Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2600/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ยาเส้นพันธุ์พื้นเมืองผสมกับยาเส้นจากใบยาพันธุ์เวอร์ยิเนียเป็นยาเส้นปรุงยาเส้นบรรจุกระป๋องปิดแสตมป์ไปบ้างแล้วแต่ไม่ครบถ้วนเป็นการเตรียมเพื่อนำออกจำหน่าย จึงต้องปิดแสตมป์ให้ครบถ้วน เมื่อไม่ปิดแสตมป์ให้ครบถ้วนมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาสูบ มาตรา 18 ประกอบด้วยมาตรา 48ความผิดฐานมีแสตมป์ยาสูบที่ใช้แล้วไว้ในครอบครองตามมาตรา 43 นั้น เพียงแต่มีแสตมป์ยาสูบที่ใช้แล้วไว้ในครอบครองเพื่อนำออกใช้ก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว ไม่จำต้องนำแสตมป์ยาสูบที่ใช้แล้วไปใช้อีกเสียก่อนจึงจะเป็นความผิด

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ยาสูบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 Section 17 พ.ร.บ.ยาสูบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 Section 18 พ.ร.บ.ยาสูบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 Section 43 พ.ร.บ.ยาสูบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 Section 48 พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 Section 17 พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 Section 18 พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 Section 43 พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 Section 48

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดหลายกรรมคือ ประกอบอุตสาหกรรมยาเส้นปรุงเพื่อการค้าโดยไม่รับอนุญาต มีแสตมป์ยาสูบที่ใช้แล้วไว้ในครอบครองเพื่อนำออกใช้อีก ปิดแสตมป์ยาสูบบนสลากผิดวิธีตามประกาศและปิดแสตมป์ยาสูบไม่ครบจำนวนตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 มาตรา 4, 5, 17, 18, 19, 42, 43, 47, 48, 49, 53 พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2511 มาตรา 4 ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่องวิธีการปิดและขีดฆ่าแสตมป์ยาสูบ ลงวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2517 กฎกระทรวงฉบับที่ 4 พ.ศ. 2512 ออกตามความในพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 รายการ (7) ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2512 ริบยาเส้นปรุง 20 ลัง เมนทอล 4 กระป๋อง น้ำยายี่ห้อบาร์เนทโฟสเตอร์ 8 ขวด

น้ำยาที่ผสมแล้ว 5 ขวด เครื่องพ่นน้ำยา 1 ชุด แสตมป์ที่ใช้แล้ว 340 ดวง ของกลางนอกนั้นคืนจำเลยจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 ฐานประกอบอุตสาหกรรมยาเส้นปรุงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 17 ประกอบด้วยมาตรา 48 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ. 2512 มาตรา 16 ให้ปรับ 4,000 บาท ฐานมีแสตมป์ยาสูบที่ใช้แล้วไว้ในความครอบครองเพื่อนำออกใช้โดยรู้ว่าเป็นแสตมป์ใช้แล้วตามมาตรา 43 ประกอบด้วยมาตรา 53 ให้ปรับ2,000 บาท ฐานปิดและขีดฆ่าแสตมป์ยาสูบไม่เป็นไปตามวิธีการที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา 42 ประกอบด้วยมาตรา 46 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ 3)

พ.ศ. 2512 มาตรา 15 และประกาศกรมสรรพสามิตเรื่องวิธีการปิดและขีดฆ่าแสตมป์ยาสูบ ลงวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2517 ให้ปรับ500 บาท ฐานปิดแสตมป์ยาสูบไม่ครบจำนวนตามที่กฎหมายกำหนด ตามมาตรา 19 ประกอบด้วยมาตรา 49 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2512 มาตรา 17 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2512)ออกตามความในพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 มาตรา (7) ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2512 ให้ปรับ 26,296.20 บาท รวมปรับจำเลย 32,796.20 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบยาเส้น ปรุง 20 ลัง เมนทอล 4 กระป๋อง น้ำยายี่ห้อบาร์เนทโฟสเตอร์ 8 ขวด น้ำยาที่ผสมแล้ว 5 ขวด เครื่องพ่นน้ำยา 1 ชุด แสตมป์ที่ใช้แล้ว 340 ดวงส่วนของกลางนอกนั้นคืนจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว

