Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2623/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยรับราชการครั้งแรกในกรุงเทพมหานครแล้วโอนมารับราชการที่มหาวิทยาลัยโจทก์ซึ่งขณะนั้นอยู่ในกรุงเทพมหานครแต่ต่อมาโจทก์ได้ย้ายที่ทำการใหม่ไปอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีต้องถือว่าจำเลยได้ไปรับราชการตามที่ทำการในต่างท้องที่จากที่รับราชการณที่เดิมแม้จะไม่มีคำสั่งให้จำเลยเดินทางไปประจำในที่ทำการการต่างท้องที่แต่เป็นเพราะเหตุโจทก์ย้ายที่ทำการใหม่ก็ตามก็ไม่มีผลแตกต่างกันเพราะที่ทำการใหม่ของโจทก์ที่ไม่ใช่ท้องที่ที่จำเลยเข้ารับราชการครั้งแรกจำเลยจึงมีสิทธิได้รับเงินค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการพ.ศ.2527

Provisions the court ruled on

พ.ร.ฎ.ค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2527 Section 7 พ.ร.ฎ.ค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2527 Section 16 พ.ร.ฎ.ค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2527 Section 17 ป.พ.พ. Section 1336

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2521 จำเลยเป็นข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยโจทก์ เดิมรับราชการที่มหาวิทยาลัยมหิดลและโอนมารับราชการที่มหาวิทยาลัยโจทก์ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม2523 เดิมมหาวิทยาลัยโจทก์ตั้งอยู่ที่อาคารทบวงมหาวิทยาลัยเขตพยาไท กรุงเทพมหานคร ต่อมาเดือนธันวาคม 2527 ได้ย้ายที่ทำการไปอยู่ที่ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2528 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2530 จำเลยได้ขอเบิกค่าเช่าบ้านเลขที่ 58/30 ถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรี จากโจทก์เป็นเงินรวม 32,330 บาท และจำเลยได้รับเงินดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งการได้รับเงินดังกล่าวไปนั้น

จำเลยไม่มีสิทธิจะได้รับ เนื่องจากจำเลยเริ่มรับราชการครั้งแรกที่หน่วยงานอื่นในเขตอำเภอชั้นนอกหรือเขตอำเภอชั้นในของกรุงเทพมหานครการที่โจทก์ย้ายที่ทำการไปอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีไม่ถือเป็นการย้ายปฏิบัติงานของข้าราชการ แต่เป็นการย้ายที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ ต่อมาวันที่ 2 พฤศจิกายน 2531 โจทก์แจ้งให้จำเลยนำเงินค่าเช่าบ้านที่รับไปคืน แต่จำเลยไม่คืน ขอให้บังคับจำเลยคืนค่าเช่าบ้านที่เบิกไปโดยไม่มีสิทธิจำนวน 32,330 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2531ซึ่งเป็นวันครบกำหนดชำระถึงวันฟ้องจำนวน 13,793 บาท รวมเป็นเงิน46,123 บาท กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 32,330 บาท

นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยได้รับเงินค่าเช่าบ้านจำนวน 32,330 บาทไปจากโจทก์จริง แต่จำเลยไม่ต้องคืนเงินดังกล่าวแก่โจทก์ เพราะจำเลยมีสิทธิได้รับเงินค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านราชการ พ.ศ. 2527 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ทวิศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาว่า จำเลยซึ่งรับราชการครั้งแรกที่หน่วยงานอื่นในเขตอำเภอชั้นนอกหรือในเขตอำเภอชั้นในของกรุงเทพมหานคร และได้โอนไปรับราชการที่มหาวิทยาลัยของโจทก์ขณะที่ตั้งอยู่ที่อาคารทบวงมหาวิทยาลัยเขตพญาไท

