คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาของจ่าสิบตำรวจลออ จ่าสิบตำรวจลออจดทะเบียนรับเด็กชายวิทยาบุตรของนายกิมเอ็งนางจิราเป็นบุตรบุญธรรมโดยไม่ได้รับความยินยอมของโจทก์ ต่อมาจ่าสิบตำรวจลออถึงแก่กรรมโจทก์แจ้งให้จำเลยไปจดทะเบียนถอนการเป็นบุตรบุญธรรม จำเลยเพิกเฉยขอให้ศาลสั่งว่าการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมระหว่างจ่าสิบตำรวจลออกับเด็กชายวิทยา เป็นโมฆะ
จำเลยให้การว่า นายกิมเอ็งมิได้เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองของจำเลยแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนายกิมเอ็งในฐานะบิดาผู้ใช้อำนาจปกครองของจำเลยคดีนี้ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมของจ่าสิบตำรวจลออ ชอบแล้ว เพราะนางละออภรรยาที่มิได้จดทะเบียนสมรสของจ่าสิบตำรวจลออให้ความยินยอมแล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมระหว่างจ่าสิบตำรวจลออกับจำเลยไม่สมบูรณ์ ไม่มีผลตามกฎหมาย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คู่สมรสของผู้จะรับบุตรบุญธรรมที่จะต้องให้ความยินยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘๔ หมายถึงสามีหรือภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย นางละออผู้ให้ความยินยอมในการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมรายนี้ไม่ใช่ภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายของจ่าสิบตำรวจลออ การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมระหว่างจ่าสิบตำรวจลออกับจำเลยจึงไม่สมบูรณ์ ไม่มีผลตามกฎหมาย คดีนี้ โจทก์ฟ้องเด็กชายวิทยาเป็นจำเลย หาใช่ฟ้องนายกิมเอ็งเป็นจำเลยไม่ ที่โจทก์ใส่ไว้ในช่องคู่ความว่า เด็กชายวิทยา โดยนายกิมเอ็งบิดาผู้ใช้อำนาจปกครอง จำเลยนั้นหมายความว่านายกิมเอ็งเป็นผู้ดำเนินคดีแทนจำเลยซึ่งเป็นผู้เยาว์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๖ เท่านั้นเอง
เมื่อการจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมไม่สมบูรณ์ ไม่มีผลตามกฎหมายแล้ว นายกิมเอ็งบิดาโดยกำเนิดของจำเลยจึงยังเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองจำเลยอยู่ จึงอยู่ในฐานะที่จะดำเนินคดีแทนจำเลยได้ การที่จำเลยอ้างสิทธิเป็นบุตรบุญธรรมของจ่าสิบตำรวจลออ สามีโจทก์และจำเลยไปขอรับบำเหน็จตกทอดของจ่าสิบตำรวจลออด้วย ย่อมเป็นที่เห็นได้ชัดว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้วโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่าการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมไม่สมบูรณ์ เพราะฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘๔จึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา ๑๕๙๐ ที่จะต้องฟ้องภายในกำหนด ๑ ปีเพราะมิใช่ฟ้องขอให้เลิกการรับบุตรบุญธรรม แต่ก็มิได้มีกฎหมายบัญญัติกำหนดอายุความในเรื่องนี้ไว้จึงมีกำหนดอายุความ ๑๐ ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
Result
พิพากษายืน