คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าสวนของจำเลยมีกำหนด 12 ปี และได้ชำระค่าเช่าให้จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมไปจดทะเบียนการเช่าให้แก่โจทก์ ทั้งยังบุกรุกเข้าไปรบกวนการครอบครองที่ดินซึ่งโจทก์เช่า ทำให้โจทก์ขาดประโยชน์และได้รับความเสียหาย ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยไปจดทะเบียนการเช่าให้แก่โจทก์ หากไม่ไปให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วยจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยให้โจทก์เช่าสวนคราวละ 3 ปี เมื่อโจทก์กระทำผิดสัญญาเช่า จำเลยจึงบอกเลิกการเช่า ต่อมาโจทก์ถึงแก่กรรม สัญญาเช่าย่อมระงับ โจทก์ไม่เสียหาย ขอให้พิพากษายกฟ้อง และขับไล่บุคคลที่ครอบครองที่ดินของจำเลยอยู่นางแอ๊ว บุญมี ได้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ซึ่งถึงแก่กรรมโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งหลายประการ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินค่าเช่าล่วงหน้า คำขออื่นของโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คู่ความนำสืบรับกันว่า เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องแล้วโจทก์ได้ถึงแก่กรรมในวันนั้นเอง สัญญาเช่าดังกล่าวเป็นสัญญาเช่าธรรมดามิใช่สัญญาต่างตอบแทนสัญญาเช่าจึงเป็นสัญญาเฉพาะตัวสำหรับผู้เช่า เมื่อผู้เช่าตายสัญญาเช่าย่อมระงับไปไม่ตกทอดไปยังทายาท
Result
พิพากษายืน