คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันลักน้ำมันโซลาจำนวน 75 ลิตรของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไปโดยทุจริต โดยจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้รถยนต์กระบะสองแถวเป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด เพื่อพาทรัพย์นั้นไปและเพื่อให้พ้นการจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสามได้พร้อมด้วยน้ำมันโซลาที่ลักเอาไป ถังพลาสติก หลอดสายยาง กุญแจเลื่อน กุญแจปากตาย รถยนต์กระบะสองแถวพร้อมฝาปิดถังน้ำมันซึ่งเป็นทรัพย์สินที่จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ในการกระทำผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 336 ทวิ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 13 ริบของกลางและคืนน้ำมันโซลาแก่เจ้าของ
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามฟ้องริบถังพลาสติก หลอดสายยาง กุญแจเลื่อนและกุญแจปากตาย สำหรับน้ำมันโซลารถยนต์กระบะสองแถวพร้อมฝาปิดถังน้ำมันของกลาง ให้คืนเจ้าของ โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกาตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า รถยนต์กระบะสองแถวและฝาปิดถังน้ำมันของกลางเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงต้องริบหรือไม่
พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันลักน้ำมันโซลาจำนวน 75 ลิตรจากรถแทรกเตอร์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขณะกระทำผิดจำเลยได้จอดรถยนต์ของกลางไว้ใกล้ๆ รถแทรกเตอร์ พอจำเลยที่ 2 หิ้วถังน้ำมันซึ่งมีน้ำมันโซลาบรรจุอยู่ 1 ถัง และจำเลยที่ 3 หิ้วถังน้ำมันที่มีน้ำมันบรรจุอยู่ 1 ถัง และถังเปล่าอีก 1 ถัง กำลังเดินไปที่รถยนต์กระบะสองแถวดังกล่าวพร้อมกับจำเลยที่ 1 ก็มีเจ้าพนักงานตำรวจเข้าทำการจับกุมได้พร้อมด้วยของกลางในคดีนี้
ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาว่ายานพาหนะใดเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดซึ่งศาลจะพึงสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) หรือไม่ต้องพิจารณาตามพฤติการณ์ของการกระทำความผิดเป็นเรื่องๆ ไปคดีนี้จำเลยนำรถยนต์กระบะสองแถวของกลางมาเพื่อใช้เป็นพาหนะบรรทุกน้ำมันที่ลักมาหลบหนีไปเท่านั้น จำเลยทั้งสามมิได้ใช้รถยนต์กระบะสองแถวในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องแต่อย่างใดรถยนต์กระบะสองแถวของกลางจึงมิใช่ทรัพย์สินอันพึงริบ ส่วนฝาน้ำมันนั้นปรากฏว่าเป็นฝาปิดถังน้ำมันของรถยนต์ จึงมิใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดอันจะพึงริบได้อีกเช่นกัน ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน.