คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า ตึกสองหลังโจทก์กับจีนพวกแซ่ลิ้มเข้าหุ้นส่วนกันซื้อไว้เพื่อใช้เป็นสถานที่กลางสำหรับไหว้พระและทำประโยชน์ของพวกแซ่ลิ้ม ต่อมาจำเลยทั้งสามเอาตึกนี้เป็นของจำเลยเสีย จึงขอให้ศาลแสดงว่าตึกเป็นสมบัติของพวกแซ่ลิ้ม ห้ามอย่าให้จำเลยเกี่ยวข้อง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตึกรายนี้จีนพวกแซ่ลิ้มมีใครบ้างที่ออกเงินซื้อ ทางพิจารณาไม่ได้ความพิพากษายกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์อ้างว่า โจทก์กับจีนพวกแซ่ลิ้มเข้าหุ้นส่วนกันซื้อตึกรายนี้ไว้ แต่การนำสืบไม่ได้ความว่าโจทก์เป็นหุ้นส่วนกัน หรือหากจะเป็นหุ้นส่วนจริง ก็ไม่ได้ความว่า โจทก์เป็นเจ้าของตึกรายนี้ แม้เพียงเป็นผู้ครอบครองตึกก็ไม่ได้ความ ดังนี้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจะให้แสดงว่าตึกรายนี้เป็นของจีนพวกแซ่ลิ้ม หรือจะให้ห้ามจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้องกับตึกรายนี้หาได้ไม่
Result
จึงพิพากษายืน