คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ศาลทหารเรือกลางตัดสินให้จำคุกจำเลยตามมาตรา ๒๕๔ มีกำหนด ๔ เดือน เพิ่มโทษตามมาตรา ๕๐ แห่งกฎหมายลักษณอาชญาทหารกึ่งหนึ่งแลเพิ่มฐานไม่เข็ดหลาบตามมาตรา ๗๒ แห่งกฎหมายอาชญาอีก ๑ ใน ๓ รวมเป็นโทษ ๘ เดือน กับให้ยกโทษเก่า ๑ เดือน ๑๐ วันซึ่งรอการลงอาชญาไว้มารวมจำไปด้วย ศาลกรมบัญชาการกลางทหารเรือแก้กำหนดโทษลงเป็น ๒ เดือน เพิ่มตามประมวลอาชญาทหาร ม.๕๐ กึ่งหนึ่งตาม ม.๗๒ อีก ๑ ใน ๓ รวมเป็นโทษ ๔ เดือนกับให้ยกโทษเก่า ๑ เดือน ๑๐ วันมารวมจำไปด้วย จำเลยฎีกาว่า ๑. ความจริงจำเลยไม่ได้แทงเป็นแต่ผลักพลทหารเปรื่องตกปากระวางเรือไปฟาดราวเหล็กบาดเจ็บ ๒. เมื่อเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา ๕๐ แห่งประมวลอาชญาทหารแล้วจะเพิ่มโทษตาม ม.๗๒ แห่งกฎหมายอาชญาอีกไม่ได้ เพราะเป็นการเพิ่ม ๒ ชั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าถึงแม้จะฟังอย่างจำเลยเถียงความผิดของจำเลยก็อยู่ในฐานทำร้ายร่างกายและมาตรา ๕๐ แห่งประมวลอาชญาทหารไม่ใช่เป็นบทเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบแต่เป็นบทสำหรับผู้ที่ทำผิดเป็นทหารประจำการแม้ทำผิดครั้งแรกครั้งเดียวก็ต้องวางมาตรานั้น จึงไม่เรียกว่าเป็นการเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบ ๒ ชั้น แลตัดสิน