กรุงเทพมหานคร ไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ เมื่อมหาวิทยาลัยโจทก์ย้ายที่ทำการไปอยู่จังหวัดนนทบุรี ตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 นั้น ตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 มาตรา 7 บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับมาตรา 16 และมาตรา 17 ข้าราชการผู้ใดได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานในต่างท้องที่ มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการเท่าที่ต้องจ่ายจริงตามที่สมควรแก่สภาพบ้านเว้นแต่ผู้นั้น(1) ทางราชการได้จัดที่พักอาศัยให้อยู่แล้ว(2) มีเคหสถานของตนเอง หรือของสามีหรือภริยาที่พออาศัยอยู่ร่วมกันได้ในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม่(3) ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ในท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรก หรือท้องที่กลับเข้ารับราชการใหม่(4) เป็นข้าราชการวิสามัญ"

เมื่อพิจารณาข้อบัญญัติของมาตรา 7 ประกอบกับเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้แล้วเห็นได้ว่าทางราชการประสงค์จะช่วยเหลือข้าราชการที่ต้องเสียค่าเช่าบ้าน เมื่อต้องไปทำงานในท้องที่อื่น ซึ่งมิใช่ท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรก เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยรับราชการครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งขณะนั้นอยู่ในกรุงเทพมหานครเช่นกัน แต่ต่อมามหาวิทยาลัยโจทก์ได้ย้ายที่ทำการใหม่ไปอยู่ที่ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีกรณีเช่นนี้ต้องถือว่าจำเลยได้ไปรับราชการตามที่ทำการในต่างท้องที่จากที่รับราชการ ณ ที่เดิม แม้จะไม่มีคำสั่งให้จำเลยเดินทางไปประจำในที่ทำการต่างท้องที่ แต่ก็เป็นเพราะเหตุที่มหาวิทยาลัยโจทก์ย้ายที่ทำการใหม่ก็ตาม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่มีผลแตกต่างกันเพราะที่ทำการใหม่ของมหาวิทยาลัยโจทก์ไม่ใช่ท้องที่ที่จำเลยเข้ารับราชการครั้งแรก ทั้งการตีความมาตรา 7 ต้องคำนึงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย ไม่ให้ขัดแย้งต่อเหตุผลและความเป็นจริงเพราะมิฉะนั้นข้าราชการที่รับราชการครั้งแรกในกรุงเทพมหานครหากโอนไปรับราชการที่มหาวิทยาลัยโจทก์ก่อนโจทก์ย้ายที่ทำการในเดือนธันวาคม 2527 ไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน แต่ถ้าโอนไปภายหลังกลับเบิกค่าเช่าบ้านได้ และข้าราชการซึ่งไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ดังกล่าวนั้น หากได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำที่ทำการหรือโอนไปรับราชการในหน่วยงานอื่นนอกเขตจังหวัดนนทบุรีแล้วต่อมาย้ายกลับไปประจำหรือโอนกลับไปรับราชการในมหาวิทยาลัยโจทก์ กลับมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ ย่อมไม่เป็นธรรมแก่ข้าราชการทั้งปวง มิใช่แต่จำเลยเพียงผู้เดียว ศาลชั้นต้นพิพากษามาชอบแล้ว"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

Supreme Court Judgment No. 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

Supreme Court Judgment No. 5669/2567

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพิจารณาชี้ขาดการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดำเนินคดี พ.ศ. 2561 ข้อ 11 เป็นเพียงเครื่องมือที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีวางไว้เพื่อใช้บริหารราชการเกี่ยวกับ…

Supreme Court Judgment No. 244/2567

คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ มีที่มาจากบันทึกข้อตกลงแบ่งปันทรัพย์มรดกที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ก. ทำกับทายาทของ ก. เพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกของ ก. ให้แก่ทายาท โดยตกลงให้จำเลยที่ 1 โอนที…

Supreme Court Judgment No. 4569/2566

โจทก์เป็นหน่วยงานของรัฐมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการประจำทั่วไปของกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งกำกับและเร่งรัดการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวงให้เป็นไปตามนโยบายและแผนการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน โจทก์โด…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up