตกลงโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำขอเลขที่ 358909 ทะเบียนเลขที่ ค.82475 คำขอเลขที่ 365222 ทะเบียนเลขที่ ค.112309 และคำขอเลขที่ 365223 ทะเบียนเลขที่ บ.8370 ให้โจทก์และจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของร่วมกัน ต่อมาจำเลยที่ 2 สืบทราบว่า โจทก์ได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" ของจำเลยที่ 1 โดยเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 อันเป็นการลวงขายให้ประชาชนเข้าใจผิด นอกจากนี้โจทก์ยังได้ใช้ทะเบียนอาหารเลขที่

ผด.45/2541 ซึ่งเป็นเอกสารใบสำคัญขึ้นทะเบียนตำรับอาหารที่บริษัทแพนสยามฟู้ดโปรดักส์ จำกัด ต้องบรรจุผลิตภัณฑ์อาหารเสริมภายในเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 เท่านั้นด้วย จำเลยที่ 1 ไม่สามารถโอนสิทธิให้โจทก์เป็นเจ้าของร่วมในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้ โจทก์ไม่เคยได้รับความเสียหาย ค่าเสียหายวันละ 200,000 บาท เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ขอให้ยกฟ้อง โจทก์สำนวนหลังฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าพิพาทซึ่งจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายชุด โดยใช้คำหลักในเครื่องหมายการค้าว่า "NUTRI" บริษัทแพนสยามฟู้ดโปรดักส์ จำกัด เป็นผู้บรรจุสินค้าอาหารเสริมให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 จัดตั้งขึ้นเพื่อจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์ "นิวตริเบล็นด์"

เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น บริษัทแมคโครฟู้ดเทค จำกัด ซึ่งมีกรรมการเป็นชุดเดียวกับโจทก์และจำเลยที่ 1 ในขณะนั้นเป็นผู้จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศต่อมากรรมการบริษัทได้ตกลงแยกบริษัทไปบริหารกันเอง จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ "นิวตริเบล็นด์" ของโจทก์ภายหลังจำเลยที่ 1 สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวลดลงจนไม่ได้สั่งซื้อสินค้าอีก จากการตรวจสอบทราบว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ร่วมกันผลิตอาหารเสริมธัญพืชและวางจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" ของโจทก์ โดยเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นการลวงขายให้ประชาชนหลงผิดในสินค้าว่าเป็นของโจทก์นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้เปลี่ยนชื่อนิตยสารเป็น วารสารไบโอติค

โจทก์เคยทำบันทึกตกลงจะให้จำเลยที่ 1 ใช้เครื่องหมายการค้าร่วมกับโจทก์ แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ โจทก์จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยที่ 1 ต่อกองบังคับการสืบสวนคดีเศรษฐกิจ โจทก์ได้รับแจ้งจากจำเลยที่ 4 ให้ไปโอนเครื่องหมายการค้า คำขอเลขที่ 437187, 437188 และ 437189 อ้างว่าโจทก์ได้ขอโอนเครื่องหมายการค้าคำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 เนื่องจากโจทก์ได้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายเป็นชุด แต่โจทก์ไม่ดำเนินการโอนให้ต่อมาจำเลยที่ 4 ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์พบว่าการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 ของจำเลยที่ 4 เนื่องมาจากความผิดพลาดของระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่แสดงข้อมูลว่า

เครื่องหมายการค้าคำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 จดทะเบียนเครื่องหมายชุดกับคำขอเลขที่ 437187, 437188 และ 437189 ซึ่งการโอนจะต้องเป็นชุดตามกฎหมาย หลังจากจำเลยที่ 1 ได้มีชื่อร่วมในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ร่วมกันจดทะเบียนตำรับอาหารกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเลขที่ 10-1-04741-1-0007 และผลิตสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารเสริม "นิวตริเบล็นด์-1000" โดยใช้เครื่องหมายการค้าเหมือนกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ แต่ต่างกันตรงเลขที่และใบอนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยา การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นการร่วมกันละเมิดเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 72,000,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวพร้อมค่าเสียหายเดือนละ 6,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะเลิกใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามคำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 และให้จำเลยที่ 4 เพิกถอนการจดทะเบียนโอนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ที่ได้จดทะเบียนให้เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์ ตามคำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 เสียจากทะเบียนเครื่องหมายการค้าร่วม จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตฟ้องคดีซ้อนกับคดีอื่น และเป็นฟ้องเคลือบคลุม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นส่วนตัว จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ แต่โจทก์ฉ้อฉลจำเลยที่ 1 โดยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

"นิวตริเบล็นด์" เป็นของโจทก์ ต่อมาโจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า "นูทริมิว" ซึ่งเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายกาค้า "นิวตริเบล็นด์" นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนให้เนื่องจากเป็นเครื่องหมายชุดกับเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" ดังนั้น เครื่องหมายการค้า "นูทริมิว" จึงต้องตกเป็นสิทธิของจำเลยทั้งสามด้วยเช่นกัน แต่โจทก์ปิดบังความจริงเพื่อแสวงหาประโยชน์จากจำเลยทั้งสาม และไม่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้เป็นของจำเลยที่ 1 โจทก์จดทะเบียนโอนเครื่องหมายการค้าจำพวก 30, 31, และ 42 ตามคำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 ให้จำเลยทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม และนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้มีหนังสือถึงจำเลยทั้งสามและโจทก์ให้ไปจดทะเบียนรับโอนและโอนเครื่องหมายการค้าคำขอเลขที่ 437187, 437188 และ 437189 ซึ่งก็คือเครื่องหมายการค้าชุดกับเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 แต่โจทก์เพิกเฉย เป็นการโต้แย้งสิทธิของจำเลยทั้งสาม

ทำให้จำเลยทั้งสามได้รับความเสียหาย โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย เหตุที่จำเลยที่ 1 ไม่สั่งซื้อผลิตภัณฑ์จากโจทก์เพราะโจทก์ขึ้นราคาค่าจ้างในการผลิตสูงขึ้นเรื่อยๆ และโจทก์ยังโฆษณาใส่ความจำเลยที่ 1 ว่าผลิตภัณฑ์ "นิวตริเบล็นด์" ปลอม ซึ่งเป็นความเท็จจำเลยที่ 1 จึงได้ฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท โจทก์เป็นฝ่ายบอกเลิกไม่ผลิตสินค้าให้จำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสามไม่ได้เลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่ได้ลวงขายสินค้าให้ประชาชนหลงผิดเพราะจำเลยที่ 1 มีสิทธิร่วมในเครื่องหมายการค้าตรา "นิวตริเบล็นด์" ซึ่งคณะกรรมการอาหารและยาก็รับรองตำรับอาหารเสริมของเครื่องหมายการค้าดังกล่าว โดยให้ตรา อย. คือ ผ.ด.45/2541 โจทก์ทราบเรื่องที่จำเลยที่ 1 ใช้ตรา

"นิวตริเบล็นด์" ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2543 การออกวารสารของจำเลยที่ 1 เป็นสิทธิโดยชอบของจำเลยที่ 1 เป็นเรื่องปกติวิสัยทางการค้าการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์แต่อย่างใด โจทก์มีหน้าที่จะต้องจดทะเบียนโอนเครื่องหมายการค้าให้จำเลยที่ 1 ตามคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า แม้จำเลยที่ 4 จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่ครบชุดก็เป็นการจดทะเบียนที่ชอบด้วยกฎหมาย การที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 เลียนเครื่องหมายการค้า ปลอมปนผลิตภัณฑ์ และโจทก์ไม่โอนเครื่องหมายชุดให้จำเลยที่ 1 ทำให้จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์จดทะเบียนโอนเครื่องหมายการค้าจำพวก 30, 31 และ 42 ตามคำขอเลขที่ 358909 ทะเบียนเลขที่

ค.82475 คำขอเลขที่ 365222 ทะเบียนเลขที่ ค.112309 และคำขอเลขที่ 365223 ทะเบียนเลขที่ บ.8370 รวมทั้งเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 437187 ทะเบียนเลขที่ ค.138695 คำขอเลขที่ 437188 ทะเบียนเลขที่ ค.139240 และคำขอเลขที่ 437189 ทะเบียนเลขที่ ป.13874 ให้เป็นสิทธิของจำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวห้ามโจทก์ยุ่งเกี่ยวกับเครื่อง-หมายการค้าดังกล่าว หากบังคับไม่ได้ให้โจทก์ยอมให้จำเลยที่ 1 มีสิทธิผลิตและจำหน่ายสินค้าตามคำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 ในประเทศไทยแต่ผู้เดียว ห้ามโจทก์ยุ่งเกี่ยวกับสิทธิในการผลิตและจำหน่ายสินค้าดังกล่าวและให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยทั้งสามวันละ 1,000,000 บาท คิดเป็นเดือนละ 30,000,000 บาท

นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนวันละ 1,000,000 บาท คิดเป็นเดือนละ 30,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 4 ให้การว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าตามฟ้องจริง และเป็นเครื่องหมายชุดตามที่โจทก์ได้แสดงเจตนาไว้ จำเลยที่ 4 ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ ไม่ได้จงใจให้เกิดความผิดพลาดหรือจงใจฝ่าฝืนกฎหมายแต่อย่างใด เป็นการดำเนินการโดยสุจริตและทำตามความประสงค์ของโจทก์และจำเลยที่ 1 ทุกประการ แต่เนื่องจากระบบฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของจำเลยที่ 4 มีข้อบกพร่อง จึงไม่สามารถค้นพบว่า เครื่องหมายการค้าคำขอเลขที่ 437187, 437188 และ 437189 เป็นเครื่องหมายชุดกับเครื่องหมายการค้าอื่น

จำเลยที่ 4 เชื่อโดยสุจริตตามคำขอโอนว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่เป็นเครื่องหมายชุดมีเพียง 3 เครื่องหมาย จึงดำเนินการโอนตามคำขอดังกล่าว เมื่อภายหลังตรวจพบว่ามีข้อผิดพลาด นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้แจ้งให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ดำเนินการแล้วแต่โจทก์ไม่ดำเนินการ จำเลยที่ 4 ไม่ได้ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 50 เพราะโจทก์เองมีส่วนบกพร่องด้วย จำเลยที่ 4 ไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ 1 เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ "นิวตริเบล็นด์" ของโจทก์ มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า "นิวติเบล็นด์" ก่อนที่จำเลยที่ 1 จะจัดตั้งเป็นนิติบุคคล

ขณะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว จำเลยที่ 2 และนางสาวชลิตา หน่อสกูล มีฐานะเป็นพนักงานของโจทก์ การกระทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ "นิวตริเบล็นด์" จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ของโจทก์ เครื่องหมายการค้า "นูทริมิว" เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ เพราะโจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายชุดก่อนมีการจัดตั้งจำเลยที่ 1 โจทก์เคยตกลงจะโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมกัน แต่จำเลยที่ 1 สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ "นิวตริเบล็นด์" ลดลงจนไม่สั่งซื้ออีกเลย เพราะจำเลยที่ 1 ได้เลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ดังนั้น โจทก์จึงไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมในเครื่องหมายการค้าได้ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางให้เรียกโจทก์สำนวนแรกซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ในสำนวนหลังเป็นโจทก์ที่ 1 ให้เรียกจำเลยที่ 2 ในสำนวนหลังเป็นโจทก์ที่ 2 ให้เรียกจำเลยที่ 3 ในสำนวนหลังเป็นโจทก์ที่ 3 ให้เรียกจำเลยที่ 4 ในสำนวนหลังเป็นโจทก์ที่ 4 ให้เรียกจำเลยที่ 1 ในสำนวนแรกซึ่งเป็นโจทก์ในสำนวนหลังเป็นจำเลยที่ 1 ให้เรียกจำเลยที่ 2 สำนวนแรกเป็นจำเลยที่ 2 และให้เรียกจำเลยที่ 3 ในสำนวนแรกเป็นจำเลยที่ 3

