Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2633/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ฟ้องของโจทก์ที่อ้างว่าจำเลยแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานและให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จโดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่าเป็นคนสัญชาติไทยในการยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนกับแจ้งต่อเจ้าพนักงานให้จดข้อความลงในเอกสารราชการว่าจำเลยมีสัญชาติไทยอันเป็นความเท็จนั้นหาเป็นการขัดแย้งกันไม่เพราะต่างก็เป็นการกระทำอันเป็นความผิดในตัวแยกต่างหากจากกันได้จำเลยก็เข้าใจข้อหาได้ดี และให้การรับสารภาพโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 ปัญหาเรื่องคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95 เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้มีสัญชาติไทย ได้ยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนโดยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จว่าตนมีสัญชาติไทย ต่อนายวิศิษฐ์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รับคำขอออกบัตรและถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวประชาชนประจำอำเภอ และแจ้งให้นายวิศิษฐ์จดข้อความอันเป็นเท็จลงใน บ.ป.1 อันเป็นเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นหลักฐานว่าจำเลยมีสัญชาติไทย ความจริงจำเลยมีสัญชาติญวนเป็นเหตุให้พนักงานเจ้าหน้าที่อำเภอผู้มีหน้าที่รับคำขอออกบัตร ออกบัตรและถ่ายรูปติดบัตรประชาชนต้องเสียหาย หลงเชื่อออกบัตรประจำตัวประชาฃนให้จำเลยการกระทำของจำเลยโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นายวิศิษฐ์ และกรมการปกครอง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน

พ.ศ. 2505 มาตรา 17จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 267 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดจำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์ที่อ้างว่าจำเลยแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จเป็นการกล่าวถึงการกระทำอันเป็นมูลแห่งความผิดขัดแย้งกัน เป็นฟ้องไม่ถูกต้องหรือไม่ เห็นว่าการที่โจทก์บรรยายฟ้องดังกล่าวหาเป็นการขัดแย้งกันไม่ เพราะการแจ้งต่อเจ้าพนักงานให้จดข้อความลงในเอกสารทางราชการว่าจำเลยมีสัญชาติไทยอันเป็นความเท็จนั้น

ต่างก็เป็นการกระทำอันเป็นความผิดในตัวแยกต่างหากจากกันได้ จำเลยก็เข้าใจข้อหาได้ดีและให้การรับสรรภาพโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158 แต่สำหรับข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 และตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2505 มาตรา 17 ว่าตนมีสัญชาติไทยนั้น เป็นความผิดที่มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนและไม่เกินหนึ่งปี จำเลยกระทำความผิดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2518

โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2526 เกินห้าปี คดีจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95(4) ซึ่งเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหาฐานแจ้งความเท็จตามประมวลกฎมายอาญา มาตรา 137 และตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2505 มาตรา 17 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ · พจน์ บุญเลี้ยง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up