Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2465/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

กรมตำรวจได้จัดสร้างพระพุทธโสธร รุ่นประวัติศาสตร์ กรมตำรวจ 80 ปี เพื่อจำหน่ายนำรายได้มาส่งเสริมสวัสดิการให้แก่ข้าราชการตำรวจและสมทบเป็นกองทุนเพื่อพัฒนาสถานีตำรวจทั่วประเทศ โดยมีการออกคำสั่งวางแนวปฏิบัติในการรับเงินจากการจำหน่ายและนำเงินเข้าบัญชี ซึ่งตามบันทึกข้อความเรื่องวิธีปฏิบัติและควบคุมการรับเงินบริจาคในการสร้างพระพุทธโสธร รุ่นประวัติศาสตร์ กรมตำรวจ 80 ปี ระบุให้หน่วยที่รับผิดชอบใบสั่งจองและรับเงินบริจาค จัดเจ้าหน้าที่รับเงินบริจาคและจัดทะเบียนคุมการรับเงินบริจาคและทะเบียนคุมการสั่งจองพระ ซึ่งเจ้าหน้าที่ควบคุมเป็นสารวัตรการเงินของหน่วย ฯลฯ เมื่อรับเงินบริจาคแล้วให้นำเงินฝาก ธนาคาร ท. ตามชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีที่กำหนดไว้ ดังนี้ เมื่อจำเลยดำรงตำแหน่งสารวัตรการเงินของหน่วย จึงมีหน้าที่รับเงิน แล้วนำฝากเข้าบัญชีธนาคาร ซึ่งเงินที่จำเลยรับไว้ย่อมถือได้ว่าเป็นการรับไว้แทนกรมตำรวจ สิทธิในเงินรับบริจาคย่อมตกแก่กรมตำรวจแล้วตั้งแต่เวลาที่จำเลยได้รับเงินไว้ หาใช่เงินของเจ้าพนักงานตำรวจแปดนายดังที่โจทก์ฟ้องไม่ เจ้าพนักงานตำรวจทั้งแปดนายจึงไม่ใช่ผู้เสียหายในเงินดังกล่าว ย่อมไม่มีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหายักยอกทรัพย์โจทก์จึงไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนเงินแต่ละจำนวนแก่ผู้เสียหายแต่ละรายรวมเป็นเงินจำนวน 676,600 บาท

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ให้จำคุก 1 ปี และให้จำเลยคืนเงินแต่ละจำนวนแก่ผู้เสียหายแต่ละรายจำนวน 676,600 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าขณะเกิดเหตุจำเลยรับราชการในตำแหน่งสารวัตร (ทำหน้าที่งบประมาณและการเงิน) ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี กรมตำรวจได้จัดสร้างพระพุทธโสธร รุ่นประวัติศาสตร์ กรมตำรวจ 80 ปี เพื่อจำหน่ายนำรายได้มาส่งเสริมสวัสดิการให้แก่ข้าราชการตำรวจและสมทบเป็นกองทุนเพื่อพัฒนาสถานีตำรวจทั่วประเทศตามโครงการโรงพักของเราโดยไม่ใช้เงินงบประมาณของกรมตำรวจซึ่งได้มีการออกคำสั่งวางแนวปฏิบัติในการรับเงินจากการจำหน่ายและนำเงินเข้าบัญชีโดยระบุให้เจ้าหน้าที่ควบคุมเป็นสารวัตรการเงินของหน่วยซึ่งได้กำหนดวิธีปฏิบัติ คือครั้งแรกที่พระยังสร้างไม่เสร็จ การสั่งจองและรับเงินบริจาคให้สารวัตรการเงินเป็นผู้ควบคุม และเมื่อได้รับเงินตามใบจองจะต้องนำเงินเข้าฝากที่ธนาคารทหารไทย

จำกัด (มหาชน) ในเขตพื้นที่เพื่อโอนไปยังสาขาราชประสงค์ตามบัญชีเลขที่ที่กำหนดไว้ ครั้งที่สอง หลังจากสร้างพระเสร็จแล้วให้สารวัตรการเงินควบคุมการรับเงินและนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายพระเข้าฝากที่ธนาคารเดียวกัน ต่อมาตำรวจภูธรภาค 4 ให้ตำรวจภูธรทุกแห่งในสังกัดไปรับพระพุทธโสธร ที่ตำรวจภูธรภาค 4 ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี มอบหมายให้จำเลยเดินทางไปรับพระพุทธโสธรมาจัดสรรให้สถานีตำรวจภูธรในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานีมารับไปจำหน่าย ภายหลังสถานีตำรวจภูธรในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานีส่งเงินที่ได้จากการจำหน่ายพระพุทธโสธรมายังตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี โดยจำเลยซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมเงินที่ได้รับจากพันตำรวจโทวรวุฒิหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรอำแภอกุมภวาปี

จำนวน 192,100 บาท พันตำรวจโทบุญสมหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอทุ่งฝน จำนวน 60,000 บาท พันตำรวจโทสุวัฒน์หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอนายูง จำนวน 40,000 บาท พันตำรวจโทสุสันต์หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรตำบลกลางใหญ่ อำเภอบ้านผือ จำนวน 44,500 บาท พันตำรวจโทไชยาหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอไชยวาน จำนวน 80,000 บาท พันตำรวจโทคะนองศักดิ์หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรตำบลดงเย็น อำเภอบ้านดุง จำนวน 29,800 บาท พันตำรวจโทอดุลย์หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านดุง จำนวน 109,000 บาท และพลตำรวจตรีบรรจงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี จำนวน 121,200 บาท รวมเป็นเงิน 676,600 บาท ต่อมาจำเลยอ้างว่าเงินดังกล่าวสูญหายไป พันตำรวจโทวรวุฒิ พันตำรวจโทบุญสม

พันตำรวจโทสุวัฒน์ พันตำรวจโทสุสันต์ พันตำรวจโทไชยา พันตำรวจโทคะนองศักดิ์ พันตำรวจโทอดุลย์ และพลตำรวจตรีบรรจงต่างได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดข้อหายักยอก มีปัญหาวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า พันตำรวจโทวรวุฒิ พันตำรวจโทบุญสม พันตำรวจโทสุวัฒน์ พันตำรวจโทสุสันต์ พันตำรวจโทไชยา พันตำรวจโทคะนองศักดิ์ พันตำรวจโทอดุลย์และพลตำรวจตรีบรรจงเป็นผู้เสียหายคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า ตามคำสั่งกรมตำรวจที่ 140/2538 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจัดสร้างพระพุทธโสธร รุ่นประวัติศาสตร์ กรมตำรวจ 80 ปี เนื่องจากกรมตำรวจมีแนวนโยบายในการปรับปรุงภาพลักษณ์ในการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจให้บังเกิดผลจริงจังในเรื่องเกี่ยวกับอาคารสถานที่การบริการ

การป้องกันปราบปราม การอำนวยความยุติธรรม การบริหารงาน และการปกครองบังคับบัญชา เพื่อให้ประชาชนที่ขึ้นมาใช้บริการแล้วกลับไปด้วยความพึงพอใจและประทับใจ รวมทั้งจัดให้มีการส่งเสริมสวัสดิการให้แก่ข้าราชการตำรวจ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด จึงสมควรที่จะมีการจัดหารายได้ โดยไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจต้องเสียหาย ด้วยการจัดสร้างพระพุทธโสธร รุ่นประวัติศาสตร์ กรมตำรวจ 80 ปี ออกจำหน่ายเพื่อจัดหาทุนมาดำเนินการ โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการจัดสร้างขึ้น ต่อมาได้มีบันทึกข้อความเรื่องวิธีปฏิบัติและควบคุมการรับเงินบริจาคในการสร้างพระพุทธโสธร รุ่นประวัติศาสตร์

กรมตำรวจ 80 ปี ระบุให้หน่วยที่รับผิดชอบใบสั่งจองและรับเงินบริจาค จัดเจ้าหน้าที่รับบริจาคและจัดทะเบียนคุมการรับเงินบริจาคและทะเบียนคุมการสั่งจองพระ ซึ่งเจ้าหน้าที่ควบคุมควรเป็นสารวัตรการเงินของหน่าย ฯลฯ เมื่อรับเงินบริจาคแล้ว ให้นำเงินฝากธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาราชประสงค์ ตามชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีที่กำหนดไว้ ดังนี้ เมื่อจำเลยดำรงตำแหน่งสารวัตรการเงินของหน่วย จึงมีหน้าที่รับเงิน แล้วนำฝากเข้าบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาราชประสงค์ ซึ่งเงินที่จำเลยรับไว้ย่อมถือได้ว่าเป็นการรับไว้แทนกรมตำรวจ สิทธิในเงินรับบริจาคย่อมตกแก่กรมตำรวจแล้วตั้งแต่เวลาที่จำเลยได้รับเงินไว้ หาใช่เงินของเจ้าพนักงานตำรวจทั้งแปดนายดังที่โจทก์ฟ้องไม่ เจ้าพนักงานตำรวจทั้งแปดนายดังกล่าวข้างต้น จึงไม่ใช่ผู้เสียหายในเงินดังกล่าว ย่อมไม่มีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยกฟ้องโจทก์จึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ · สิริรัตน์ จันทรา
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 618/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัท อ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บริษัทดังกล่าวจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้า และความผิดฐานจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน…

Supreme Court Judgment No. 324/2568

เมื่อผู้ตายมีส่วนประมาท มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตาย และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็น…

Supreme Court Judgment No. 3817/2568

จำเลยทั้งสองปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามในที่ดินบริเวณไหล่ทางหลวงชนบทซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือหน้าที่ดินโจทก์จากด้านทิศตะวันตกไปด้านทิศตะวันออกตามจุด A1 ถึง A2 แนวเขตที่ดินของโจทก์ตามแนว B1 ถึง B2 บ่งชี้ให้…

Supreme Court Judgment No. 3672/2568

โจทก์บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า จำเลยลักเงินสดของผู้เสียหายไปรวม 5 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 9,804,760 บาท โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจั…

Supreme Court Judgment No. 3119/2568

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ ด. บิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นผู้สืบสันดานของ ด. ผู้ตาย ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 291 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยข้อเท็จจริงฟังเป็นย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up