คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยหลอกลวงเจ้าทุกข์ว่าจะขายเข้าให้แล้วรับเงินมัดจำ ๓๐๐ บาทไป ในเดือนเมษายน ๒๔๘๐ เจ้าทุกข์ทราบว่าตนถูกหลอกลวงโดยทุจจริตจึงร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานว่ากล่าวฟ้องร้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๓๐๔
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีนี้เป็นความผิดต่อส่วนตัว ตามฟ้องของโจทก์ปรากฎว่าจำเลยรู้เรื่องความผิดและตัวผู้ทำผิด แต่เดือนเมษายน แต่ตามคำเบิกความของเจ้าทุกข์ว่ารออยู่ถึงเดือนสิงหาคม จึงได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงาน เป็นอันเกิน ๓ เดือนแล้ว คดีของโจทก์ขาดอายุความจึงให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่าฟ้องของโจทก์พรรณาว่าเจ้าทุกข์รู้การกระทำผิดและตัวผู้ทำผิดแต่เดือนเมษายน ครั้นถึงชั้นฎีกาโจทก์จะขอให้ศาลถือเอาคำเบิกความเจ้าทุกข์ว่าทราบเรื่องความผิดเมื่อเดือนสิงหาคมนั้นไม่ได้โจทก์มิได้หาทางแก้ฟ้องในศาลชั้นต้น กลับมาขอชั้นฎีกาให้ถือเอาคำเบิกความของเจ้าทุกข์ย่อมไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาเมื่อข้อเท็จจริงในฟ้องว่าเจ้าทุกข์ทราบเรื่องความผิดในเดือนเมษายน แต่ชั้นพิจารณาปรากฎว่าเจ้าทุกข์ได้ร้องทุกข์ในเดือนสิงหาคมดังนี้ คดีจึงเป็นอันขาดอายุความ
Result
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์