Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2480/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ที่ 1 ได้รับบาดเจ็บสะบ้า หัวเข่าขวาแตก ได้รับอันตรายสาหัสนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลถึง15 วัน และเมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วยังต้องไปรักษาตัวต่อที่บ้านอีกหลายเดือนจึงค่อย เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้นแต่ก็ยังไม่ปกติ สมควรกำหนดค่าป่วยเจ็บที่ต้องทนทุกข์ทรมาน 10,000 บาท.หลังเกิดเหตุโจทก์ที่ 1 ไม่สามารถใช้เข่าขวาได้ดีเหมือนเดิม นั่งพับเพียบไม่ได้ นั่งยอง ๆ ไม่ได้ ขาไม่มีกำลัง ไม่สามารถวิ่งและออกกำลังกาย ได้ เห็นได้ว่าโจทก์ที่ 1 ได้เสื่อมเสียบุคลิกภาพไป สมควรกำหนดค่าเสียหายให้10,000 บาท.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 249,983 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 23,491 บาทโจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 11,668 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 22,505 บาทโจทก์ที่ 5 เป็นเงิน 18,973 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินจำนวน 232,543 บาท 21,853 บาท 10,855 บาท20,935 บาท และ 17,650 บาท ตามลำดับนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ทำละเมิด โจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินไป ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย พิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 31,143 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 4,853 บาท

โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 955 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 800 บาท โจทก์ที่ 5เป็นเงิน 12,550 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินแต่ละจำนวนดังกล่าว นับแต่วันทำละเมิด (วันที่ 20 พฤศจิกายน2524) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จโจทก์ที่ 1 ที่ 4 และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เหตุที่รถทั้งสองคันชนกัน โจทก์ที่ 4 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยในค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหนึ่งในสาม และพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 16,208.67 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 2,835.33บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 400 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2524จนกว่าจะชำระเสร็จ

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ที่ 1 ที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ประเด็นว่า โจทก์ที่ 4 ขับรถยนต์โดยประมาทด้วยหรือไม่นั้น โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 เบิกความยืนยันว่าขณะเกิดเหตุการจราจรที่ถนนงามวงศ์วานมีรถติดมาก มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรยืนคอยห้ามรถที่ถนนงามวงศ์วาน ให้รถหยุดทั้งสองด้านไม่ให้วิ่งผ่านไปและขณะเดียวกันก็ให้รถจากที่ทำการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขับออกไปได้ โจทก์ที่ 4 จึงขับรถออกจากที่ทำการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นคันที่ 3 ขับตรงออกไปแล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนงามวงศ์วาน เพื่อไปตลาดพงษ์เพชรด้านแยกแคลายจำเลยขับรถวิ่งสวนทางมาโดยแซงรถที่จอดล้ำเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนเข้าไปในช่องทางเดินรถของโจทก์ที่ 4 ด้วยความเร็วสูงประมาณ 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มาชนรถโจทก์ที่ 4ด้านหน้าข้างซ้ายอย่างแรง ถูกชนแล้วรถโจทก์ที่ 4 หันหัวรถกลับไปทางที่ทำการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประตูรถเปิดออก โจทก์ที่ 4 ตกลงไปที่ถนนโจทก์ที่ 1 สลบอยู่ในรถจำเลยมิได้นำสืบพยาน ทั้งจำเลยได้ถูกพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือในข้อหาขับรถยนต์ประมาทเป็นเหตุให้ชนรถผู้เสียหาย ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและได้รับอันตรายสาหัส และนำรถที่ห้ามล้อใช้การไม่ได้อาจเกิดอันตรายแก่ประชาชนมาใช้ในทางเดินรถ

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแขวงพระนครเหนือพิพากษาจำคุกจำเลย 2 เดือน และปรับ 3,200 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 เดือนปรากฏตามสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 3798/2525ของศาลดังกล่าว ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์โดยประมาทเพียงฝ่ายเดียว โดยที่โจทก์ที่ 4 ไม่ได้ขับรถโดยประมาทด้วย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ที่ 4 ขับรถโดยประมาทด้วยนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ที่ 1 ที่ 4 ข้อนี้ฟังขึ้นประเด็นต่อไปมีว่า ค่าเสียหายของโจทก์ที่ 1 ที่ 4 มีจำนวนเท่าใด โจทก์ที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ที่ 1 ได้รับบาดเจ็บสะบ้าหัวเข่าขวาแตกได้รับอันตรายสาหัส พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 15 วัน เมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไม่สามารถใช้เข่าขวาได้ดีเหมือนเดิม

