คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารรื้อห้องแถวออกจากที่ดินของโจทก์และให้ใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การต่อสู้คดีแต่ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว และพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อห้องแถวออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ว่า จำเลยไม่ได้จงใจขาดนัดพิจารณา จำเลยได้ยื่นคำให้การไว้โดยละเอียดและมีเหตุผลอาจชนะคดีได้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่จำเลยฎีกาว่า คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยได้กล่าวว่าจำเลยได้ยื่นคำให้การอย่างละเอียดและมีเหตุผลซึ่งศาลก็ได้ชี้ประเด็นต่าง ๆ อยู่มาก ซึ่งอาจเป็นเหตุให้จำเลยชนะคดีได้นั้น เท่ากับว่าจำเลยได้อ้างอิงคำให้การจำเลยเป็นส่วนหนึ่งของคำขอให้พิจารณาใหม่ จำเลยจึงไม่จำต้องกล่าวรายละเอียดถึงเหตุผลอันเป็นข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลเพื่อแสดงว่าตนอาจชนะคดีได้นั้นเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 208 วรรคสอง บัญญัติว่า "คำขอเช่นว่ามานี้ให้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความได้ขาดนัด และข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล ฯลฯ" คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยมิได้กล่าวว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องและมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดว่าไม่ถูกต้องอย่างไร หากมีการพิจารณาใหม่แล้วจำเลยอาจจะชนะคดีได้อย่างไรบ้าง จะถือเอาคำให้การของจำเลยเป็นส่วนหนึ่งของคำขอให้พิจารณาคดีใหม่หาได้ไม่ คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"
Result
พิพากษายืน