Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2483/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นผู้ค้ำประกันลูกหนี้ซึ่งกู้เงินโจทก์ ภายหลังจำเลยได้ทำสัญญารับสภาพหนี้ยอมใช้เงินให้โจทก์ โจทก์มาฟ้องเรียกเงินตามสัญญารับสภาพหนี้นั้น จำเลยจะอ้างแต่เพียงว่าโจทก์ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้ลูกหนี้ หาเพียงพอที่จำเลยจะไม่ต้องรับผิดตามสัญญารับสภาพหนี้ไม่และที่จำเลยต่อสู้คดีว่า โจทก์ยอมผ่อนเวลาชำระหนี้ให้จำเลย ก็มิใช่เป็นเรื่องผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 ที่จำเลยจะหลุดพ้นจากความรับผิดโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวง จำเลยฟ้องแย้งเรียกเงินจากโจทก์ 3,850 บาท จำนวนทุนทรัพย์ตามฟ้องแย้งนั้นไม่อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะรับไว้พิจารณาพิพากษาได้ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15, 22(4) เพราะทุนทรัพย์เกิน 2,000 บาท จำเลยจึงฟ้องแย้งมาในคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 ไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายเส่งทำหนังสือกู้เงินโจทก์ จำเลยทำสัญญาค้ำประกันนายเส่งยังไม่ชำระหนี้ จำเลยแย่งเอาสัญญาไปทำลายโจทก์ร้องทุกข์ จำเลยได้ทำสัญญาต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่า จำเลยเป็นผู้ค้ำประกันเงินที่นายเส่งกู้จากโจทก์ จำเลยยอมใช้เงินให้โจทก์ 1,600 บาท แต่แล้วจำเลยไม่ชำระตามกำหนด ขอให้บังคับจำเลยใช้เงินแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ผ่อนเวลาให้จำเลย จำเลยไม่ต้องรับผิด จำเลยชำระหนี้เกินไป 3,850 บาท ฟ้องแย้งให้โจทก์คืนเงินดังกล่าวศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องแย้ง พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ 1,600 บาทแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาฎีกาข้อแรกว่า โจทก์ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้จำเลย จำเลยจะพ้นความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 หรือไม่ นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 วรรคแรก บัญญัติว่า ถ้าค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอน และเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ไซร้ ท่านว่าผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด แต่ตามฎีกาจำเลยและตามที่จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีไว้เป็นเรื่องโจทก์ยอมผ่อนเวลาชำระหนี้ให้จำเลย หาใช่ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้นายเส่งลูกหนี้ไม่ กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 อย่างไรก็ดีคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยตามสัญญารับสภาพหนี้ตามสำเนาท้ายฟ้อง จำเลยจะอ้างแต่เพียงว่าโจทก์ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้นายเส่งลูกหนี้เพื่อให้จำเลยไม่ต้องรับผิดตามสัญญารับสภาพหนี้ที่โจทก์ฟ้องหาเป็นการเพียงพอที่จำเลยจะไม่ต้องรับผิดไม่ฎีกาข้อหลังว่า ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องแย้งของจำเลย ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 22(6) นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องแย้งของจำเลยก็เป็นฟ้องนั่นเองคดีนี้ศาลชั้นต้นที่พิจารณาคดีเป็นศาลแขวง เมื่อจำนวนทุนทรัพย์ที่จำเลยฟ้องแย้งเป็นเงิน 3,850 บาท จึงไม่อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะรับไว้พิจารณาพิพากษาได้ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15,22 เพราะทุนทรัพย์เกิน 2,000 บาท จำเลยจึงฟ้องแย้งมาในคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 ไม่ได้ ส่วนพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 22(6) เป็นเรื่องอำนาจของผู้พิพากษานายเดียวในศาลชั้นต้น ซึ่งอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลแขวงตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15 คลุมไม่ถึง จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง ศาลล่างสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยชอบแล้ว

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุมิตร ฟักทองพรรณ · ดวง ดีวาจิน · กฤษณ์ โสภิตกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up