Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2663/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของว. ลูกจ้างโจทก์ไว้กับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการกระทำของ ว.โดยโจทก์ได้บรรยายฟ้องว่าว. ได้เบิกอุปกรณ์ไฟฟ้าไปใช้ในงานใด และไม่ส่งคืนคลังพัสดุจำนวนกี่รายการเป็นจำนวนเงินเท่าใด และได้เบิกอุปกรณ์ก่อสร้างเกินประมาณการไปในงานใดตามหมายเลขงานที่เท่าใดบ้าง ว. มิได้ส่งคืนและไม่มีให้ตรวจนับกี่รายการ เป็นจำนวนเงินเท่าใด อันเป็นคำฟ้องที่แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว ส่วนรายละเอียดว่า ว. ได้เบิกอุปกรณ์ไฟฟ้าไปปฎิบัติหน้าที่วันเวลาใดแต่ละครั้งเบิกไปเท่าใดเหลือที่จะต้องส่งคืนแต่ละครั้งเท่าใดนั้น เป็นรายละเอียดที่จะนำไปสืบในชั้นพิจารณาได้ ไม่จำต้องกล่าวมาในฟ้องด้วยคำฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า การไฟฟ้าเขต 2 อุบลราชธานีภาค 2 เป็นหน่วยงานหนึ่งของโจทก์ มีสำนักงานตั้งอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลการปฎิบัติงานของพนักงาน รวมถึงการไฟฟ้าจังหวัดศรีสะเกษให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากโจทก์ นายวินิจ แจ่มวงษ์ เคยเป็นลูกจ้างโจทก์ตั้งแต่ปี 2524 ถึงปี 2530 ตำแหน่งช่างระดับ 2 ประจำกองเทคนิคการไฟฟ้าเขต 2 อุบลราชธานี ภาค 2 ปัจจุบันโจทก์ได้ไล่นายวินิจออกจากงานแล้ว จำเลยทั้งสองเป็นผู้ค้ำประกันการปฎิบัติงานของนายวินิจโดยยินยอมร่วมกันผูกพันตนว่า หากนายวินิจทำทำความเสียหายแก่โจทก์จะเป็นในหน้าที่การงานหรือไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม จำเลยทั้งสองยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์แทนจนครบโดยมิพักต้องให้โจทก์เรียกร้องค่าเสียหายจากนายวินิจก่อน ในระหว่างที่นายวินิจเป็นลูกจ้างโจทก์

เมื่อประมาณปี 2527 ถึงปี 2530 นายวินิจได้เบิกอุปกรณ์ไฟฟ้าไปปฎิบัติงานก่อสร้างขยายเขตระบบจำหน่ายไฟฟ้าตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในเขตจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อเสร็จงานเปิดจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่หมู่บ้านดังกล่าวแล้ว นายวินิจไม่นำส่งสายไฟฟ้าที่เหลือคืนคลังพัสดุจำนวน 6 รายการคิดเป็นเงิน 362,565.30 บาทโจทก์ได้ทวงถามให้นายวินิจชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว แต่นายวินิจเพิกเฉย จึงได้ฟ้องให้นายวินิจชำระเงิน และศาลแรงงานกลางได้พิพากษาให้นายวินิจชำระเงินดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ต่อมาโจทก์ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนนายวินิจเพิ่มเติมกรณียังมีอุปกรณ์ที่นายวินิจส่งคืนไม่ได้

ผลการสอบสวนปรากฎว่านายวินิจเบิกอุปกรณ์ไปใช้ในงานก่อสร้างเกินประมาณการจำนวน 9 งานซึ่งนายวินิจไม่นำส่งคืนคลังพัสดุและไม่มีให้ตรวจนับรวม 41 รายการ เมื่อตัดอุปกรณ์ที่นายวินิจไม่ต้องรับผิดชอบจำนวน 3 รายการ เป็นเงิน 20,832.65 บาท ออกแล้วคงเหลือที่นายวินิจต้องรับผิดรวมเป็นเงิน 101,531.45 บาท นอกจากนี้นายวินิจยังเบิกอุปกรณ์งานก่อสร้างเกินกว่าประมาณการ จำนวน5 งาน ซึ่งนายวินิจไม่นำส่งคืนคลังและไม่มีให้ตรวจนับและขาดบัญชี รวม 36 รายการ เป็นเงิน 76,039.53 บาท ด้วย การกระทำของนายวินิจดังกล่าวข้างต้นเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยทั้งสองในฐานะผู้ค้ำประกันจึงต้องร่วมกันหรือแทนกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทั้งสิ้นเป็นเงิน 540,136.28 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

