Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2409/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

บัตรประจำตัวประชาชนเป็นเอกสารที่เจ้าพนักงานสำนักงานทะเบียนบัตรประชาชนกระทรวงมหาดไทยได้ทำขึ้น บัตรประจำตัวประชาชนจึงเป็นเอกสารราชการตามบทนิยามของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(8)จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 กับพวกร่วมกันนำบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเจ้าพนักงานได้ทำขึ้นสำหรับเป็นบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยที่ 1 ตามกฎหมาย มาทำปลอมให้หลงเชื่อว่าเป็นบัตรประจำตัวประชาชนของ ป. ที่แท้จริงแล้วสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนที่ปลอมแล้วเอาไปใช้อ้างต่อโจทก์ร่วม จึงถือได้ว่าสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนปลอมนั้นเป็นเอกสารราชการปลอมนั่นเอง จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 กับพวกจึงมีความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับเอกสารและฉ้อโกงขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91,264, 265, 266, 268, 341, 342 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ให้ริบของกลางและให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน 106,000 บาท แก่ธนาคารกสิกรไทยผู้เสียหายจำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธธนาคารกสิกรไทย ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 266, 268, 341 และ 342 ให้ลงโทษฐานปลอมบัตรประจำตัวประชาชน ตามมาตรา 265 ประกอบด้วยมาตรา 268จำคุก 3 ปี ฐานปลอมตั๋วเงินตามมาตรา 266 ประกอบด้วยมาตรา 268จำคุก 5 ปี

ฐานฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นตามมาตรา 342(1) จำคุก 2ปี รวม 3 กระทง จำคุกคนละ 10 ปี ริบของกลาง และให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน 106,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ธนาคารกสิกรไทย ผู้เสียหายจำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 5 ขอถอนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์อนุญาต และจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 5ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะความผิดฐานปลอมสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนและใช้สำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนปลอม จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก และมาตรา 268 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 264 วรรคแรก แต่กระทงเดียว จำคุกคนละ 2 ปี

ส่วนจำเลยที่ 4 ให้ยก รวมโทษทุกกระทงแล้วจำเลยที่ 1ที่ 2 และที่ 5 คงจำคุกคนละ 4 ปี จำเลยที่ 4 จำคุก 7 ปี คำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 4 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 4 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 แล้ว คงลงโทษจำเลยที่ 4 จำคุก 4 ปี 8 เดือน ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน 106,000บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ธนาคารกสิกรไทย ผู้เสียหาย คดีสำหรับจำเลยที่ 3 ให้ยกฟ้องโจทก์ทุกข้อหา นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 4 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยที่ 4 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

สำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ร่วมกับพวกทำปลอมขึ้นนั้นเป็นเอกสารราชการหรือไม่ ข้อนี้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(8) ได้บัญญัติไว้ว่า "เอกสารราชการ" หมายความว่า เอกสารซึ่งเจ้าพนักงานได้ทำขึ้นหรือรับรองในหน้าที่ และให้หมายความรวมถึงสำเนาเอกสารนั้น ๆ เจ้าพนักงานได้รับรองในหน้าที่ด้วย เห็นว่าบัตรประจำตัวประชาชนเป็นเอกสารซึ่งเจ้าพนักงานสำนักทะเบียนบัตรประชาชนกระทรวงมหาดไทยได้ทำขึ้น บัตรประจำตัวประชาชนจึงเป็นเอกสารราชการตามบทนิยามของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(8) ดังกล่าวแล้วเมื่อข้อเท็จจริงตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาได้ความเป็นที่ยุติว่าจำเลยดังกล่าวกับพวกร่วมกันทำบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยที่ 1ซึ่งเจ้าพนักงานได้ทำขึ้นสำหรับเป็นบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยที่ 1 ตามกฎหมาย

มาทำปลอมเพื่อให้หลงเชื่อว่าเป็นบัตรประจำตัวประชาชนของนายประสานหรือสานที่แท้จริงแล้วถ่ายสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนที่ปลอมแล้วเอาไปใช้อ้างต่อโจทก์ร่วมจึงถือได้ว่าสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนปลอมนั้นจึงเป็นเอกสารราชการปลอมนั่นเอง จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 จึงมีความผิดฐานร่วมกับพวกปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า มิใช่เป็นเอกสารราชการนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 นั้น ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
อุดม มั่งมีดี · พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7946/2568

การที่จำเลยลักบัตรเครดิตของผู้เสียหายแล้ว จำเลยนำบัตรเครดิตดังกล่าวไปชำระค่าบริการและค่าสินค้าแทนการชำระด้วยเงินสด 7 ครั้ง ซึ่งจำนวนเงินที่จำเลยใช้บัตรเครดิตชำระค่าบริการและค่าสินค้าแต่ละครั้งเป็นคนละ…

Supreme Court Judgment No. 1695/2566

จำเลยนำแบบพิมพ์แจ้งการจ้างคนต่างด้าว ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ของทางราชการมากรอกข้อความขึ้นเองและลงลายมือชื่อปลอมของผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 4 เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่เอกชนทำขึ้นเพื่อยื่นต่อทางราชการ เจ้าพนัก…

Supreme Court Judgment No. 5089/2565

ใบถอนเงินฝากมีเพียงลายมือชื่อปลอมของผู้เสียหาย ยังไม่ได้กรอกจำนวนเงินที่ขอถอน ส่วนใบมอบฉันทะด้านหลังก็มีเพียงลายมือชื่อปลอมของผู้เสียหาย ยังมิได้กรอกข้อความว่ามอบฉันทะให้ผู้ใดเป็นผู้รับเงินที่ขอถอน จึ…

Supreme Court Judgment No. 1563/2554

ต้นขั้วใบเสร็จรับเงินค่าน้ำประปาเป็นเอกสารที่จำเลยทำขึ้นเพื่อแสดงตัวเลขปริมาตรน้ำประปาที่ใช้และจำนวนเงินค่าน้ำประปาที่ผู้ใช้น้ำประปาจะต้องชำระเพื่อใช้อ้างแสดงประกอบการนำส่งค่าน้ำประปาให้แก่สมุห์บัญชีข…

Supreme Court Judgment No. 13740/2553

เอกสารที่จำเลยที่ 2 ทำปลอมขึ้นและนำไปใช้เป็นหนังสือรับรองผลงานขององค์การบริหารส่วนตำบล ห. ซึ่งตาม พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา 60 วรรคหนึ่ง กำหนดให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลควม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up