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 โอนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 437189 (ที่ถูก 437187) ทะเบียนเลขที่ ค.138695 คำขอเลขที่ 437188 ทะเบียนเลขที่ ค.139240 และคำขอเลขที่ 437189 ทะเบียนเลขที่ บ.13874 ให้โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมกันกับจำเลยที่ 1 หากจำเลยที่ 1 ไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษานี้แทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสี่ โดยกำหนดค่าทนายความให้โจทก์ทั้งสี่คนละ 50,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ผลิตอาหารเสริมเครื่องดื่มธัญพืชที่ใช้เครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" มีบริษัทแมคโครฟู้ดเทค จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ส่วนโจทก์ที่ 1 เป็นผู้จำหน่ายในประเทศไทย เดิมกรรมการของโจทก์ที่ 1 จำเลยที่ 1 และบริษัทแมคโครฟู้ดเทค จำกัด เป็นบุคคลชุดเดียวกัน คือ โจทก์ที่ 2 จำเลยที่ 2 และนายสมชาย บุญชื่น บุคคลทั้งสามได้ร่วมกันประดิษฐ์เครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" ตามคำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 มีการจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายชุดและเป็นสิทธิของจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นเครื่องหมายชุดอีกตามคำขอเลขที่ 437187, 37188 และ 437189 โดยเป็นเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 เมื่อโจทก์ที่ 2 จำเลยที่ 2 และนายสมชายตกลงแยกกันบริหารธุรกิจ

โจทก์ที่ 2 ได้ออกจากการเป็นกรรมการจำเลยที่ 1 และบริษัทแมคโครฟู้ดเทค จำกัด ส่วนจำเลยที่ 2 และนายสมชายออกจากการเป็นกรรมการโจทก์ที่ 1 ภายหลังโจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้ทำบันทึกข้อตกลงเรื่องเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" ฉบับลงวันที่ 27 เมษายน 2544 โดยจำเลยที่ 1 ยอมให้โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมในเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" และโจทก์ที่ 1 มีสิทธิในเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" แต่ผู้เดียวในประเทศไทยหากจำเลยที่ 1 ประสงค์จะใช้เครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์"เพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยจะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากโจทก์ที่ 1 เสียก่อน และได้มีการทำสัญญาโอนเครื่องหมายการค้าและจดทะเบียนต่อนายทะเบียนให้โจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 1 มีสิทธิร่วมกันในเครื่องหมายการค้าคำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 ต่อมาโจทก์ที่ 1 หยุดสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทแมคโครฟู้เทค

จำกัด คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามประการแรกว่าบันทึกข้อตกลงเรื่องเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" ลงวันที่ 27 เมษายน 2544 ยังคงมีผลใช้บังคับหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ในทำนองว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าพิพาท โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 กระทำละเมิดต่อจำเลยที่ 1 บันทึกข้อตกลงจึงไม่มีผลใช้บังคับ และจำเลยที่ 1 ทำข้อตกลงดังกล่าวเพื่อเป็นการตอบแทนที่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 รับเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ "นิวตริเบล็นด์" ให้แก่จำเลยที่ 1 แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย แต่โจทก์ที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง จำเลยที่ 1 แสดงเจตนาโดยชัดแจ้งแล้วว่าต้องการยกเลิกการให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามบันทึกข้อตกลงเอกสารหมาย

จ.9 เห็นว่า บันทึกข้อตกลงดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ยินยอมให้โจทก์ที่ 1 มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า ซึ่งได้มีการดำเนินการจดทะเบียนเสร็จสิ้นแล้วตามทะเบียนเลขที่ ค.112309 เอกสารหมาย จ.10 และไม่มีประเด็นเรื่องที่ว่าบันทึกข้อตกลงดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับอีกต่อไปหรือไม่ เพราะจำเลยทั้งสามไม่ได้โต้แย้งในความเป็นโมฆะ หรือไม่สมบูรณ์ของบันทึกข้อตกลงดังกล่าวแต่อย่างใด จำเลยทั้งสามเพียงโต้แย้งในอุทธรณ์ในทำนองว่า บันทึกข้อตกลงไม่มีผลใช้บังคับ เพราะจำเลยที่ 1 กับโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 มีข้อตกลงแยกต่างหากเกี่ยวกับการเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยของโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นการอ้างถึงข้อตกลงที่แยกต่างหากจากบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย

จ.9 และถ้าหากมีข้อตกลงที่แยกต่างหากจากกันจริงตามข้อกล่าวอ้างของจำเลยทั้งสามแล้ว ก็เป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสามจะต้องว่ากล่าวเอาจากอีกฝ่ายหนึ่งต่อไปในฐานะที่เป็นฝ่ายผิดข้อตกลงนั้น แต่จะให้มีผลทำให้บันทึกข้อตกลงเรื่องการเข้าร่วมเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าเสียไปหาได้ไม่ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามประการที่สองมีว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมในเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 ชอบหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ในทำนองว่า

