Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2441/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การกำหนดค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 มาตรา 14กำหนดตามความเป็นธรรมในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเวนคืนต้องถือตามประกาศราคาปานกลางของที่ดินเพื่อเก็บภาษีบำรุงท้องที่กับสภาพและทำเลของทรัพย์สินมาประกอบกัน การที่อนุญาโตตุลาการนำราคาซื้อขายที่ดินใกล้เคียงแต่อยู่คนละหน่วยและเป็นการซื้อขายเพียงรายเดียว หลังวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเวนคืน กับนำราคาตามหนังสือของโจทก์เป็นหลักในการพิจารณาเป็นการขัดต่อกฎหมายศาลไม่บังคับตามคำชี้ขาดนั้น จำเลยฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่บังคับให้จำเลยชำระเงินตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ต้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละหนึ่งของทุนทรัพย์.

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 221 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 Section 14

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้าของที่ดินต้องถูกเวนคืนเพื่อประโยชน์ในการชลประทาน ในการกำหนดค่าทดแทนโจทก์จำเลยได้แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการของแต่ละฝ่ายขึ้นพิจารณา แต่อนุญาโตตุลาการมีความเห็นไม่ตรงกัน โจทก์จึงร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้มีคำสั่งตั้งประธานอนุญาโตตุลาการขึ้นชี้ขาด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายอุกฤษมงคลนาวิน เป็นประธานอนุญาโตตุลาการ นายอุกฤษ มงคลนาวิน ชี้ขาดกำหนดค่าทดแทนที่ดินไร่ละ 68,000 บาท ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่จำนวน 11 ไร่ 2 งาน 29 ตารางวา เป็นเงิน 786,930 บาท แต่จำเลยไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2519 จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า การที่อนุญาโตตุลาการทั้งสองฝ่ายเห็นฟ้องกันให้ฝ่ายโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งประธาน เป็นการนอกเหนืออำนาจของอนุญาโตตุลาการ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการและนายอุกฤษมงคลนาวิน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่ได้ทำการไต่สวนและไม่ได้ฟังพยานหลักฐาน นายอุกฤษ ไม่ได้ทำความเห็นร่วมกับอนุญาโตตุลาการทั้งสองฝ่าย

เมื่อนายอุกฤษ ทำคำชี้ขาดยื่นต่อศาลชั้นต้น ในที่สุดศาลฎีกาพิพากษาให้ยกคำร้อง อนุญาโตตุลาการทั้งสองฝ่ายกำหนดราคาค่าทดแทนตามใจชอบขัดต่อกฎหมาย นายอุกฤษ ทำการโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืน11 ไร่ 2 งาน 29 ตารางวา ราคาไร่ละ 68,000 บาท เป็นเงิน786,930 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2523 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกำหนดราคาที่ดินที่ถูกเวนคืนตามความเป็นธรรมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2497 ต้องถือตามประกาศราคาปานกลางของที่ดินเพื่อประโยชน์แห่งการเสียภาษีบำรุงท้องที่ กับสภาพและทำเลของที่ดินประกอบด้วยสำหรับราคาที่ดินที่ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ตั้งอยู่

ไม่มีราคาปานกลางของที่ดินเพื่อประโยชน์แห่งการเสียภาษีบำรุงท้องที่ มีแต่ประกาศราคาที่ดินตามราคาประเมินเพื่อเป็นทุนทรัพย์สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ซึ่งพอเทียบเคียงได้ว่าเป็นราคาปานกลางของที่ดินเพื่อประโยชน์แห่งการเสียภาษีบำรุงท้องที่ได้ และที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ที่ถูกเวนคืนอยู่ในหน่วยที่ 2 ซึ่งมีราคาปานกลางไร่ละ 2,000 บาท ในวันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับก็ต้องถือเอาราคาดังกล่าวเป็นราคาปานกลางของที่ดินโจทก์ทั้งสี่ จะถือเอาราคาปานกลางของที่ดินในหน่วยอื่นมาประกอบการพิจารณาเป็นราคาปานกลางไม่ได้ การที่อนุญาโตตุลาการฝ่ายโจทก์ทั้งสี่กำหนดราคาปานกลางของที่ดินโจทก์ทั่ง สี่ไร่ละ68,000 บาท โดยอาศัยราคาที่ดินตำบลบ้านเลือก ซึ่งเอกชนขายให้แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยอันเป็นราคาที่ดินคนละหน่วย และอนุญาโตตุลาการฝ่ายจำเลยกำหนดราคาปานกลางของที่ดินโจทก์ทั้งสี่ไร่ละ 10,000 บาท โดยถือเอาหนังสือที่ฝ่ายโจทก์ทั้งสี่มีไปถึงจำเลยเป็นหลัก จึงไม่ถูกต้องส่วนสภาพและทำเลที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ถูกเวนคืน

