Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2504/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

วันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์และพยานโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยและทนายจำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว ในระหว่างพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ทนายจำเลยมาศาล แต่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรคสองและวรรคสามโดยเมื่อสืบพยานโจทก์ไปแล้วก็นัดฟังคำพิพากษาเลยทีเดียวโดยมิได้วินิจฉัยว่าการขาดนัดของจำเลยเป็นไปโดยจงใจหรือไม่เสียก่อนจนเป็นเหตุให้จำเลยไม่ได้สืบพยานของตนและแพ้คดี อันเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาย่อมอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2), 247พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรคสองและวรรคสามโดยให้วินิจฉัยว่าการขาดนัดของจำเลยเป็นไปโดยจงใจหรือไม่แล้วมีคำสั่งหรือดำเนินการพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นนายจ้างของนายเกษม และเป็นผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ก.จ.05825 นายเกษมได้ขับรถยนต์คันนี้บรรทุกแร่จากจังหวัดเพชรบุรีไปยังที่เก็บแร่ที่ตำบลบ้านไร่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดราชบุรี ในทางการที่จ้างของจำเลยด้วยความประมาทชนเสาไฟฟ้าข้างถนนของโจทก์เสียหาย 1 ต้น ขอให้พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 5,000 บาท ให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่าจำเลยมิใช่นายจ้างของนายเกษม และขณะเกิดเหตุนายเกษมก็มิได้ปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างของจำเลย ฯลฯศาลชั้นต้นชี้สองสถาน และได้กำหนดให้โจทก์นำสืบก่อนนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 7 กันยายน 2515 เวลา 8.30 นาฬิกา ถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ ตกลงกันเลื่อนวันสืบพยานโจทก์ไปวันที่ 20 กันยายน 2515เวลา 8.30 นาฬิกา

ครั้นถึงวันนัด โจทก์และพยานโจทก์มาศาลส่วนจำเลยและทนายจำเลยไม่มาศาล ศาลจึงมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาและนำพยานโจทก์เข้าสืบ ในระหว่างพิจารณาคดีฝ่ายเดียวโดยสืบพยานโจทก์ปากแรก ทนายจำเลยมาศาลและขอซักค้านพยานโจทก์ ศาลสืบพยานโจทก์ได้ 2 ปากแล้วโจทก์แถลงว่าติดใจสืบเท่านี้ ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 25 กันยายน 2515 เวลา 9.00 นาฬิกาจำเลยยื่นคำแถลงคัดค้านว่า การที่ศาลนัดฟังคำพิพากษาไปโดยที่ไม่ให้โอกาสจำเลยนำพยานของตนเข้าสืบนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายการขาดนัดของทนายจำเลย มิได้เป็นไปโดยจงใจศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 5,000 บาท ให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาคดีมีปัญหาตามข้อฎีกาของจำเลยว่า การพิจารณาคดีนี้ของศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรค 2 และวรรค 3จะเห็นได้ว่าวรรค 2 และวรรค 3 ต่างกันที่การขาดนัดเป็นไปโดยจงใจหรือไม่ ถ้าไม่จงใจศาลก็ต้องปฏิบัติตามวรรค 2 ถ้าจงใจก็ปฏิบัติตามวรรค 3 และศาลจะต้องวินิจฉัยว่าการขาดนัดนั้นเป็นไปโดยจงใจหรือไม่ ปรากฏว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยว่า การขาดนัดของจำเลยเป็นไปโดยจงใจหรือไม่ ถ้าไม่จงใจ ศาลต้องพิจารณาคดีใหม่ตั้งแต่เวลาที่ขาดนัด ถ้าจงใจก็ให้ศาลดำเนินการพิจารณาต่อไปโดยจำเลยมีสิทธิถามค้านพยานโจทก์นับตั้งแต่ปากแรกที่กำลังสืบอยู่เป็นต้นไป จนหมดพยานของโจทก์ และจำเลยมีสิทธินำพยานของตนเข้าสืบหักล้างต่อไปด้วย ส่วนการที่รายงานกระบวนพิจารณาไม่มีข้อความว่า จำเลยขอสืบพยานแต่มีข้อความว่าจำเลยจะยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่นั้น ยังไม่พอถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานจำเลย เพราะไม่มีเหตุที่จำเลยจะไม่ติดใจสืบพยานของตน ทั้ง ๆ ที่ได้ยื่นบัญชีพยานไว้แล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีเช่นนี้ถือว่าศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณา ส่วนการดำเนินกระบวนพิจารณาของจำเลยนั้น จำเลยก็ขอให้ศาลปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรค 2 และวรรค 3 ตลอดมา เมื่อศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรค 2 และวรรค 3 โดยเมื่อสืบพยานโจทก์ไปแล้ว ก็นัดฟังคำพิพากษาเลยทีเดียวโดยมิได้วินิจฉัยว่าการขาดนัดนั้นเป็นไปโดยจงใจหรือไม่เสียก่อน จนเป็นเหตุให้จำเลยไม่ได้สืบพยานของตนและแพ้คดี จึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ จำเลยย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ ขอให้สั่งให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ ถึงแม้ว่าจำเลยจะยังมิได้ร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีก็ตามฉะนั้น อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 243(2), 247

Result

จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 205 วรรค 2 และวรรค 3 โดยให้วินิจฉัยว่าการขาดนัดของจำเลยเป็นไปโดยจงใจหรือไม่ แล้วมีคำสั่งหรือดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

Matter details

Panel of judges
ธวัช สิทธิชัย · เสถียร ลิมปิษเฐียร · วิทูร เทพพิทักษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5001/2562

โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ 2 ครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องฉบับแรกให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในวันที่ 8 สิงหาคม 2559 ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์วันที่ 2 กันยายน 2559 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โ…

Supreme Court Judgment No. 7994/2561

เมื่องานที่โจทก์ทำให้จำเลยชำรุดบกพร่อง โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยชำระหนี้นั้น ถูกต้องแล้ว แต่ศาลชั้นต้นยังคงต้องวินิจฉัยให้จำเลยชำระค่าการงานที่ได้ทำใ…

Supreme Court Judgment No. 7069/2560

อุทธรณ์ของผู้ร้องที่ 2 ที่ ป. ซึ่งถูกถอนออกจากการเป็นทนายความลงชื่อเป็นผู้อุทธรณ์และผู้เรียง/พิมพ์ โดยไม่ได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจใช้สิทธิอุทธรณ์นั้น ถือเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6549/2560

ตามฟ้องคดีนี้เป็นคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องคดีอาญา และศาลชั้นต้นที่พิจารณาคดีเป็นศาลจังหวัด จึงเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ที่ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูลและพิ…

Supreme Court Judgment No. 3460/2559

ในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เมื่อศาลชั้นต้นซึ่งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูลและพิพากษาเฉพาะคดีส่วนอาญาเท่านั้น ฟ้องโจทก์ยังคงมีคดีส่วนแพ่งต้องพิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up