เมื่อคดีเป็นอันรับฟังว่าเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไม่ใช่ของโจทก์ที่ 1 ก็ควรจะยุติแล้ว การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่าโจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าร่วมกันจึงไม่ถูกต้องตามประเด็นข้อพิพาท และพยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าว เห็นว่า คดีนี้โจทก์ที่ 1 ฟ้องว่า เครื่องหมายการค้าพิพาทเป็นของตนเองทั้งหมด แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและกาค้าระหว่างประเทศกลาง ฟังว่าโจทก์ที่ 1 ร่วมกันเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางย่อมพิพากษาให้โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมในเครื่องหมายการค้าพิพาทได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (2) และไม่ถือว่าเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นแต่อย่างใด สำหรับข้อที่ว่าเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" เป็นของโจทก์ที่ 1 หรือไม่นั้น เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังว่า บันทึกข้อตกลงเรื่องเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" ฉบับลงวันที่ 27 เมษายน 2544 ใช้บังคับได้ และข้อตกลงนั้นให้โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวตามที่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะต้องพิจารณาว่าเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" เป็นของโจทก์ที่ 1 หรือไม่อีก เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามาจึงชอบแล้ว

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามประการที่สามมีว่า โจทก์ที่ 1 เลียนแบบเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 หรือไม่ และจำเลยทั้งสามได้รับความเสียหายหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า เมื่อคดีนี้รับฟังว่ามีการจดทะเบียนให้โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมเครื่องหมายการค้าดังกล่าวถูกต้องแล้ว โดยบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.9 ระบุเงื่อนไขว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้มีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" ประกอบการค้าแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เท่ากับว่า โจทก์ที่ 1 มีส่วนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" และเป็นผู้เดียวที่มีสิทธิจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย

ดังนั้น การดำเนินการเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า "นิวตริเบล็นด์" ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าที่คล้ายคลึงกัน หรือการเปลี่ยนชื่อวารสารที่เกี่ยวข้องกับเครื่องหมายการค้านั้น จึงไม่พอฟ้งว่าจะเป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในแหล่งกำเนิดของสินค้า อันจะเป็นการลวงขายและไม่อาจถือว่าเป็นการเลียนเครื่องหมายการค้าซึ่งจะเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายได้ ทั้งข้อเท็จจริงเพียงเท่านี้ก็ยังไม่พอรับฟังว่า จำเลยทั้งสามได้รับความเสียหายจากการระทำดังกล่าวของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย

อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามในข้อนี้พังไม่ขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามประการที่สี่มีว่า โจทก์ที่ 4 โต้แย้งสิทธิของจำเลยที่ 1 หรือไม่ และโจทก์ที่ 4 ต้องดำเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทอย่างไร เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังว่า บันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.9 มีผลใช้บังคับได้ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำขอเลขที่ 358909, 365222 และ 365223 จึงกระทำโดยถูกต้อง การที่โจทก์ที่ 4 จดทะเบียนโอนเครื่องหมายกาค้าตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของจำเลยที่ 1 กรณีไม่จำต้องเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น และเมื่อพิจารณาบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย

จ.9 แล้ว แสดงว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะให้มีการโอนเครื่องหมายการค้าจริง ประกอบกับเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเป็นเครื่องหมายชุดกับเครื่องหมายการค้า คำขอเลขที่ 437187, 437188 และ 437189 จำเลยที่ 1 จึงมีหน้าที่ต้องโอนเครื่องหมายการค้าส่วนที่เหลือด้วย ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 50 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามาจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ.

Matter details

Panel of judges
พิชิต คำแฝง · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2549 (ref. 267436)

โจทก์ที่ 1 ฟ้องว่าเครื่องหมายการค้าพิพาทเป็นของตนเองทั้งหมด แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางฟังว่า โจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวร่วมกัน เช่นนี้ ศาลย่อม…

Supreme Court Judgment No. 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

Supreme Court Judgment No. 1759/2568

คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน แต่ฟ้องให้จำเลยรับผิดโดยอาศัยอำนาจแห่งมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อนที่พิพากษาให้จำเลยต้องร่วมกับบริษัท บ. คืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเ…

Supreme Court Judgment No. 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

Supreme Court Judgment No. 332/2568

ในคดีผู้บริโภคปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up