ปรากฏว่าอยู่ ห่างจากถนนเพชรเกษม สายเก่า 50 เมตร ห่างจากสุขาภิบาลโพธาราม ประมาณ 50 เมตร และมีถนนสายเขาช่องพรานตัดผ่านที่ดินของโจทก์ด้วยก็ตาม แต่สภาพที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ใช้ทำนา แม้จะฟังว่าที่ดินที่เอกชนขายให้องค์การโทรศัทพ์ แห่งประเทศไทย ในราคาไร่ละ68,000 บาท จะอยู่ ใกล้ที่ดินของโจทก์ ก็ได้ความจากโจทก์ทั่ง สี่ว่ามีการซื้อขายกันเพียงรายเดียวเท่านั้น และราคาดังกล่าวได้มีการซื้อขายกันเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2513 หลังจากพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินบริเวณที่ที่จะต้องเวนคืนประกาศใช้บังคับ จึงไม่อาจนำมาพิจารณาประกอบ ทั้งอนุญาโตตุลาการทั้งสองฝ่ายไม่ได้กำหนดราคาปานกลางของที่ดินโจทก์ทั้งสี่ตามสภาพและทำเลควรจะเพิ่มขึ้นอีกไร่ละเท่าใด การกำหนดค่าทดแทนราคาที่ดินของอนุญาโตตุลาการทั้งสองฝ่ายจึงไม่เป็นไปตามนัยแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 มาตรา 14 ดังนั้นการที่นายอุกฤษ ชี้ขาดราคาที่ดินตามที่อนุญาโตตุลาการฝ่ายโจทก์ทั้งสี่กำหนดจึงขัดต่อกฎหมายอนึ่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาขอให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่บังคับจำเลยให้ชำระเงินแก่โจทก์ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาในอัตราร้อยละหนึ่งของทุนทรัพย์ที่ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ตาราง 1(1) ที่จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละสองบาทห้าสิบสตางค์ จึงเสียเกินมาพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสี่ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกินให้จำเลย.

Matter details

Panel of judges
บุญส่ง วรรณกลาง · ตัน เวทไว · อุไร คังคะเกตุ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5052/2562

คำวินิจฉัยของ คชก. จังหวัดถือว่าเป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ และการพิจารณาพิพากษาตามคำวินิจฉัยของ คชก. จังหวัดให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ ศาลจึงมีอำนาจทำคำสั่งปฏิเสธการขอบังคับตามคำชี้ขาด…

Supreme Court Judgment No. 3250/2545

โจทก์ทั้งเจ็ดในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 1 และโจทก์ที่ 1 ในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 2 มีสิทธิเพียงควบคุมการดำเนินงานของบริษัทจำเลยทั้งสองเพียงบางประการ ไม่อาจก้าวล่วงเข้าไปจัดการงานของบริ…

Supreme Court Judgment No. 4148/2541

โจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของที่นาพิพาท มีจำเลยเป็นผู้เช่าทำนา ที่นาพิพาทอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 และโจทก์ที่ 2 ขายที่นาพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 1 ในราคา 250,000 บาท อันเป…

Supreme Court Judgment No. 5513/2540

คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามฟ้องเป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศที่อยู่ในบังคับแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือและการใช้บังคับคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ฉบับนครนิวยอร์ค ลงวันที่ 10 มิถุ…

Supreme Court Judgment No. 1339/2538

เจ้าของที่ดินผู้ให้เช่านาจะขายนาไปต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ.2524มาตรา53และมาตรา54กำหนดไว้หากมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นจะทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความยกเว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up