Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2465/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เจ้าของที่ดินและตึกพิพาท เอาที่ดินและตึกพิพาทไปขายฝากในระหว่างขายฝากได้เอาตึกพิพาทไปให้จำเลยเช่า โดยผู้ซื้อฝากมิได้รู้เห็นยินยอมอนุญาต สัญญาเช่าจึงไม่ผูกพันผู้ซื้อฝากแต่เจ้าของที่ดินและตึกพิพาทกับผู้เช่ายังคงถูกผูกพันอยู่ตามสัญญาเช่า เพราะสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าเป็นบุคคลสิทธิ เมื่อเจ้าของที่ดินขายฝากแล้วไม่ไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากหลุดเป็นสิทธิแก่ผู้ซื้อฝาก ผู้ซื้อฝากได้ขายให้แก่ผู้ซื้อ ในที่สุดเจ้าของที่ดินและตึกพิพาทได้ซื้อที่ดินและตึกพิพาทคืนมาเป็นกรรมสิทธิ์อีกครั้งหนึ่งจึงต้องถือว่า ตึกพิพาทมีสัญญาเช่าที่จดทะเบียนโดยชอบระหว่างเจ้าของที่ดินและตึกพิพาทกับจำเลยผู้เช่า เมื่อเจ้าของนำที่ดินและตึกพิพาทไปขายฝากใหม่ ผู้ซื้อฝากคนใหม่จึงต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่า ซึ่งเจ้าของที่ดินมีอยู่ต่อจำเลยแม้ภายหลังผู้ซื้อฝากจะได้ทรัพย์สินหลุดเป็นสิทธิแล้วขายต่อให้แก่โจทก์ สัญญาเช่าดังกล่าวก็ยังคงตกติดมายังโจทก์อีกมิได้ระงับไปแต่อย่างใด โจทก์ผู้รับโอนถูกผูกพันตามสัญญาเช่านั้นจึงยังไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกไปจากตึกพิพาทหรือเรียกค่าเสียหาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวพิพาทห้องเลขที่ ๓๗/๑๕ ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ และเรียกค่าเสียหายเดือนละ๕๐๐ บาท โดยอ้างว่าจำเลยเช่าตึกพิพาทจากบุคคลอื่น ซึ่งไม่มีอำนาจจะนำตึกพิพาทไปให้เช่าได้

จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินและตึกแถวเลขที่ ๓๗/๑๕ เป็นกรรมสิทธิ์ของนายสัมพันธ์จำเลยได้เช่าตึกแถวพิพาทมีกำหนด ๑๒ ปี โดยจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และเสียค่าเช่าเดือนละ๖๐ บาท ต่อมานายสัมพันธ์ได้ขายฝากที่ดินและตึกแถวพิพาทให้แก่นางสนอง กำหนดไถ่คืนภายใน ๑ ปี แต่ครบกำหนดก็ไม่ไถ่ ที่ดินและตึกแถวจึงหลุดเป็นกรรมสิทธิ์แก่นางสนอง ต่อมานางสนองได้ขายที่ดินรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องให้แก่โจทก์ โจทก์ต้องรับสิทธิการเช่าของจำเลยไปด้วย โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกการเช่าและขับไล่จำเลยในขณะสัญญาเช่ายังไม่หมดอายุโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่บอกกล่าวจำเลยก่อนและเรียกค่าเสียหายเกินสมควร ตึกแถวพิพาทให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ๖๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยเช่าตึกแถวพิพาทจากนายสัมพันธ์เจ้าของเดิมมีสิทธิอยู่ในตึกแถวที่เช่า ไม่ใช่อาศัยโจทก์ดังฟ้องไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นต่อไป พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นายสัมพันธ์เจ้าของเดิมไม่มีสิทธินำตึกแถวพิพาทไปให้จำเลยเช่าในระหว่างที่ขายฝาก การเช่าเป็นโมฆะ จำเลยไม่มีสิทธิจะอยู่ในห้องพิพาท ค่าเสียหายสมควรกำหนดให้เดือนละ ๒๐๐ บาท พิพากษากลับให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายตามที่ศาลกำหนดจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากตึกแถวพิพาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายสัมพันธ์มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับผู้อื่น นายสัมพันธ์ได้นำที่ดินส่วนของตนพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างไปขายฝากไว้กับนายกำพล มีกำหนดเวลาไถ่ ๑ ปีในระหว่างที่ขายฝากไว้นายสัมพันธ์ได้ทำสัญญาให้จำเลยเช่าตึกแถวเลขที่ ๓๗/๑๕ มีกำหนด ๑๒ ปีค่าเช่าเดือนละ ๖๐ บาท โดยจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อขายฝากแล้วนายสัมพันธ์ไม่ไถ่ นายกำพลได้ขายที่ดินส่วนที่รับซื้อฝากให้แก่นางอัมพร ต่อมานายสัมพันธ์ได้ซื้อที่ดินดังกล่าวจากนางอัมพรคืนมาเป็นกรรมสิทธิ์อีก และได้นำไปขายฝากไว้กับนางสนองมีกำหนด๑ ปีแล้วไม่ไถ่คืน นางสนองจึงขายที่ดินพร้อมตึกพิพาทให้แก่โจทก์โจทก์ได้ให้ทนายมีหนังสือแจ้งให้จำเลยออกไปจากตึกพิพาท จำเลยไม่ยอมรับหนังสือและไม่ยอมออก

