Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2335/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สัญญาจำนำที่ดินที่ได้ทำกันก่อนประกาศใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ต้องบังคับตามกฎหมายที่มีอยู่ก่อน ได้แก่พระราชบัญญัติการขายฝากและจำนำที่ดิน ร.ศ.115 และโดยเฉพาะประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ.118 ซึ่งให้ดูกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติต่อกันว่าเป็นจำนำหรือขายฝาก แม้ในสัญญาจะมีข้อความเป็นอย่างอื่นก็ต้องถือตามกิริยาที่ประพฤติต่อกันตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1044/2492บิดาโจทก์ได้ตกลงกับผู้รับจำนำมอบที่พิพาทให้ไว้เอาค่าเช่าหักชำระดอกเบี้ยและค่าภาษีแล้ว บิดาโจทก์ได้อพยพไปอยู่ที่อื่นและเคยมาคิดเงินกับผู้รับจำนำเป็นบางปี บิดาโจทก์ตายไปประมาณ 30 ปีแล้ว ก่อนตายไม่เคยพูดขอไถ่จำนำเลย แสดงว่าบิดาโจทก์ได้มอบที่พิพาทให้ผู้รับจำนำทำกินต่างดอกเบี้ยมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปีแล้ว การปฏิบัติของคู่สัญญาเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการขายฝากซึ่งประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ.118 ข้อ 6 มีข้อความว่า ในการขายฝากที่ดิน ถ้ามีข้อสัญญาจะให้ไถ่ได้เกินกว่า 10 ปีไป อย่าให้วินิจฉัยว่าไถ่ได้เมื่อพ้น10 ปีไปเลย เมื่อบิดาโจทก์ได้จำนำที่พิพาทไว้ตั้งแต่ปี 2460 และได้มอบที่พิพาทให้ผู้รับจำนำทำกินต่างดอกเบี้ยตั้งแต่ปี 2473 เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีไปมากแล้ว ที่พิพาทจึงหลุดเป็นสิทธิแก่ผู้รับซื้อฝาก โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิไถ่ถอน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทุกคนเป็นบุตรนายมานหรือหะยีมาน และนางเอี่ยม ซึ่งถึงแก่กรรมไปนานแล้ว เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 5450 นายมานเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2460 นายมานได้จำนำนายปุ๋ยไว้เป็นเงิน 240 บาท นายปุ๋ยตาย นางเน้ย ทายาทได้จดทะเบียนแปลงหนี้จากจำนำมาเป็นจำนอง และได้รับโอนมรดกเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2473 ต่อมาได้มีการโอนหนี้จำนองไปยังบุคคลอื่นอีกหลายคนจนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2509 จำเลยรับโอนมาเป็นผู้รับจำนองเป็นคนสุดท้าย เมื่อครั้งนายมาน ยังมีชีวิตอยู่ได้เคยพูดขอไถ่หนี้จำนำจากผู้รับจำนำ แต่ผู้รับจำนำได้ผัดผ่อนตลอดมา ส่วนโจทก์ได้ขอไถ่หนี้จำนองจากผู้รับจำนอง ผู้รับจำนองรวมทั้งจำเลยต่างผัดผ่อนเรื่อยมาจึงขอให้บังคับจำเลยรับเงิน 240 บาทจากโจทก์เป็นค่าไถ่ถอนหนี้จำนองถ้าไม่ปฏิบัติตามขอให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การต่อสู้หลายประการและต่อสู้ว่านายมานหมดสิทธิไถ่คืนแล้ว เพราะได้จำนำก่อนใช้ ป.พ.พ. บรรพ 3 ต้องปรับตามกฎหมายเก่าตามพฤติการณ์ถือว่าเป็นการขายฝาก ข้อสัญญาจะมีกำหนดให้ไถ่คืนหรือไม่ก็ตามเมื่อเกิน 10 ปีแล้วไถ่คืนไม่ได้ นางเน้ยรับมรดกนายปุ๋ยเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2473 แสดงว่านายมานได้ปล่อยให้นายปุ๋ยครอบครองมาถึง 13 ปี ที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายปุ๋ยแล้ว นางเน้ยจึงได้กรรมสิทธิ์ คดีของโจทก์ขาดอายุความ จำเลยได้ซื้อที่ดินแปลงนี้ต่อมาและได้ครอบครองโดยสุจริตเปิดเผย และเสียค่าตอบแทนเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้วจึงได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นฟังว่าบิดาโจทก์ได้จำนำที่ดินไว้กับนายปุ๋ยก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และได้มอบให้ผู้รับจำนำทำกินต่างดอกเบี้ย ต้องบังคับตามประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ. 115 ซึ่งตามพฤติการณ์ถือเป็นการขายฝาก เมื่อเกิน 10 ปีแล้วไม่มีสิทธิไถ่คืน พิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสัญญาจำนำที่พิพาทนี้ได้ทำกันเมื่อปี 2460อันเป็นเวลาก่อนประกาศใช้ ป.พ.พ. บรรพ 3 กรณีจึงต้องบังคับตามกฎหมายที่มีอยู่ก่อน ได้แก่ พ.ร.บ.การขายฝากและจำนำที่ดิน ร.ศ. 115 และโดยเฉพาะประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ. 115 ซึ่งให้ดูกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติต่อกันว่าเป็นจำนำหรือขายฝาก แม้ในสัญญาจะมีข้อความเป็นอย่างอื่นก็ต้องถือตามกิริยาที่ประพฤติต่อกันตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 1044/2492 กรณีได้ความว่า บิดาโจทก์ได้ตกลงกับผู้รับจำนำมอบที่พิพาทให้ไว้เอาค่าเช่าหักชำระดอกเบี้ย และค่าภาษี บิดาโจทก์เคยคิดเงินกับผู้รับจำนำเป็นบางปี บิดาโจทก์ตายไปประมาณ 30 ปีแล้ว ก่อนตายไม่เคยพูดขอไถ่จำนำเลยแสดงว่าบิดาโจทก์ได้มอบที่พิพาทให้ผู้รับจำนำทำกินต่างดอกเบี้ยมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปีแล้ว

