Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2552/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์บรรยายฟ้องในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1 เป็นกรมในรัฐบาลเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมาย จำเลยที่ 2 มีหน้าที่ทำงานตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ตามคำสั่งของสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรฯซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 คำบรรยายฟ้องในตอนแรกนี้จึงเป็นการบรรยายฟ้องให้เห็นฐานะความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยที่ 1 ที่ 2 ว่ามีความสัมพันธ์กันตามกฎหมาย แม้ต่อมาโจทก์จะบรรยายฟ้องเกินเลยไปว่าจำเลยที่ 1 เป็นนายจ้าง จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ก็หาทำให้คำบรรยายฟ้องของโจทก์ตอนแรกเสียไปไม่ ทั้งโจทก์ได้บรรยายมาชัดแจ้งว่า จำเลยที่ 2 ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจตรารักษาความสงบตามคำสั่งของสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรฯ อันเป็นการออกไปปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎหมายเมื่อจำเลยที่ 2 ใช้อาวุธปืนที่ทางราชการจำเลยที่ 1 จ่ายให้ใช้ในราชการยิงบุตรโจทก์ถึงแก่ความตายขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย อันเป็นการบรรยายฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้บังคับบัญชารับผิดฐานละเมิดร่วมกับจำเลยที่ 2 หาใช่ฟ้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดในฐานะนายจ้างแต่ประการเดียวไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นกรมในรัฐบาล เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีพลตำรวจเอกสุรพล จุลพราหมณ์ เป็นอธิบดี เป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน มีหน้าที่สืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดอาญามาลงโทษตามกฎหมาย จำเลยที่ 2เป็นลูกจ้างทำงานตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ประจำอยู่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการบังคับบัญชาจำเลยที่ 1 ได้แต่งตั้งตัวแทนเรียกว่าสารวัตรใหญ่ประจำสถานีตำรวจภูธร อำเภอบ้านนาสาร คือ พันตำรวจตรีบุญชิต สุขะวิศิษฐ์ มีอำนาจสั่งให้จำเลยที่ 2 ทำงานตามหน้าที่และวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 และได้มอบอาวุธปืนยาวให้จำเลยที่ 2ใช้ในการทำงานด้วย

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2524 จำเลยที่ 1 โดยพันตำรวจตรีบุญชิต สุขะวิศิษฐ์ สารวัตรใหญ่ตัวแทน ได้สั่งให้จำเลยที่ 2 กับพวกออกตรวจตรารักษาความสงบในท้องที่ตำบลนาสาร อำเภอนาสาร เพื่อตรวจจับผู้กระทำความผิด ขณะที่จำเลยที่ 2 ออกตรวจนั้น นายถนอม ศรีสุข ได้มาแจ้งขอให้ช่วยติดตามคนร้ายปล้นทรัพย์ซึ่งกำลังหลบหนีไปทางอำเภอเวียงสระ จำเลยที่ 2 กับพวกได้ใช้รถยนต์เป็นพาหนะติดตามไป และจำเลยที่ 2 ได้ใช้อาวุธปืนที่จำเลยที่ 1 มอบให้ยิงทำร้ายร่างกายนายไพบูลย์ เกื้อฉิม ถึงแก่ความตาย อันเป็นการกระทำละเมิดในทางการที่จ้าง จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดในฐานะนายจ้างซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ซึ่งโจทก์เสียหายหลายรายการคิดเป็นเงิน 322,500 บาท

ขอให้ศาลบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรมตำรวจจำเลยที่ 1 เป็นหน่วยราชการหน่วยหนึ่งการที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดจำเลยที่ 1 เป็นไปตามอำนาจกฎหมายหาใช่เกิดจากสัญญาจ้าง การกระทำของจำเลยที่ 2 ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องจึงไม่ใช่ในฐานะลูกจ้างกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 โจทก์จะมาฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดในฐานะนายจ้างหาได้ไม่ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1รับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1โดยให้รับฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวแก่จำเลยที่ 1 ด้วยจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1 เป็นกรมในรัฐบาลเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย

มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎร มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมาย จำเลยที่ 2 มีหน้าที่ทำงานตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ตามคำสั่งของสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนาสารซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 คำบรรยายฟ้องในตอนแรกนี้จึงเป็นการบรรยายฟ้องให้เห็นฐานะความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยที่ 1 ที่ 2 ว่ามีความสัมพันธ์กันตามกฎหมาย แม้ต่อมาโจทก์จะบรรยายฟ้องเกินเลยไปว่า จำเลยที่ 1 เป็นนายจ้าง จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ก็หาทำให้คำบรรยายฟ้องของโจทก์ตอนแรกเสียไปไม่ทั้งโจทก์ได้บรรยายมาชัดแจ้งว่า จำเลยที่ 2 ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจตรารักษาความสงบตามคำสั่งของสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนาสาร

อันเป็นการออกไปปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎหมาย เมื่อจำเลยที่ 2 ใช้อาวุธปืนที่ทางราชการจำเลยที่ 1 จ่ายให้ใช้ในราชการยิงนายไพบูลย์บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย ขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองเสียหาย อันเป็นการบรรยายฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้บังคับบัญชารับผิดฐานละเมิดร่วมกับจำเลยที่ 2 หาใช่ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 รับผิดในฐานะนายจ้างแต่ประการเดียวไม่พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ประสาท บุณยรังษี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชูเชิด รักตะบุตร์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2571/2534

จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ไปเบิกน้ำมันตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ในระหว่างนั้นได้ขับรถไปเพื่อซื้อยาให้คนงานของจำเลยที่ 2 จึงเกิดเหตุเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่โจทก์…

Supreme Court Judgment No. 5079/2533

จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการอยู่ในสังกัดของจำเลยที่ 2 มีหน้าที่ขับรถยนต์บรรทุกน้ำของจำเลยที่ 2 รดน้ำต้นไม้ ได้ขับรถไปปฏิบัติงานตามหน้าที่ เสร็จแล้วได้ขับรถไปบ้านของตนแม้จะเป็นธุระส่วนตัวไม่ใช่เวลาปฏิบัติร…

Supreme Court Judgment No. 2512/2529

นิติบุคคลจะรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของนิติบุคคลได้กระทำให้เกิดความเสียหายหรือทำละเมิดขณะทำการตามหน้าที่และอยู่ภายในขอบวัตถุที่ประสงค์ของนิติบุคคลเท่านั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและ…

Supreme Court Judgment No. 3208/2528

จำเลยที่ 2 เป็นทหารพลขับ มีหน้าที่ขับรถยนต์คันเกิดเหตุของจำเลยที่ 1 เป็นประจำและเป็นผู้ครอบครองดูแลรถ ดังกล่าว ได้ขับรถไปปฏิบัติราชการตามคำสั่งของ ผู้บังคับบัญชา เมื่อเสร็จภาระกิจแล้วได้นำรถออกจาก ค่า…

Supreme Court Judgment No. 2816/2528

ตามพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2519 ที่บัญญัติให้ใช้พระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พุทธศักราช 2477 เท่าที่ไม่ขัดหรือแย่งกันนั้น ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ดังกล่าวบัญญ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up