นั่งพับเพียบไม่ได้ นั่งยอง ๆ ไม่ได้ ขาไม่มีกำลัง ขาเล็กไปข้างหนึ่ง เดินไม่เหมือนเดิม ขากะเผลก นั่งชันเข่า วิ่ง ออกกำลังกาย เล่นกีฬา และทำงานหนักไม่ได้ เสียค่ารักษาพยาบาลไปเป็นเงิน 23,343 บาทศาลอุทธรณ์กำหนดไว้ 22,413 บาท ขาดไป 930 บาท ขอคิดค่าป่วยเจ็บที่ต้องทนทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจเป็นเงิน 50,000 บาทศาลอุทธรณ์ให้เพียง 900 บาท ขอเพิ่มอีก 49,100 บาท ค่าเสื่อมเสียบุคลิกภาพเป็นเงิน 50,000 บาท ศาลอุทธรณ์ไม่กำหนดให้ ค่าจ้างรถรับจ้างไปทำงานเป็นเงิน 19,200 บาท ศาลอุทธรณ์กำหนดให้เพียง 1,000บาท ขอเพิ่มอีก 18,200 บาท โจทก์ที่ 4 ฎีกาขอคิดค่านาฬิกาข้อมือที่ขาดหายไปเป็นเงิน 8,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ค่ารักษาพยาบาลของโจทก์ที่ 1 จำนวน 23,343 บาท ตามใบเสร็จรับเงินเอกสารหมายจ.11 ถึง จ.16 ซึ่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้จำเลยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โจทก์ที่ 1 ตามใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย จ.13 จ.14 เป็นเงิน22,413 บาท ส่วนค่ารักษาพยาบาลตามใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย จ.11จ.12 จ.15 จ.16 เป็นเงิน 930 บาท ศาลอุทธรณ์ไม่กำหนดให้นั้นเห็นว่า ค่ารักษาพยาบาลตามใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย จ.11 จ.12 จ.15และ จ.16 เป็นค่าพยาบาลพิเศษเฝ้าไข้ 2 วัน ในวันที่ 20,21 พฤศจิกายน2524 เป็นเงิน 500 บาท ค่ายา ค่ารักษา 180 บาท และค่าเอกซเรย์250 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของโจทก์ที่ 1และโจทก์ที่ 1 มีใบเสร็จรับเงินของโรงพยาบาลมาแสดง

จำเลยจึงต้องชดใช้ค่ารักษาพยาบาลส่วนนี้เป็นเงิน 930 บาท ให้โจทก์ที่ 1 ด้วยค่าป่วยเจ็บที่ต้องทนทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ โจทก์ที่ 1ขอมา 50,000 บาท นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ที่ 1 ได้รับบาดเจ็บสะบ้าหัวเข่าขวาแตกได้รับอันตรายสาหัส นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลถึง 15 วัน และเมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้ว ยังต้องไปรักษาตัวต่อที่บ้านอีกหลายเดือนจึงค่อยเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น แต่ก็ยังไม่ปกติจนทุกวันนี้ ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าป่วยเจ็บที่ต้องทนทุกข์ทรมานให้เพียง 900 บาท เห็นว่า กำหนดให้น้อยไป ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ให้ 10,000 บาท ค่าเสื่อมเสียบุคลิกภาพเป็นเงิน 50,000 บาท นั้น ปรากฏตามคำเบิกความของโจทก์ที่ 1 ว่าหลังเกิดเหตุโจทก์ที่ 1 ไม่สามารถใช้เข่าขวาได้ดีเหมือนเดิมนั่งพับเพียบไม่ได้

นั่งยอง ๆ ไม่ได้ ขาไม่มีกำลัง ไม่สามารถวิ่งและออกกำลังกายได้ และแพทย์ได้ออกหนังสือรับรองตามเอกสารหมายจ.17 จ.18 ว่า โจทก์ที่ 1 กระดูกสะบ้าขาข้างขวาแตกเนื่องจากอุบัติเหตุรถชนกัน ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในการเคลื่อนไหวจากสภาพร่างกายของโจทก์ที่ 1 ดังกล่าวเห็นได้ว่าโจทก์ที่ 1 ได้เสื่อมเสียบุคลิกภาพไป เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ให้ 10,000บาท ค่าจ้างรถรับจ้างไปทำงานเป็นเวลา 4 เดือน เป็นเงิน 19,200 บาทนั้น ตามหนังสือรับรองของแพทย์ตามเอกสารหมาย จ.18 แพทย์ให้ความเห็นว่า ควรพักรักษาตัว 30 วัน และได้ความจากคำเบิกความของโจทก์ที่ 1 ว่า ในช่วงระยะเวลา 4 เดือน โจทก์ที่ 1 ไม่สามารถใช้ขาขวาได้เหมือนปกติโดยงอเข่าไม่ได้ และไม่สามารถขึ้นรถโดยสารประจำทางได้เห็นว่าโจทก์ที่ 1 สะบ้าหัวเข่าข้างขวาแตก