ศาลฎีกาเห็นว่า การเช่าตึกพิพาทระหว่างจำเลยกับนายสัมพันธ์ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงผูกพันนายสัมพันธ์และจำเลยซึ่งเป็นคู่กรณีเพราะสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าเป็นบุคคลสิทธิ แต่เนื่องจากนายสัมพันธ์ได้เอาตึกพิพาทไปให้เช่าโดยนายกำพลผู้ซื้อฝากมิได้รู้เห็นยินยอมอนุญาต สัญญาเช่าจึงไม่อาจใช้ยันนายกำพลซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เมื่อนายสัมพันธ์ขายฝากที่ดินและตึกพิพาทแล้วไม่ไถ่คืน ทรัพย์ที่ขายฝากหลุดเป็นสิทธิแก่นายกำพลผู้ซื้อฝากนายกำพลได้ขายต่อให้แก่นางอัมพร แต่นายสัมพันธ์ได้ซื้อที่ดินและตึกพิพาทคืนมาเป็นกรรมสิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง ต้องถือว่าก่อนที่นายสัมพันธ์จะได้เอาที่ดินและตึกพิพาทไปขายฝากแก่นางสนองครั้งหลังนี้

ตึกพิพาทมีสัญญาเช่าที่จดทะเบียนโดยชอบระหว่างนายสัมพันธ์และจำเลยผูกพันจะต้องปฏิบัติต่อกันอยู่ เมื่อนางสนองผู้ซื้อฝากรับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นมาจากนายสัมพันธ์ผู้ขายฝาก นางสนองต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซึ่งนายสัมพันธ์มีอยู่ต่อจำเลยด้วย เมื่อนางสนองได้ทรัพย์สินหลุดเป็นสิทธิแล้วขายต่อให้แก่โจทก์ สัญญาเช่าดังกล่าวจึงตกติดมายังโจทก์อีก มิได้ระงับไปแต่อย่างใด โจทก์ผู้รับโอนจึงถูกผูกพันตามสัญญาเช่านั้น ยังไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกไปจากตึกพิพาทหรือเรียกค่าเสียหาย คดีไม่จำต้องวินิจฉัยค่าเสียหายว่ามากน้อยเท่าใด

Result

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย

Matter details

Panel of judges
เฉลิม กรพุกกะณะ · ประสาท สุคนธมาน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
Lower court
ศาลแพ่ง - นายจำรูญ แย้มงามเหลือ
ศาลอุทธรณ์ - นายกุดั่น กลัมพากร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up