คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 357จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ให้ลงโทษจำคุก 3 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือนโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์จำเลยฎีกาขอให้ฟ้องฐานรับของโจรศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อกฎหมายว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 357
จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ไม่มีความผิดฐานรับของโจรพิพากษาลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ย่อมถือได้ว่าศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์ในข้อหารับของโจร เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์ กรณีย่อมถือว่าข้อหาความผิดฐานรับของโจรได้ยุติไปแล้ว - ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและเมื่อจำเลยอุทธรณ์ว่าไม่ได้กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ปัญหาวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์คงมีเพียงว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้นจึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา อย่างไรก็ตามย่อมถือได้ว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในข้อหาลักทรัพย์ด้วย โจทก์จึงมีสิทธิฎีกาให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้
สำหรับศาลฎีกาของจำเลยที่ขอให้แก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยยกฟ้องโจทก์นั้นย่อมมีความหมายว่า ขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหารับของโจร ซึ่งข้อหานี้ยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยของจำเลยแล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แต่โทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดนั้นสูงเกินไปพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน