Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2565/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

บริษัท ท. ได้ตกลงมอบอำนาจให้จำเลยหรือ ท. คนใดคนหนึ่งลงนามพร้อมประทับตราสำคัญของบริษัทดำเนิน กิจการต่าง ๆ แทนบริษัทได้ดังนั้น การที่ ท. แต่ ผู้เดียวลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท ท. ในสัญญาโอนขายลดเช็คที่ทำไว้กับโจทก์ จึงเป็นการกระทำในฐานะตัว แทนของบริษัท สำเนาเอกสารที่จำเลยเพียงแต่ ยื่นคำร้องไม่รับรองว่าถูกต้องหรือมีอยู่จริง แต่ จำเลยมิได้คัดค้านการนำสืบสำเนาเอกสารดังกล่าวและบอกกล่าวไปยังโจทก์ก่อนวันสืบพยาน จำเลยจึงต้องห้ามมิให้คัดค้านการมีอยู่และความแท้จริงหรือความถูกต้อง แห่งสำเนาเอกสารนั้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 125 ศาลมีอำนาจรับฟังสำเนาเอกสารดังกล่าวได้ แม้ศาลชั้นต้นจะวินิจฉัยว่า ถือ ไม่ได้ว่าบริษัท ท. ได้ ทำสัญญาโอนขายลดเช็คกับโจทก์เพราะ ท. แต่ เพียงผู้เดียวไม่มีอำนาจแต่ โจทก์ยังกล่าวโต้แย้งไว้ในคำแก้ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจหยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัย โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาว่า จำเลยได้ หลบหนีไปจากเคหสถาน ที่เคยอยู่ แต่ ความข้อนี้ไม่ใช่ข้อที่โจทก์ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย เมื่อโจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ จำเลยบอกให้รอไปก่อนแต่ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ แจ้งแก่โจทก์ว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้จึงยังไม่เข้าข้อสันนิษฐานว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด ได้ทำสัญญาโอนขายลดเช็คไว้กับโจทก์ มีจำเลยเป็นผู้ค้ำประกัน บริษัท ท.ค้าไม้จำกัด ได้นำเช็คของผู้มีชื่อมาขายลดแก่โจทก์ 5 ฉบับ รวมเป็นเงิน2,140,290 บาท แต่ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คทั้ง 5 ฉบับ ได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน ทำให้โจทก์ไม่ได้รับเงินตามเช็ค บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัดจึงมีหน้าที่ต้องชดใช้เงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ19 ต่อปี นับแต่วันที่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คแต่ละฉบับจนถึงวันฟ้องรวมเป็นดอกเบี้ย 204,560.64 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,344,850.64 บาท โจทก์ทวงถามให้บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัดผู้ขายลดเช็คและจำเลยผู้ค้ำประกันชำระหนี้ดังกล่าวหลายครั้งแล้วแต่บริษัท

ท.ค้าไม้ จำกัด และจำเลยเพิกเฉย จำเลยเป็นหนี้โจทก์จำนวนแน่นอนเกินกว่า 50,000 บาท อันเป็นหนี้ที่ถึงกำหนดชำระ จำเลยไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้ และจำเลยได้แจ้งแก่โจทก์ว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้ ขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483จำเลยให้การว่า ขณะมีการขายลดเช็คดังโจทก์ฟ้อง ผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด จะต้องกระทำโดยนายทวีศักดิ์โล่ห์สถาพรพิพิธ หรือจำเลยลงลายมือชื่อร่วมกับนายเทพ ตรีวิศวเวทย์หรือนายกำธร ตรีวิศวเวทย์ และประทับตราสำคัญของบริษัทจึงจะมีผลผูกพันบริษัท การที่นายทวีศักดิ์กรรมการเพียงคนเดียวของบริษัทท.ค้าไม้

จำกัด นำเช็คของผู้อื่นซึ่งไม่ใช่เช็คลูกค้าของบริษัทท.ค้าไม้ จำกัด จำนวน 5 ฉบับ ตามฟ้องโจทก์ ไปขายลดแก่โจทก์จึงไม่มีผลผูกพันบริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัดจึงไม่ต้องรับผิดตามเช็คทั้ง 5 ฉบับ ตามฟ้อง จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิดด้วย จำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์เกินกว่า50,000 บาท จำเลยยังมีทรัพย์พอชำระหนี้แก่โจทก์ได้ จำเลยไม่เคยแจ้งแก่โจทก์ว่าจำเลยไม่สามารถชำระหนี้ได้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด

ไม่ได้ทำสัญญาโอนขายลดเช็คให้แก่โจทก์ และเช็คที่นายทวีศักดิ์ โล่ห์สถาพรพิพิธ นำมาขายลดให้แก่โจทก์ไม่ใช่เช็คลูกค้าของบริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันหรือไม่ และมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ สำหรับปัญหาตามฎีกาของจำเลยนั้น โจทก์มีสำเนาภาพถ่ายรายงานการประชุมของบริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด เอกสารหมายจ.12 และ จ.13 มาแสดงเป็นหลักฐานว่า บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัดได้ตกลงมอบอำนาจให้จำเลยหรือนายทวีศักดิ์ โล่ห์สถาพรพิพิธคนใดคนหนึ่งลงนามพร้อมประทับตราสำคัญของบริษัทดำเนินกิจการต่าง ๆแทนบริษัทได้ ดังนั้น การที่นายทวีศักดิ์แต่ผู้เดียวลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท

ท.ค้าไม้ จำกัด ในสัญญาโอนขายลดเช็คเอกสารหมาย จ.1 ที่ทำไว้กับโจทก์นั้น จึงเป็นการกระทำในฐานะตัวแทนของบริษัท และตามสัญญาโอนขายลดเช็คเอกสารหมาย จ.1 ไม่มีข้อจำกัดว่าเช็คที่บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด นำมาขายลดให้แก่โจทก์จะต้องเป็นเช็คของลูกค้าของบริษัทเท่านั้น และตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.2ที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ ก็ระบุความรับผิดของจำเลยรวมถึงหนี้ตามเช็คของบุคคลอื่นที่บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด ได้นำมาขายลดแก่โจทก์ด้วยศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงได้ว่า บริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด ได้มอบหมายให้นายทวีศักดิ์เป็นตัวแทนทำสัญญาโอนขายลดเช็คกับโจทก์ และบริษัทได้เป็นหนี้โจทก์ตามสัญญาดังกล่าวเป็นเงิน 2 ล้านบาทเศษ จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาค้ำประกัน

ส่วนที่จำเลยกล่าวอ้างในฎีกาว่า เอกสารหมาย จ.15 ถึง จ.17 ในสำนวนคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ 393/2529 ของศาลชั้นต้นเป็นสำเนาภาพถ่ายเช็คซึ่งจำเลยไม่รับรองว่าถูกต้องหรือมีอยู่จริงตามคำร้องของจำเลยลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2530 สำเนาเอกสารดังกล่าวจึงรับฟังไม่ได้นั้น ปรากฏว่าจำเลยมิได้คัดค้านการนำสืบสำเนาเอกสารดังกล่าวและบอกกล่าวไปยังโจทก์ก่อนวันสืบพยาน ฉะนั้น จำเลยจึงต้องห้ามมิให้คัดค้านการมีอยู่และความแท้จริง หรือความถูกต้องแห่งสำเนาเอกสารนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 125 ศาลมีอำนาจรับฟังสำเนาเอกสารดังกล่าวได้ และที่จำเลยกล่าวอ้างในฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้นซึ่งวินิจฉัยว่า ถือไม่ได้ว่าบริษัท ท.ค้าไม้ จำกัด ได้ทำสัญญาโอนขายลดเช็คกับโจทก์เพราะนายทวีศักดิ์แต่เพียงผู้เดียวไม่มีอำนาจนั้น เห็นว่า ปัญหานี้โจทก์ยังกล่าวโต้แย้งไว้ในคำแก้อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนปัญหาตามฎีกาโจทก์ที่ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่นั้น โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาว่าจำเลยได้หลบหนีไปจากเคหสถานที่เคยอยู่ แต่ความข้อนี้มิใช่ข้อที่โจทก์ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาว่า จำเลยแจ้งแก่โจทก์ว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้นั้น พยานโจทก์มีแต่นางภาวิณี เลิศพฤกษ์ลูกจ้างโจทก์เพียงปากเดียวเบิกความว่า ได้ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้ว จำเลยบอกให้รอไปก่อน แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แจ้งแก่โจทก์ว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้ จึงยังไม่เข้าข้อสันนิษฐานว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยพยานหลักฐานโจทก์จำเลยฟังข้อเท็จจริงได้ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวพิพากษากลับ ให้บังคังคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น.

Matter details

Panel of judges
สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 212/2567

หนี้ตามฟ้องเป็นหนี้ค่าเงินยืมเพื่อทดรองจ่ายในกิจกรรมส่งเสริมการขายและค่าสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อจากโจทก์ เป็นหนี้ที่สามารถกำหนดจำนวนได้แน่นอนและนำมาฟ้องเป็นคดีล้มละลายได้โดยไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งหรือใ…

Supreme Court Judgment No. 3416/2566

การตีความสัญญาต้องเป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วยตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 คือต้องถือหลักตามความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายจะถือเอาเจตนาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียวไม่ได้ นอกจากนี้ กา…

Supreme Court Judgment No. 1815/2559

โจทก์ฟ้องจำเลยให้ล้มละลายโดยอาศัยมูลหนี้ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดอุบลราชธานี คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1526/2544 ซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดอันมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม…

Supreme Court Judgment No. 1866/2548

การพิจารณาว่าลูกหนี้ร่วมคนใดมีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถชำระหนี้ได้หรือไม่ หรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือไม่ เป็นเรื่องเฉพาะตัวของลูกหนี้ร่วมแต่ละคน เมื่อจำเลยทั้งสามเป็นลูกหนี้ร่วมต่อโจ…

Supreme Court Judgment No. 1196/2541

พ.และย. ร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์มอบอำนาจให้ น. มีอำนาจกระทำการต่าง ๆตามที่ระบุไว้ รวมทั้งมีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีล้มละลายทุกศาลแทนโจทก์ได้ ขณะ พ. ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจนั้น พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up