นับแต่วันที่17 มิถุนายน 2532 เป็นเงิน 159,599.16 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงิน พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า ในคำฟ้องของโจทก์มิได้แจ้งรายละเอียดแห่งข้อหาและความเสียหายที่แท้จริงที่เกิดขึ้นแก่โจทก์ มิได้บรรยายถึงรายละเอียดว่านายวินิจได้เบิกวัสดุอุปกรณ์ไฟฟ้าไปปฎิบัติหน้าที่วันเวลาใด และแต่ละครั้งเบิกไปเท่าใด มีครั้งไหนบ้างที่นายวินิจไม่นำมาคืนแก่โจทก์ อีกทั้งในการปฎิบัติหน้าที่มีเจ้าหน้าที่ผู้ต้องร่วมรับผิดกี่คน จึงทำให้จำเลยที่ 1 ไม่สามารถที่จะต่อสู้คดีได้ ในคำฟ้องของโจทก์ไม่มีเอกสารท้ายคำฟ้องแนบมาด้วยจึงเป็นคำฟ้องที่ปราศจากเอกสาร จำเลยที่ 1 ไม่สามารถที่จะใช้ดูประกอบคำฟ้องได้

ฟ้องโจทก์จึงเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดและขาดนัดพิจารณาศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อแรกตามที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ซึ่งจำเลยที่ 1 อ้างว่า ฟ้องโจทก์มิได้บ่งบอกถึงรายละเอียดแห่งข้อหาที่จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิด โดยระบุเพียงว่ามีกี่หน่วยงานพร้อมทั้งระบุถึงความเสียหายโดยใช้ยอดรวมเป็นหลัก ไม่มีการแยกประเภทงานและวัสดุที่เสียหายว่ามีเท่าใด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของนายวินิจ แจ่มวงษ์ ไว้กับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการกระทำของนายวินิจซึ่งจำเลยทั้งสองค้ำประกันไว้ โดยโจทก์ได้บรรยายฟ้องกล่าวถึงการกระทำอันเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายว่า นายวินิจได้เบิกอุปกรณ์ไฟฟ้าไปใช้ในงานใดและไม่ส่งคืนคลังพัสดุจำนวนกี่รายการเป็นจำนวนเงินเท่าใด และได้เบิกอุปกรณ์ก่อสร้างเกินประมาณการไปในงานใด ตามหมายเลขงานที่เท่าใดบ้าง นายวินิจมิได้ส่งคืนและไม่มีให้ตรวจนับกี่รายการเป็นจำนวนเงินเท่าใด อันเป็นคำฟ้องที่แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว ส่วนรายละเอียดว่านายวินิจได้เบิกอุปกรณ์ไฟฟ้าไปปฎิบัติหน้าที่วันเวลาใด แต่ละครั้งเบิกไปเท่าใด เหลือที่จะต้องส่งคืนแต่ละครั้งเท่าใดนั้น เป็นรายละเอียดที่จะนำไปสืบในชั้นพิจารณาได้ ไม่จำต้องกล่าวมาในฟ้องด้วย คำฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ชลอ บุณยเนตร · ชลิต ประไพศาล · ธวัชชัย พิทักษ์ผล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1088/2566

คำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึง "ช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ" ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/6 (3) ประกอบมาตรา 90/3 กิจการของลูกหนี้ไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ศาลล้มล…

Supreme Court Judgment No. 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

Supreme Court Judgment No. 2561/2563

การปรับข้อเท็จจริงตามฟ้องว่าจะเข้าลักษณะมูลหนี้สัญญาหรือมูลหนี้ละเมิดนั้น เป็นข้อหารือบทซึ่งเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายเอง โดยโจทก์ต้องบรรยายข้อเท็จจริงที่จำเลยได้กระทำ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิก็…

Supreme Court Judgment No. 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

Supreme Court Judgment No. 5433/2562

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ตกลงซื้อหุ้นจากโจทก์เป็นเงิน 20,000,000 บาท โจทก์โอนหุ้นให้จำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ชำระค่าหุ้นแก่โจทก์บางส่วนเป็นเงิน 12,500,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 7,500,000 บาท โจทก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up