การปฏิบัติของคู่สัญญาเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการขายฝาก ซึ่งประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดินร.ศ.118 ข้อ 6 มีข้อความว่า ในการขายฝากที่ดิน ถ้ามีข้อสัญญาจะให้ไถ่ได้เกินกว่า 10 ปีไป อย่าให้วินิจฉัยว่าไถ่ได้เมื่อพ้น 10 ปีไปเลย เมื่อบิดาโจทก์ได้จำนำที่พิพาทไว้ตั้งแต่ปี 2460 และได้มอบที่พิพาทให้ผู้รับจำนำทำกินต่างดอกเบี้ยตั้งแต่ปี 2473 เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีไปมากแล้ว ที่พิพาทจึงหลุดเป็นสิทธิแก่ผู้รับซื้อฝากโจทก์จึงไม่มีสิทธิไถ่ถอน

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สรรเสริญ ไกรจิตติ · สนับ คัมภีรยส · รื่น วิไลชนม์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2239/2517

การที่โจทก์จำเลยจดทะเบียนสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทถ้าโจทก์จำเลยไม่มีเจตนาจะผูกพันกันตามสัญญาขายฝากสัญญานั้นก็เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 118 วรรคแรก ก่อนทำสัญญาขายฝากก็ดี ขณะทำสัญญาขายฝากก…

Supreme Court Judgment No. 1251/2510

จำเลยจำนองที่ดินไว้กับโจทก์ แล้วนำไปขายฝากกับผู้ร้องและไม่ไถ่กรรมสิทธิ์จึงตกเป็นของผู้ร้องโดยมีภารจำนองติดไปด้วย โจทก์จึงมีสิทธิบอกกล่าวแก่ผู้ร้องว่ามีความจำนงจะบังคับจำนองแก่ผู้ร้อง ซึ่งเป็นผู้รับโอน…

Supreme Court Judgment No. 1552/2506

โจทก์กู้เงินจำเลยแต่จำเลยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา จึงเลี่ยงทำเป็นสัญญาขายฝากที่ดินโดยจำเลยผู้ซื้อฝากจะไม่เอาที่ดินหลุดเป็นสิทธินั้น เมื่อทั้งสองฝ่ายไม่มีเจตนาจะผูกพันกันตามสัญญาขายฝากนิติกรรมขายฝากย่อมต…

Supreme Court Judgment No. 1150/2492

นิติกรรมจำนองที่ดินทำขึ้นภายหลังใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 3 ถือเอานิติกรรมที่ปรากฏ ตามทะเบียนเป็นสำคัญ หากจะมีการเปลี่ยนแปลง ก็ต้องเปลี่ยนทางทะเบียน พฤติการณ์ที่ผู้จำนองให้ผู้รับจำนองทำต่างดอก…

Supreme Court Judgment No. 1696/2492

ภายหลังใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 การจำนองที่ดินและมอบที่นาให้ผู้รับจำนองทำกินต่างดอกเบี้ย จะแปรรูปเป็นการขายฝากไปไม่ได้ ต้องบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการจำนอง

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up