เชื่อว่าจำเลยกระทำผิดทุกข้อหาตามฟ้องแต่ความผิดฐานปิดแสตมป์ยาสูบไม่ครบจำนวนเป็นความผิดตามมาตรา 18 ประกอบด้วยมาตรา 48 ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยตามมาตรา 19 ประกอบด้วยมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 ไม่ถูกต้องจึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานปิดแสตมป์ยาสูบไม่ครบจำนวนตามที่กำหนดในกฎกระทรวงการคลัง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2512) ออกตามความในพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2512 ตามมาตรา 18 ประกอบด้วยมาตรา 48 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2512 มาตรา 16 ให้ปรับจำเลย 6,000 บาท รวมปรับจำเลย 12,500 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในข้อหาความผิดฐานปิดแสตมป์ยาสูบไม่ครบจำนวนซึ่งจำเลยฎีกาว่า

ยาเส้นที่ถูกจับไม่ใช่ยาเส้นปรุง จำเลยปิดแสตมป์ยาเส้นในจำนวน 10 กรัม ต่อ 1 สตางค์ เป็นการถูกต้องแล้ว จึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 มาตรา 18 และจะเป็นความผิดตามมาตรา 18 ประกอบด้วยมาตรา 48 จะต้องเป็นกรณีทำยาเส้นเสร็จแล้วจะนำออกจากโรงงานอุตสาหกรรมของจำเลยจึงต้องปิดแสตมป์เสียก่อนนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ายาเส้นของกลางบรรจุกระป๋องเป็นยาเส้นปรุงโดยใช้ยาเส้นจากใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมืองกับยาเส้นจากใบยาพันธ์ยาสูบเวอร์ยิเนียผสมกัน ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าเป็นยาเส้นปรุง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนข้อกฎหมายตามฎีกาจำเลยที่ว่า จำเลยยังทำยาเส้นไม่เสร็จการกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 มาตรา 18 ประกอบด้วยมาตรา 48 ต้องเป็นกรณีจำเลยทำเสร็จแล้วเตรียมส่งออกจำหน่าย

จะต้องปิดแสตมป์ให้ครบถ้วนเห็นว่า ยาเส้นปรุงบรรจุกระป๋องจำนวน 2202 กระป๋องของกลาง จำเลยได้ปิดแสตมป์แล้ว แสดงอยู่ว่าจำเลยได้ทำยาเส้นปรุงเสร็จแล้ว ส่วนการเตรียมส่งออกจำหน่ายจำเลยก็รับว่าจำเลยผลิตส่งไปขายทั่ว ๆ ไปจึงเป็นการเตรียมเพื่อนำออกจากโรงงานของจำเลยไปจำหน่ายซึ่งยาเส้นปรุง ต้องปิดแสตมป์ยาสูบให้ครบจำนวนก่อนนำออกจากโรงงานของจำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 มาตรา 18 ประกอบด้วยมาตรา 48 ตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำเลยฎีกาข้อ ข. ในความผิดฐานมีแสตมป์ยาสูบใช้แล้วไว้ในความครอบครองเพื่อนำออกใช้อีก จำเลยฎีกาว่าจะเป็นความผิดต้องได้ความชัดว่าจำเลยได้นำแสตมป์ยาสูบใช้แล้วไปใช้อีก เห็นว่า มาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 บัญญัติไว้ชัดว่ามีแสตมป์ยาสูบใช้แล้วไว้ในความครอบครองเพื่อนำออกใช้อีก ก็เป็นความผิดแล้ว กรณีจึงมิใช่ต้องนำแสตมป์ยาสูบใช้แล้วไปใช้อีกเสียก่อนจึงจะเป็นความผิดดังจำเลยเข้าใจ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกันพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุนทร วรรณแสง · วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up