ต้องทำการผ่าตัดหัวเข่าเป็นอวัยวะเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของข้อเข่า จึงเชื่อว่าโจทก์ที่ 1ไม่สามารถขึ้นรถโดยสารประจำทางเป็นเวลา 4 เดือนจริง แต่โจทก์หยุดพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 15 วัน และหยุดในวันหยุดทำงานแต่ละสัปดาห์อีก เมื่อหักวันหยุดดังกล่าวออกแล้ว จึงเห็นสมควรกำหนดค่าจ้างรถรับจ้างไปทำงานให้ 3 เดือน เป็นเงิน 14,400 บาท รวมค่าเสียหายของโจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 57,743 บาท โจทก์ที่ 4 ฎีกาว่านาฬิกาข้อมือยี่ห้อโอเมก้า 1 เรือน ราคา 8,000 บาท ได้ขาดหายไปนั้นปรากฏตามคำเบิกความของโจทก์ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ว่า วันเกิดเหตุก่อนเหตุเกิดโจทก์ที่ 2 ที่ 3 เห็นโจทก์ที่ 4 ใส่นาฬิกาข้อมือหลังเกิดเหตุ เมื่อโจทก์ที่ 4 ถูกนำตัวถึงโรงพยาบาลนนทเวชซึ่งอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุแล้ว

โจทก์ที่ 4 จึงรู้ตัวว่านาฬิกาข้อมือขาดหายไป ให้คนมาค้นหา ณ ที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบ และโจทก์ที่ 4 ได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ตามบันทึกประจำวันเอกสารหมาย จ.28จำเลยมิได้นำสืบพยานจึงเชื่อได้ว่า นาฬิกาข้อมือของโจทก์ที่ 4ยี่ห้อโอเมก้าได้ขาดหายไปเนื่องจากเหตุรถยนต์ของจำเลยชนรถยนต์ของโจทก์ที่ 4 จริง ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดให้เป็นเงิน 4,000 บาทเนื่องจากเป็นนาฬิกาเก่าใช้มาหลายปีแล้ว รวมค่าเสียหายของโจทก์ที่ 4 ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้ในส่วนอื่นอีก 600 บาท จึงรวมเป็น4,600 บาท ฎีกาของโจทก์ที่ 1 ที่ 4 ฟังขึ้นบางส่วน"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1เป็นเงิน 57,743 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 4,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินแต่ละจำนวนดังกล่าวนับแต่วันทำละเมิด (วันที่ 20 พฤศจิกายน 2524) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์ที่ 1 ที่ 4 โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท สำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ที่ 1 ที่ 4 ชนะคดี

Matter details

Panel of judges
ศักดา โมกขมรรคกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3945/2558

ผลของการทำละเมิดของจำเลยที่ 3 ทำให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บกระดูกขาขวาท่อนล่าง ซึ่งมี 2 ท่อนคู่กันกระดูกแต่ละท่อนได้หัก 2 แห่ง และมีแผลฉีกขาดที่ปลายขาขวา ยาว 20 เซนติเมตร แพทย์ต้องตัดเนื้อเยื่อจากส่วนอื่นขอ…

Supreme Court Judgment No. 6502/2558

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผท 6565 ชลบุรีไว้กับจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัย ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวไปตามถนนสายอ่างศิลามุ่งหน้าไปตลาดอ่างศิลาซึ่งเป็นถนนมีช่องเ…

Supreme Court Judgment No. 1351/2543

รถยนต์บรรทุกสิบล้อคันเกิดเหตุมีชื่อจำเลยที่ 3 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ประกอบการขนส่ง แม้จำเลยที่ 3 จะให้จำเลยที่ 2 เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกสิบล้อดังกล่าวไป แต่จำเลยที่ 3 ก็เป็นผู้เสียภาษีในการใช้รถยนต์ป…

Supreme Court Judgment No. 506/2534

เด็กชาย ฤ เป็นบุตรผู้ตายซึ่งเกิดจากโจทก์ที่ 1 ในขณะที่ผู้ตายและโจทก์ที่ 1 ยังไม่ได้สมรสกัน ต่อมาผู้ตายและโจทก์ที่ 1ได้สมรสกันแล้ว จึงต้องถือว่าเด็กชาย ฤ เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายตามประมวลกฎหมา…

Supreme Court Judgment No. 2416/2534

การ ขาย อสังหาริมทรัพย์ ของ ผู้เยาว์ ผู้เยาว์ เอง หรือ ผู้ใช้ อำนาจ ปกครอง จะ กระทำ มิได้ เว้นแต่ ศาล จะ อนุญาต ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574 เมื่อ ผู้แทนโดยชอบธรรม ต้องห้าม โดย กฎหมาย มิใ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up