คำฟ้องและคำให้การ
โจทย์ฟ้องว่า นางตุ่นจำเลยกับนายสงสามี ทำสัญญาจะขายที่ดินแก่โจทก์ ได้รับเงินราคาที่ดินไปจากโจทก์แล้ว ตกลงจะไปโอนโฉนดภายใน ๓ เดือน ต่อมานายสงตาย จึงขอให้จำเลยโอนโฉนดที่พิพาทแก่โจทก์ นางตุ่นต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความ นางอุ่น นางสาวอิน ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยรวม โดยว่าเป็นบุตรนายสง นางตุ่นเป็นทายาทรับมรดกของนายแสง และต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความมรดก
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่ดินส่วนของนายสงคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว แต่ที่ดินส่วนของนางตุ่นจำเลยยังบังคับได้ตามสัญญามาตรา ๑๓๖๑ วรรค ๑ จึงพิพากษาแก้ให้นางตุ่นจำเลยโอนขายที่ดินส่วนของตนให้แก่โจทก์ โจทก์ จำเลยและผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาปรึกษาคดีโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าโจทก์ผู้ได้ครอบครองที่ดินที่จะซื้อขายกันมีสิทธิที่จะยึดหน่วงทรัพย์สินไว้จนกว่าจะโอนกรรมสิทธิได้ เหตุที่นายสงตายมาแล้วเกิน ๑ ปี ย่อมไม่ห้ามโจทก์ผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงจะใช้สิทธิบังคับตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๘๙,๒๔๑, ส่วนที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิของนางตุ่น จำเลยนั้น โจทก์ขอให้บังคับตามสัญญาได้การตายของนายสงไม่ทำให้นางอุ่น นางสาวอิน ทายาทนายสงเป็นเจ้าของร่วมในส่วนของนางตุ่นจำเลยด้วย
Result
จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ให้นางตุ่นจำเลยกับผู้ร้องสอดโอนกรรมสิทธิที่พิพาทตามฟ้องให้โจทก์